รีวิวหนัง Ashfall – นรกล้างเมือง หนังต่อสู้แอคชั่น

 Ashfall หรือชื่อไทยว่า นรกล้างเมือง ภัยพิบัติสั่นสะเทือนแผ่นดินเกาหลีเกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด เมื่อภูเขาไฟเพ็กตูที่สูงที่สุดในเกาหลีเกิดปะทุขึ้นส่งขี้เถ้าขึ้นไปสูงถึงชั้นบรรยากาศ เกิดวิบัติไปทั้งกรุงโซลและกรุงเปียงยาง เพื่อรับมือกับหายนะครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดชาวเกาหลีใต้ (ฮา จองอู Along with the gods, The Handmaiden) ต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่พิเศษชาวเกาหลีเหนือ (อี บยองฮอน G.I.Joe , I saw the devil) และนักธรณีวิทยาอันดับหนึ่งของประเทศ (มา ดงซอก Train to Busan, Along with the gods) เพื่อหยุดยั้งเหตุวินาศที่อาจจะทำให้เกาหลีหายไปจากแผนที่โลก สร้างโดย Dexter Studios ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Along with the gods

Ashfall

การดำเนินเรื่องกระชับมาก เข้าจุดพีคของหนังตั้งแต่ต้นเรื่อง มีที่มาที่ไป ดูสนุกและก็ลุ้นกับเนื้อเรื่องที่ผูกปมมา ถึงแม้บางครั้งจะดูไม่สมเหตุสมผล แต่ถ้ามองข้ามได้ก็สนุกสุดๆ

ตัวละครในหนังมีปมของแต่ละตัวละคร หนังชวนให้เกิดคำถามระหว่างดูตลอดเวลาว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้แบบนั้น และสุดท้ายหนังจะค่อยๆ เฉลยปมของตัวละครแต่ละตัว ทำให้เรารู้สึกอินกับหลายๆ ตัวละครในหนัง (ส่วนตัวชอบที่หนังมีมุกตลกแทรกเป็นพักๆ มันดีและเราก็หัวเราะไปกับมัน)

สำหรับ CG มีหลายฉากมากที่ลอย ลอยจนน่าเกลียดก็มีเยอะ แต่เราก็เห็นถึงความพยายามของหนังเกาหลีที่จะอัพเกรดตัวหนังของเค้าขึ้นมา (ด้วยตัวหนังสเกลใหญ่มาก สำหรับผมอย่างน้อยเกาหลีก็กล้าทำ CG จะลอยแต่ก็ได้ตัวบท เนื้อเรื่องเข้ามาช่วยมากๆ ทำให้หนังไม่ได้ดูแย่)

หนังดีกว่าที่คิดไว้มากครับ เอาจริงๆ ตอนแรกกะไปดูดาราแสดงก็คุ้มแล้ว แต่พอดูจริงๆ เนื้อเรื่องของหนังมันดีมากๆ ลุ้นแทบทุกฉาก ถือว่าคุ้มเกินค่าตั๋วมากๆ ครับ อย่าพลาด แล้วจะเสียดาย

บ้าระห่ำ แอคชั่น ดราม่า ซึ้ง ตลก ครบรส และมีความขี้โม้แบบที่ฮอลลีวู้ดชอบโม้แบบแนวหนังภัยธรรมชาติยิ่งใหญ่วิปโยกอลังการงานสร้างแบบนั้น แต่เป็นสไตล์การเล่าแบบจริตเกาหลีมากกว่า ดูเพลินมาก เอ็นเตอร์เทนดีมาก ทั้งการแสดง เพลง บท ใดๆ อาจจะไม่ได้ซับซ้อนเจ๋งมากอะไรเท่าหนังเกาหลีเรื่องอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร จะมีงานวิชวลงานกราฟฟิค ซีจีที่ดูเหมือนยังไม่เสร็จดี ลอยๆ สะดุดๆ นิดๆหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาขัดตาอะไรมากนัก ที่ชอบและสนุกไปกับเรื่องเลยคือมีครบรส หลากหลายอารมณ์ให้จริงๆ

มีลุงที่เล่นเทรนทูปูซานด้วย แต่ลุงคราวนี้ไม่แอคชั่นเท่าไหร่ มาเป็นนักวิทยาศาสตร์นั่งดูคอมเฉยๆ ที่เหลือนักแสดงก็โอเคหล่อเท่ทุกคน เนื้อเรื่องจะดูให้เอนท์เตอร์เทนอย่างด้วยก็ได้ อยากได้ประเด็นก็มีพูดเรื่องการเมืองแอบแน่นมีสัญญะอย่างแรงให้ดูอยู่ ตีความทางการสื่อสารทางความคิดได้เฉียบอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่เน้นอะไรแค่ดูเพลินๆ ก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว ไม่เสียดายตังค์