รีวิวหนัง Mary เป็นหนังสยองขวัญเพียงแค่เรื่องเดียว ได้ชื่อแกรี่ โอลด์แมน

หนังเล่าเรื่องของ เดวิด เกร็ก กัปตันเรือมือฉมัง ที่ลูกจ้างบริษัท่องเที่ยว เขารับหน้าที่เป็นกัปตันเรือสำราญพานักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพไปวัน ๆ แต่เกร็กก็มีความใฝ่ฝันว่าเขาอยากจะมีเรือเป็นของตัวเองสักลำ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ไปพบเรือเก่าที่ถูกใจมากจากงานประมูล เกร็กไม่รอช้ารีบจับจองเป็นเจ้าของท่ามกลางเสียงคัดค้านของซาราห์ ภรรยาที่ไม่เห็นด้วยในทีแรก แต่ก็ตามใจสามีในที่สุด เมื่อมีเรือเป็นของตัวเอง เกร็กก็รีบดำเนินตามความฝัน พาภรรยาและลูกสาวทั้ง 2 ไมค์ ญาติสนิท และทอมมี่แฟนหนุ่มของลูกสาว ทั้งหมดล่องเรือออกทะเลกว้าง มุ่งหน้าเป้าหมายที่เบอร์มิวดา แต่ยิ่งออกเรือไปไกล ก็ยิ่งเจอกับประสบการณ์ขนหัวลุกที่หนักหนาขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะทาง จากแค่ภาพหลอนแวบ ๆ แล้วก็เริ่มรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตสมาชิกคนบนเรือ

Mary

หนังเปิดเรื่องแบบเอาจุดจบมานำเรื่อง ทำให้ขาดอารมณ์ร่วมลุ้นไปอย่างมาก เพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าใครคือผู้รอดชีวิต หนังเดินหน้าไปในรูปแบบที่ผู้รอดชีวิตต้องให้การตำรวจด้วยการเล่าย้อนอดีตเหตุการณ์บนเรือ ใช้เวลาเกริ่นนำก่อนขึ้นเรือแค่ประมาณ 15 นาที ให้คนดูได้รู้จักบรรดาตัวละครหลักกันครบถ้วน บทภาพยนตร์ของ แอนโธนี ทำได้ดีในส่วนที่อธิบายความสัมพันธ์ของตัวละครหลักผ่านบทสนทนาของ เกร็กและซาราห์ ทำให้หนังไม่ต้องใช้เวลาปูที่มาแต่ละคนมากมายนัก มีสมาชิกบนเรือถึง 6 ราย ก็ถือว่ามาตามสูตรสำเร็จของหนังสยองขวัญ ใส่เหยื่อเข้ามาเยอะ ก็แปลว่าจะต้องมีฉากสยองมากขึ้นตามจำนวนเหยื่อ ที่น่าจะต้องโดนผีจัดการทีละราย ผีร้ายเริ่มงานหลอกหลอนทีละเล็กทีละน้อย เริ่มจากเป็นภาพหลอน โผล่มาให้เห็นแว้บ ๆ เขยิบมาเป็นเข้าสิงสมาชิกบนเรือ ท่าไม้ตายท้ายสุดคือปรากฏตัวมาชัด มีเนื้อมีหนังวิ่งไปมาให้เห็นกันชัด ๆ ปลุกปล้ำกับบรรดาเหยื่อได้อีกด้วย ซึ่งการก้าวกระโดดจากสถานะวิญญาณ มามีตัวตนนี่ชวนอึ้งพอควร

ถ้าหนังที่มีบทดี แต่ผู้กำกับอ่อนด้อยประสบการณ์ ถ่ายทอดเนื้อหาใจความของบทไม่ได้ หนังก็พัง หรือตรงกันข้ามบทมาแย่ แต่ผู้กำกับมีกึ๋นพอควร ก็ยังพอถ่ายทอดภาพบรรยากาศหนังในฉากสยองให้พอขนหัวลุกได้บ้าง แต่สำหรับ Mary นี่มาพร้อมกันทั้งบทที่อ่อนปวกเปียกและผู้กำกับที่อ่อนประสบการณ์ ไมเคิล กอย เป็นผู้กำกับที่เลื่อนขั้นตัวเองมาจาก ช่างถ่ายภาพยนตร์ กำกับทีวีซีรีส์มาสิบกว่าเรื่อง Mary คือภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา คงต้องขอให้กลับไปกำกับซีรีส์อย่างเดิมแหละ ฉากสยองที่ไมเคิล กอย ใช้หากินทั้งเรื่องคือ “ตุ้งแช่” เล่นแบบคลิปไวรัลที่แกล้งคนให้ตกใจที่แชร์กันตามโลกโซเชียลนั่นแหละ ฉากเงียบ ๆ มืด ๆ แล้วก็ซ้อนหน้าผีน่ากลัวพุ่งเข้าใส่กล้อง บวกกับเสียงเอฟเฟกต์ดัง ๆ มาแบบนี้ยังไงก็ตกใจครับ แล้วก็เล่นซ้ำมันอยู่แบบเนี้ย เฮ้อออ ยังไม่หมดแค่นั้นครับ พอตกใจแล้ว ตัดฉับมาเป็นตัวละครตื่น เพราะภาพที่เราเห็นตะกี้คือความฝัน ฝันแล้วตื่นหลายรอบมั่ก เล่นวน ๆ แล้วสิ่งสำคัญที่ไมเคิล ไม่สามารถทำได้ คือบรรยากาศสยองบนเรือ ไมเคิล ไมสามารถทำให้เรือแมรี่ดูน่ากลัวได้อย่างที่ควรจะเป็นเลย นี่คือ “เรือผี” นะครับ ถึงไม่มีผีออกมา ก็ต้องถ่ายทอดภาพให้คนดูสัมผัสได้ว่านี่คือเรือผี น่ากลัวจัง

บทของแอนโธนี แจสวินสกี น่าจะเสียชื่อที่สะสมมาจาก The Shallow ก็คราวนี้ล่ะ แอนโธนี สร้างปูมหลังตัวละครได้ดี แต่กับตัวปีศาจที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง แอนโธนี กลับไม่สามารถบรรยายได้ถึงความน่ากลัว ทั้งที่เป็นวิญญาณร้ายที่มีความพยาบาทมานับร้อยปี ทีมงานเองก็ไม่สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่มีเอกลัษณ์ของผีในตำนานตัวนี้ได้ มองแล้วก็แค่ผีบ้าน ๆ ตัวนึง หนังสีครับแต่ผีเป็นผีขาวดำ เหมือนออกมาจากทีวีรุ่นเก่า หน้าขาว ผมยาว ตาดำ ไม่พูดอะไร กรีดร้องแว่ วิ่งใส่เหยื่ออย่างเดียว ช่างยึดมันตามมาตรฐานผีฝรั่งเสียจริง บทของแอนโธนีตกม้าตายหลายรอบ แต่แผลที่ใหญ่สุดคือ ช่วงท้ายหลังจากที่ปีศาจเริ่มอาละวาดหนักขึ้น ทำให้เกร็กและซาราห์ไปขุดประวัติเรือมาอ่าน แล้วก็ตกอกตกใจกับชะตากรรมของเจ้าของเรือรายก่อน ๆ ห๊ะ!! เรือลำละกว่า 6 ล้านบาท ก่อนซื้อไม่ดูประวัติกันหรอกเหรอ เพิ่งมาดูตอนเจอผีบนเรือเนี่ยนะ

การที่เอาจุดจบของเรือมาเปิด นี่ก็ถือว่าเป็นโจทย์บังคับที่ยากพอดู เราได้เห็นเรือแมรี่มอดไหม้อยู่กลางทะเล ก็เป็นฉากเปิดเรื่องที่กระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ได้ดี แต่นั่นหมายความว่าฉากไคลแมกซ์ต้องพาไปให้ถึงจุดที่คนดูคาดหวัง แต่สำหรับ Mary นี่…………. เจอไคลแมกซ์แบบว่า “แค่เนี้ยเหรอ” ก็เห็นด้วยกับสื่อต่างประเทศหลาย ๆ สำนักที่เห็นพ้องต้องกันว่า เอาแกรี่ โอลด์แมน มาปู้ยี้ปู้ยำได้ไม่คุ้มค่าเล้ย แต่ก็ยังมีส่วนดีที่ต้องขอชมอีกสักหน่อย ในฉากปิดเรื่อง ก็ถือว่ามีไอเดียเพิ่มมาน่าสนใจ เป็นการวกจบที่เข้าที่เข้าทาง “ดี” เกินคาด แถมจบแบบเปิดท้ายไว้ให้ต่อภาคสองได้ด้วยนะ แต่จะมีเหรอ?

รีวิวหนัง Mary – เรือปีศาจ หนังผี

หนัง Mary หรือชื่อไทยว่า เรือปีศาจ ระวังเรือของคุณให้ดี! เพราะแรงอาถรรพ์จะทำให้ทริปฤดูร้อนกลายเป็นทริปสุดท้ายของ ชีวิต ผลงานสุดสะพรึงจากผู้สร้าง Oculus และมือเขียนบท The Shallows เรื่องราวของ เดวิด (แกรี่ โอลด์แมน) ได้ซื้อเรือหรูลำหนึ่งที่ชื่อว่า แมรี่ เขาหวังว่าเรือลำนี้จะทำให้ชีวิตของครอบครัวเขาดีกว่าเดิมโดยไม่รู้เรื่องอดีตอันน่าขนลุกของมัน เมื่อพวกเขานำเรือออกทริป ก็เกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติคอยคุกคามชีวิตของครอบครัวเขาจนทำให้เรือเดินออกนอกเส้นทาง และแล้วพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหญ่กลางทะเลลึก ซึ่งมันอาจจะเป็นทริปสุดท้ายของชีวิต!

Mary

เอาจริงๆ หนังเปิดเรื่องปุ๊บความคิดแรกในหัวเลยคือ “แย่ละ” คือคิดเลยว่ามันต้องไม่เวิร์คและไม่สนุกแน่ๆ หนังเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์การเฉลยฉากจบไว้ก่อนว่าเกิดไรขึ้นแล้วค่อยเล่าย้อนต้นไป ซึ่งถ้ามันปูเรื่องและนำเรื่องราวได้น่าสนใจจนมันมาบรรจบตรงนั้นเนี่ยมันก็จะโอเคไง แต่นี่มันไม่ใช่คือรอมาทั้งเรื่องว่าจะเกิดไรขึ้น สรุปแค่นั้นอะนะ? สู้เล่าเรื่องไปตรงๆ เลยก็จบแล้วจะไปทำให้มันลำบากทำไม และตอนจบของมันก็ไม่ได้เดายากอะไรเลย

หนังใช้เวลาตัวปูละครแต่ละตัวไม่มากมาย ที่คนดูไม่ได้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครสักเท่าไหร่เลย พอรู้อย่าผิวเผินเท่านั้น แถมมันยังมีพล็อตง่ายๆ ที่เดาได้ไม่ยาก เรือมีผีสิง ออกเรือ โดนไล่ฆ่าทีละคน เท่านั้นล่ะ ด้วยความที่เรือมันไม่ได้ลำใหญ่ด้วยแหละ มันจึงมีพื้นที่ในการเล่นในการให้ผีมาหลอกน้อยมาก แต่ใช่ว่าจะไม่มี ซึ่งหนังเรื่องนี้มันก็ทำได้น่าผิดหวังจริงๆ การหลอกของผีในเรื่องนี้คือเชยมาก ปูมาเงียบๆ เคลื่อนกล้องช้าๆ ผีโผล่มาตุ้งแช่ จั้มสแกร์ แค่นั้นแหละที่ผีเรื่องนี้ทำ ตอนแรกโผล่มาแวปๆ หลังๆ นี่มาเป็นตัวเป็นตน ไอ้ที่น่าหงุดหงิดคือ ผีมันเป็นมายังไง ที่มาที่ไปของมันคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น มันต้องการอะไร เป้าหมายคืออะไร ทุกอย่างในเรื่องนี้มันถูกวางไว้หลวมๆ แถมการหลอกของผีในเรื่องนี้คือโคตรเชย โดยรวมแล้วน่าเบื่อมากทีเดียว

นักแสดงในเรื่องนี้โคตรไม่น่าจดจำ การแสดงคือแบบ…ไม่ไหวจริงๆ อะ อยากจะถามมากว่า Gary Oldman มาเล่นเรื่องนี้ทำไม!!! เฮียคิดอะไรอยู่ นอกจากบทไม่ดี ดำเนินเรื่องแย่ นักแสดงรายล้อมก็พัง ตัวแกเองยังเล่นได้ไม่น่าจดจำเลย ความยอดเยี่ยมจาก Tinker Tailor Soldier Spy, Darkest Hour หายไปไหนหมดดดดดด จริงๆ คงโทษเฮียแกเต็มปากไม่ได้หรอก บทคงไม่ส่งด้วยแหละ แต่เฮียแกก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้จริงๆ

สรุปแล้ว Mary – เรือปีศาจ เป็นหนังผีที่โคตรน่าผิดหวังที่สุดในปีนี้ละ มันไม่ได้มีความน่ากลัวเลย พล็อตช่องโหว่วเต็มไปหมด เล่าเรื่องไม่น่าสนใจ ไม่มีความน่าติดตาม ยากที่จะหาจุดชมจริงๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของหนังเรื่องนี้คือกลัวตัวเองจะลุกออกจากโรงไปก่อนหนังจบจริงๆ