รีวิวหนัง Red Sparrow หญิงร้อนพิฆาต

เข้าฉายกันไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ Red Sparrow หญิงร้อนพิฆาต ที่ได้นักแสดงสาวขวัญใจมหาชน เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jennifer Lawrence) มารับบทนำเป็นสายลับ “สแปร์โรว์” นามว่า โดมินิกา เอโกโรวา

Red Sparrow

เธอจะมาปฏิบัติการ ลวง หลอก ลอบฆ่า อีกหนึ่งเรื่องกับหญิงแกร่ง (อีกแล้ว) ที่เข้าฉายกันไม่หยุดหย่อนในช่วงที่ผ่านมา ต่อจาก Lady Bird, I, Tonya, และ Molly’s Game ที่เข้าฉายไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา (ล่าสุดก็มีอีกหนึ่งแกร่งใน Three Billboards Outside Ebbing, Missouri อีกนะ)

Red Sparrow หญิงร้อนพิฆาต ว่าด้วยเรื่องของ โดมินิกา อีโกโรวา นักบัลเลต์สาวที่ได้ถูกเลือกให้เข้าไปในโรงเรียนสแปร์โรว์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผลิตสายลับให้กับรัสเซีย และเธอได้ฝึกฝนให้ใช้ร่างกายของตัวเองเป็นอาวุธ หรือใช้เซ็กส์เป็นอาวุธนั่นเอง

แต่ภารกิจแรกที่เธอได้รับนั้นคือการเค้นความลับจาก นาธาเนล แนช เจ้าหน้าที่หนุ่มซีไอเอ ทว่าทั้งคู่กับหลงใหลในกันและกัน กระทั่งเธอตัดสินใจช่วยหนุ่มซีไอเอคนนี้แก้แค้นหัวหน้าของเธอ ด้วยการหาตัวหนอนบ่อนไส้ในรัฐบาลสหรัฐฯ

จากหน้าหนังที่เป็นหนังสายลับทำให้คาดหวังว่าจะต้องมีฉากบู๊แอคชันที่ดุเดือดมาก ๆ แน่นอน แต่เปล่าเลย ตัวหนังเลือกที่จะเล่นกับจิตวิทยาใช้กลวิธีหลอกล่อพลิกไปพลิกมา ซ้อนแผนแล้วซ้อนแผนอีก ทำให้คนดูขบคิดว่าตกลงแล้วโดมินิกาจะเลือกอยู่ฝั่งไหนกันแน่ มากกว่าที่จะมาจับปืนยิงใส่กัน แถมยังใช้ตัวละครเยอะมาก ๆ อีกด้วย

อย่างที่บอกว่าหนังเลือกที่จะเล่นกับจิตวิทยาไม่ได้ชูเรื่องแอคชั่น หนังจึงมักจะใช้ฉากการทรมานที่ค่อนข้างซาดิสม์ และกดดันมาก ๆ (ถึงขนาดที่ว่าต้องนั่งซี๊ดปากกันเลยทีเดียว) อีกสิ่งหนึ่งที่หนังสื่อออกมาคือเรื่อง “เซ็กส์” ที่ไม่ใช่เรื่องของกามารมณ์เลย แต่เป็นการสื่อถึง “อำนาจ”

เห็นได้จากฉากในโรงเรียนฝึกโสเภณีที่นักเรียนสายลับชายคนหนึ่งที่พยายามจะข่มขืนนางเอกแต่ไม่สำเร็จ แต่เมื่อเขามีโอกาสได้ทำมันอีกครั้งหน้าห้องเรียน ครูฝึกบังคับให้ตัวนางเอกมอบสิ่งที่เขาต้องการจะได้ โดยยอมเปลื้องผ้าต่อหน้าเขา แต่เขากลับไม่ทำมัน นั่นเพราะการที่เขาจะทำมันในครั้งนี้ที่หน้าห้องเรียนมันไม่ได้นำพาซึ่งอำนาจ ความเหนือกว่า หรือเป็นผู้คุมเกมมาสู่ตัวเขาเองเลย

เมื่อหนังเลือกเส้นทางที่จะเล่นจิตวิทยากับคนดู แต่กลับทำบทออกมาได้ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ทำให้บทพูดหรือฉากบางตอนชวนให้ง่วงเหงาหาวนอนอยู่มาก และการดำเนินเรื่องไปสู่ตอนจบที่ดูพยายามจะซ้อนแผนมากเกินไปซ้อนแล้วซ้อนอีก ซ้อนไปซ้อนมา ซ้อนจนไม่รู้จะซ้อนอย่างไรแล้ว

ตัวหนังดูยืดยาวมากเกินไป ให้ความรู้สึกว่า 2 ชั่วโมงที่นั่งดูรู้สึกว่ายาวนาน ยังดีที่มีซาวนด์ดนตรีระดับเทพที่คอยพยุงไม่ให้ชวนหลับจนเกินไป (ส่วนตัวคิดว่าดรามาเรื่องแม่ดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าไร)

โดยรวมตัวหนังก็ไม่ได้แย่อะไร สิ่งที่ดีงามที่สุดในหนังก็ยังคงเป็น เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ อยู่ดี ที่ได้โชว์ทั้งฝีมือการแสดง เป็นเดอะแบกของเรื่องเลยก็ว่าได้ และเรื่องนี้ก็โชว์เนื้อหนังมังสามาเซอร์วิสแฟนคลับนักแสดงสาวเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กันแบบเต็ม ๆ บอกเลยว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ถ้าใครชอบหนังสายลับที่กดดัน หักเหลี่ยม ซ้อนแผน ซาดิสม์นิด ๆ (มั้งนะ) เรื่องนี้มีให้อย่างจัดเต็ม แต่ถ้าอยากดูการระเบิดภูเขาเผากระท่อมแนะนำเรื่องอื่นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

Red Sparrow หญิงร้อนพิฆาต 8/10 คะแนน เข้าฉายในไทยแล้ววันนี้

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com