รีวิวหนัง Monster Hunter – มอนสเตอร์ ฮันเตอร์ หนังต่อสู้แอคชั่น

หนัง Monster Hunter หรือชื่อไทยว่า มอนสเตอร์ ฮันเตอร์ สร้างจากเกมชื่อดังกับเรื่องราวของผู้หมวด Artemis และหน่วยของเธอทหารของ UN ผู้ที่ถูกส่งไปอีกมิตินึงที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ประหลาด เธอได้พบกับ Hunter จึงได้รวมทีมกันปราบเหล่าสัตว์ประหลาดและปิดประตูมิติ เพื่อหยุดยั้งไม่ให้มันผ่านประตูมิติเข้าไปโจมตีโลกมนุษย์ได้ Monster Hunter คือหนังที่สร้างมาจากเกมชื่อดัง ผลงานของผู้กำกับ Paul W.S. Anderson (ผู้กำกับแฟรนไชส์ Resident Evil) ที่แน่นอนตัวเอกของเรื่องคือภรรเมียของผู้กำกับอย่าง Milla Jovovich แต่ครั้งนี้ประกบคู่กับดาราสายบู๊ชื่อดังของไทยอย่าง จา พนม หรือ Tony Jaa

Monster Hunter

Monster Hunter บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหน่วยทหารที่ตามหาทหารอีกหน่วยที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย และนั่นนำพาพวกเขาทะลุมิติไปอยู่ยังโลกแห่งใหม่ที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่คร่าชีวิตพวกเขาไปหมดเหลือไว้เพียงแต่หัวหน้าหน่วยอย่าง Artemis เท่านั้น เธอจึงได้ออกเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ก็โชคดีได้พบกับ Hunter ทำให้ทั้งสองต้องร่วมมือกันจัดการเหล่าสัตว์ประหลาดและเอาชีวิตรอดออกจากที่อันตรายแห่งนี้

ต้องออกตัวก่อนว่าไม่เคยเล่นเกมนี้เลยสักครั้งเดียว รู้จักเพียงแต่ชื่อมันเท่านั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นบางสิ่งในหนังที่ปรากฏมาเช่นเหล่าสัตว์ประหลาดหรืออาวุธต่างๆ ไม่รู้ว่าแฟนเกมว้าวมั้ย แต่เราก็เฉยๆ แล้วก็ไม่ได้อินกับมันสักเท่าไหร่

เนื้อเรื่องของหนังไม่มีอะไรมากลย หลุดไปในมิติ เอาชีวิตรอดด้วยการสู้กับสัตว์ประหลาด แค่นั้นจริงๆ มีการปูประเด็นเรื่องครอบครัวของตัวเอกทำไมไม่รู้ ไม่ได้มีหรือใช้ประโยชน์อะไรจากพาร์ทนั่นเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญหนังปูช่วงนี้นานไปมั้ย…

อีกอย่างหนังเปิดเรื่องมาด้วยฉากบนเรือกลางทะเลทราย แบบไม่รู้ที่มาที่ไป ใครเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วช่วงนั้นคือภาพดูไม่รู้เรื่องเลย ตัดต่อฉึบฉับมาก

แต่พอหนังนำเจ๊ Milla มาเจอกับ จา พนม ก็ทำให้เรื่องราวเริ่มสนุกขึ้น พาร์ท 2 คนซัดกันตุบตับก็ดูเพลินดี เห็นแล้วเหนื่อยแทน 555+ หลังจากนั้นก็เป็นการร่วมมือกันปราบสัตว์ประหลาด ที่เอาจริงๆ เล่าเหมือนไอ้สัตว์ประหลาดเหล่านั้นเทพมาก แต่ก็แลดูง่อยกว่าที่คิด ปราบง่ายเหลือเกิน ฉากแอ็คชันก็ไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจสักเท่าไหร่ เฉยๆ มากเลย บางฉากชวนให้นึกถึง Resident Evil อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

แต่ถึงฉากต่อสู้มันจะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ CG ในเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

และสิ่งที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ยกให้พี่จาแก้เลย ถึงแม้จะยิงมุกรัวๆ พูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ แต่ซีนแอ็คชันแกเท่จริงๆ ไม่ว่าจะการยิง ธนู ควงดาบ กระโดดแบบนักกีฬาโอลิมปิก เท่จัดๆ นี่แอบคิดนะถ้าได้คิวบู๊ดีๆ ทำฉากไล่ล่าหนีไอ้พวกแมงมุมให้เท่ๆ เหมือนอย่างในต้มยำกุ้ง มันจะเฟี้ยวมาก ที่สำคัญ เคมีของพี่จานี่เข้ากับเจ๊ Milla ไม่ใช่เล่น ดูไม่ขัด ดูลื่นไปกันได้เลย ซึ่งเจ๊ํ Milla แกก็เล่นดีนะ คือก็เล่นดีมาตลอดนั่นแหละ แต่ผัวจับมาเล่นแต่หนังแนวนี้และเขียนบทออกมาแบบนั้นไง เลยทำให้ไม่ได้ต่างจาก Resident Evil เท่าไหร่ (แต่เจ๊แกเล่นดีจริงๆ นะ)

สรุปแล้วมันเป็นหนังป๊อปคอร์นอะ ดูเพลินๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อ จบแล้วจบกัน ไม่มีอะไรให้พูดถึงเท่าไหร่ ผ่านมาผ่านไป ไม่ต้องถามหาเหตุผลที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ ในหนัง รู้แค่ว่าจับเอาคนมาสู้กับสัตว์ประหลาดแค่นั้นพอ

ปล. หนังมีฉาก Mid-Credit 1 ตัว รอไม่นาน แฟนๆ เกมอาจจะว้าวมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน 555+

รีวิวหนัง Monster Hunter – มอนสเตอร์ ฮันเตอร์ หนังต่อสู้แอคชั่น

หนัง Monster Hunter หรือชื่อไทยว่า มอนสเตอร์ ฮันเตอร์ สร้างจากเกมชื่อดังกับเรื่องราวของผู้หมวด Artemis และหน่วยของเธอทหารของ UN ผู้ที่ถูกส่งไปอีกมิตินึงที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ประหลาด เธอได้พบกับ Hunter จึงได้รวมทีมกันปราบเหล่าสัตว์ประหลาดและปิดประตูมิติ เพื่อหยุดยั้งไม่ให้มันผ่านประตูมิติเข้าไปโจมตีโลกมนุษย์ได้

Monster Hunter

ต่อให้คนเล่นเกมส์จะด่าแค่ไหน แต่หนังมันประสบความสำเร็จ สามารถทำเงินให้ค่ายหนังได้ ไม่วายก็ต้องได้สร้างต่อ นี่คือนิยามของหนังตระกูล Resident Evil ที่เป็นผลงานของ พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน ที่ได้ปิดตำนานผีชีวะไปแล้วเมื่อไม่กี่ปีก่อน มาครั้งนี้เขาได้หยิบเกมส์สุดมันส์อีกชิ้น มาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดง นั่นก็คือ Monster hunter

ต้องบอกกันตามตรงเลยว่า สำหรับหนังเรื่องนี้ถ้าคุณเป็นแฟนเกมส์ ก็คงมีฟีคแบคไม่ต่างจากผีชีวะซักเท่าไหร่ เพราะผู้กำกับเองนั้น ได้ออกมาบอกกล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่า ในหนังของเขานั้นจะหยิบเอาเฉพาะ คาแรคเตอร์ตัวละครต่างๆ รวมไปถึงเหล่ามอนสเตอร์ มาใช้เท่านั้น แต่พล็อตเรื่องต่างๆของหนัง จะเป็นการครีเอทใหม่แทบจะทั้งหมดเลย ดังนั้นก่อนไปชมหนังเรื่องนี้ต้องเข้าใจในข้อนี้ด้วย เพราะเค้าแจ้งไว้ตั้งแต่ต้นแล้วนั่นเองว่าไม่ได้ทำตามเนื้อเรื่องในเกมส์แต่อย่างใด

เรื่องราวในหนังนั้นจะว่าด้วย หน่วยรบพิเศษ ได้ถูกพายุปริศนา พัดพาไปยังอีกโลกนึง ที่ซึ่งมีมอนสเตอร์ไซส์ยักษ์ต่างๆ จ้องจะกิน และทำร้ายพวกเขา ซึ่งจะต้องพยายามหาทางเอาตัวรอด และหาทางกลับมายังโลกปกติให้ได้ ในระหว่างทางนั้นก็ได้เจอกับมนุษย์ที่เป็นนักล่าเหล่ามอนสเตอร์ และได้รวมทีมเพื่อที่จะได้หาทางกลับบ้านให้จงได้

พล็อตหนังของผู้กำกับคนนี้ จะว่าไปก็ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ หรือเซอไพร์สซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็สามารถเดาพล็อตหนังจากตัวอย่างหนังที่ตัดออกมาได้แล้ว เพียงแต่ว่าส่วนตัวผมเองนั้นค่อนข้างที่จะชอบสไตล์งานกำกับของผู้กำกับคนนี้ (และไม่ได้เป็นแฟนเกมส์ Monster Hunter ด้วย) ความที่หนังจะเหมือนหรือไม่เหมือนเกมส์นั้น ไม่มีผลสำหรับผมเลย โดยรวมนั้นตัวหนังเองใส่ฉากแอคชั่นมาให้คนได้ลุ้นกันเป็นช่วงๆ แอคชั่นก็มันส์ใช้ได้ ถ้าคุณชอบหนังสไตล์ผีชีวะ คุณก็จะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก

สรุปแล้ว ถ้าคุณหวังว่าจะมาดูหนังที่มีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ๆ ออกมาอาละวาด อยากเห็นตัวละครวิ่งเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้าย และแอคชั่นเวอร์ๆมันส์ๆ เรื่องนี้สามารถให้ความบันเทิงแก่คุณได้ครบถ้วนแน่ๆ 7.5/10

ปล.รีวิวนี้ผมได้ดูหนังจากรอบพิเศษ ที่ทางค่ายหนังเมื่อไทยจัดฉายไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา