รีวิวหนัง A Star Is Born

เรียกได้ว่าก่อน A Star is Born ของซุปตาร์มากความสามารถ แบรดลีย์ คูเปอร์ (Bradley Cooper) ที่ผันตัวมากำกับหนังครั้งแรกพร้อมพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำที่เข้าโรงฉายในบ้านเรานั้นก็มีกระแสจากเมืองนอกที่ได้ชมก่อนมาแบบแทบไม่เว้นแต่ละวันเลยทีเดียว ทั้งเสียงวิจารณ์ที่ออกมาดีมาก

A Star is Born

รวมไปถึงเรื่องแฟนคลับของซูเปอร์สตาร์สาว เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) ที่บ้างก็ว่าไปป่วนทำคะแนนวิจารณ์ของ Venom ที่เข้าฉายในสัปดาห์เดียวกัน แบบที่คะแนนของอีกฝ่ายออกมาแย่สุดๆ แต่เมื่อได้มาดูเรื่องราวการกำเนิดดวงดาวแล้ว ทำให้รู้เลยว่าคนละชั้นมันเป็นยังไง

A Star is Born ว่าด้วยเรื่องราวของแจ็กสัน เมน ศิลปินคันทรีหนุ่มที่ใกล้จะตกกระป๋องเมื่อเขาได้พบกับสาวมากความสามารถที่มีชื่อว่า แอลลี หรือชื่อเต็มๆ ว่าสเตฟานี เจอร์มาน็อตตา ทั้งสองคนได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกันอย่างลึกซึ้ง แจ็กผลักดันให้อัลลีเป็นที่รู้จักและเข้าสู่วงการมายา ทว่างานของอัลลีได้ทำให้แจ็กสันฉายแสงได้น้อยลง และแจ็กสันพบว่ามันยากทีเดียวที่ต้องรับมือกับชื่อเสียงและความสำเร็จที่ค่อย ๆ จางหายไป

แม้ว่าคำวิจารณ์จากเมืองนอกจะการันตีคุณภาพของ A Star is Born ได้ดีระดับหนึ่ง แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้คิดว่าหนังจะทำออกมาได้น่าประทับใจมากขนาดนี้ แน่นอนว่าในเรื่องของเพลงอันเป็นส่วนหนึ่งของหนังนั้นได้เติมเต็มให้หนังสมบูรณ์แบบจริงๆ มากไปกว่านั้นก็คือการแสดงของคู่พระ-นาง แบรดลีย์ คูเปอร์ (Bradley Cooper) และ เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างลึกซึ้งและกินใจ โดยเฉพาะฉากที่ทั้งคู่ได้ร้องเพลงร่วมกันนั้นทำให้เรารับรู้ได้ถึงพลังความรักและความมหัศจรรย์ได้อย่างเหลือเชื่อ

และที่สร้างความเซอร์ไพรส์สุดๆ เห็นจะเป็นเสียงร้องของ แบรดลีย์ คูเปอร์ (Bradley Cooper) โดยส่วนตัวไม่คิดว่าเขาจะร้องเพลงออกมาได้เพราะขนาดนี้ เพราะชนิดที่ว่าถ้าออกซิงเกิลหรืออัลบั้ม จะไม่พลาดต้องซื้อมาเก็บไว้ฟังแน่นอน เช่นเดียวกับการแสดงของ เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องร้องเพลง เรียกได้ว่าหากเธอมาเอาดีด้านแสดงน่าจะรุ่งไม่แพ้กัน ด้วยเสน่ห์ทางการแสดงทำให้ผู้ชมสัมผัสฝีมือที่ไม่ธรรมดา หากแต่เดิมที่รักเธออยู่แล้ว เชื่อว่าใครที่ได้ดูผลงานเรื่องนี้จะยิ่งรักเธอมากขึ้นไปอีก

อีกส่วนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่ิงใหญ่อลังการ โดยเฉพาะฉากการทัวร์คอนเสิร์ตร้องเพลงที่ทำออกมาได้กระหึ่ม เสมือนเราได้ไปยืนเสพบรรยากาศแสงสีเสียงท่ามกลางผู้คนนับพันนับหมื่นเลยทีเดียว หากเป็นการใช้ซีจีจริงๆ ก็ถือว่าทำออกมาได้เนียนมาก และที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นของหนังก็คือนักแสดงสมทบ ซึ่งแต่ละคนล้วนถ่ายทอดบทบาทตัวละครได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะพี่ชายของพระเอกที่รับบทโดย แซม เอลเลียต (Sam Elliott) จะไม่แปลกใจเลยถ้าเขาได้รางวัลจากการแสดงหนังเรื่องนี้

ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า A Star is Born คือหนังที่สมควรได้รางวัลออสการ์จริงๆ นอกจากความมีคุณภาพของนักแสดงแล้ว ด้วยการดำเนินที่ค่อยๆ ทำให้เรามีความรู้สึกต่อตัวละครตีกันไปคนละขั้ว คนหนึ่งกำลังดำดิ่งสู่ความมืดมิด อีกคนกำลังฉายแสงเปล่งประกาย ท้ายที่สุดทั้งสองขั้วมาบรรจบกันจนเกิดเป็นเหตุการณ์ที่ต่างทำให้หัวใจสลาย

บอกเลยว่าไม่ได้ดูหนังที่ร้องไห้หนักแบบนี้มานานมาก เอาจริงๆ คือซับน้ำตาไม่ทันเลย (ทิชชู่เอาไม่อยู่) โดยเฉพาะฉากจบที่ทำออกมาแบบลืมไม่ลงเลยทีเดียว เชื่อว่าไม่ว่าจะกลับมาดูเรื่องนี้อีกกี่ครั้งก็จะยังคงเสียน้ำตาให้เหมือนเดิม และสุดท้ายนี้ขอยกให้ A Star is Born เป็นหนึ่งหนังที่ชอบมากที่สุด ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในปีนี้ เชื่อว่าใครที่ไม่ได้ดูก็ถือว่าพลาดมากจริงๆ

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com

รีวิวหนัง Dark Crimes – วิปริตจิตฆาตกร

Dark Crimes หรือวิปริตจิตฆาตกร “ทาเด็ค” เป็นนักสืบที่รับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมนักธุรกิจคนหนึ่ง แต่ที่เขาและคนอื่นๆ ต้องประหลาดใจมากก็คือ เรื่องราวมันเหมือนกับเรื่องในนิยายฆาตกรรมของนักเขียนคนหนึ่งที่ชื่อ “คอซโลว์” ขณะที่คดีนี้น่าจะเปิดและปิดได้ง่ายๆ เหมือนคดีทั่วๆ ไป ทาเด็คดูเหมือนจะสืบพบเรื่องในมุมมืดของคดีนี้ขึ้นมา นั่นเป็นเหมือนชนวนที่ทำให้ทาเด็คดำดิ่งสู่อีกโลกที่มืดบอด และทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

วิปริตจิตฆาตกร

หนังสืบสวนสอบสวนที่จะพาผู้ชมลงไปแตะต้องความดำมืดของมนุษย์ นำแสดงโดย จิม แครี่ ซึ่งสลัดคราบนักแสดงตลกไปจนหมดสิ้น และท้าทายตัวเองด้วยการนำความรู้สึกซึมเศร้า เครียด กดดันออกมาโลดแล่นบนหนังสไตล์ยุโรปที่เต็มไปด้วยคำถามเชิงศีลธรรม และความหนักหนาของความเป็นมนุษย์ หนังไม่เหมาะกับความบันเทิงปกติ มีความกดดันสูง ใช้เสียงโทนต่ำขับเคลื่อนอารมณ์ ถ้าชื่นชอบความดำมืด คำถามเชิงศีลธรรมหนักๆ หนังเรื่องนี้เหมาะเป็นอย่างดีที่จะเข้าไปสำรวจจากแก่นของมัน เพราะสร้างมาจากเรื่องจริงรสประหลาดของความเป็นมนุษย์ที่สุดขั้ว

หนังว่าด้วยเรื่องการตายผู้ชายคนหนึ่งเมื่อ 1 ปีก่อน ถูกมัดไพร่หลังด้วยเงื่อนพิเศษ และโยนลงน้ำ ดิคเคทนักสืบมือสะอาดผู้คิดว่าเกร์เกอร์ ผบ.ตำรวจคนปัจจุบันมีส่วนรู้เห็น ทำการสืบสวนโดยพุ่งเป้าไปทางนั้น แต่การสอบสวนถูกระงับด้วยอำนาจด้านบน ดิคเคทต้องผจญกับความอยุติธรรมทั้งหลาย ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน ทั้งเรื่องครอบครัว จนต้องถูกบังคับให้เกษียณ แต่เขาก็ไม่อาจหลุดพ้นจากมัน ด้วยความเจ็บปวดกดดันเหล่านั้น ก็นำดิคเคทไปสู่การสอบสวนลับๆ ในอีกหนึ่งปีต่อมา ไม่ว่าจะเป็นการตามตัวเกรเกอร์ตลอดเวลา หรือการฟังนิยายของผู้ต้องสงสัยจนท่องได้ขึ้นใจ เขาต้องเผชิญหน้ากับทั้งผู้ต้องหาที่เต็มไปด้วยความดำมืดที่เงียบสงบ และเกรเกอร์ผู้พยายามทำทุกอย่างให้การสืบสวนนี้พังลง การดิ้นรนของดิคเคทแสดงให้เห็นว่าดิคเคทหมกมุ่นจนไม่อาจถอนตัวออกจากมันได้ และไม่สามารถมองเห็นสิ่งอื่นๆ นอกจากคดีที่เขาสืบสวน ไม่…แม้กระทั่งแม่ หรือครอบครัวของเขา

หนังพาเราเข้าไปสำรวจโครงสร้างของมนุษย์นอกรีต ผ่านกระบวนการอันสุดโต่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ เดอะ เคจ สถานเริงรมย์สำหรับคนซาดิสต์ที่เกียวข้องกับการตายของเหยื่อ ความโลภของเงิน ความยโสของความยุติธรรม ความมักมากในกามที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ผิดเพี้ยน ความริษยา การโค่นล้มอำนาจ และการไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย หนังตั้งคำถามกับความจริงและความเป็นมนุษย์ได้อย่างมืดหม่น เพราะสุดท้ายแล้วความสุขของมนุษย์วางอยู่รอบๆ ตัวพวกเขาเอง แต่การแสวงหาอำนาจ แสวงหาความพึงใจทำให้เราทำลายทุกอย่างลง แสงอยู่ใกล้มากๆ แต่เราพึงพอใจที่จะมืดบอดในเงามือมากกว่า โดยที่มีมีนัยยะของไม้กางแขน และกรงขังอยู่เสมอว่ามันใกล้กันมากแค่ไหน

หนังไม่มีความโหด อาจดิบหม่น แต่ก็หลีกเลี่ยงความรุนแรงแบบจะจะ หนังเลือกใช้การเล่าที่นิ่งเงียบทรงเสน่ห์ การวางภาพที่เนี๊ยบมากๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือซักเล่ม หากสังเกตเราจะพบว่าตัวละครจะถูกแบ่งเฟรมจากซ้ายไปขวาเหมือนพลิกหน้ากระดาษ จนกระทั่งจุดพลิกผันกลางเรื่องที่ตัวละครจะค่อยๆ ถูกเล่าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของมัน นอกจากนี้หนังยังมีอาร์ตที่จัดว่าจัดจ้าน การใช้แสงเงาในระดับเพอร์เฟ็ค เรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีโทนสีดำที่สวดหยาดเยิ้มและเย็นชาแบบสุดๆ โดยระหว่างการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายและดำมืด ก็จะใช้เสียงโทนต่ำในการขับเคลื่อนอารมณ์ แทบจะไม่ตกแต่งเสียงเลยด้วยซ้ำ

จิม แครี่แสดงได้ทรงพลัง ความเครียด ความกดดัน ความหมกมุ่น ถูกขับผ่านมาทางนักแสดงได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวร้ายอื่นๆ ไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก แต่จิม แครี่แบกเรื่องได้ และทำให้เราสนุกกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญผ่านความดำมืดของมนุษย์ที่ประดังเข้ามาท้าทายความรู้สึกของเขาจนแตกพัง

แม้ว่าโครงสร้างเรื่องจะเก่า แต่การเล่าที่เนี๊ยบและเพอร์เฟ็ค ผ่านองค์ประกอบที่คิดมาเป็นอย่างดีและปราณีต ทำให้หนังโดดเด่นในเชิงกำกับ ภาพ อาร์ต และการตัดต่อที่น่าสนใจ เหมาะกับการศึกษา หรือพยายามขบคิดเรื่องศีลธรรมที่สุดขั้ว เป็นหนังสืบสวนดีๆ อีกเรื่องที่ใกล้ชิดกับความดำมืดของมนุษย์มากๆเลยทีเดียว

ขอบคุณเนื้อหา thaiware.com

รีวิวหนัง The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร การกลับมารับงานแสดงหนังอีกครั้งของ เคน ธีรเดช การรับเล่นหนังเป็นครั้งแรกของสาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ และการกลับมาทำหน้าที่กำกับหนังอีกครั้งของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง กับพล็อตเรื่องที่เล่นในสถานที่จำกัด แม้จะดูเหมือนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความท้าทายของหนังคือบทต้องดี อารมณ์ต้องได้

The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ที่เผลอนอนหลับอยู่บนแพยางบนสระว่ายน้ำ หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหนื่อยล้า ทว่าเพื่อนของเขาได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออก เมื่อเดย์ตื่นมาเขาจึงอยู่ในสระว่ายน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำลงมาก และไม่สามารถปีนออกไปได้ ก้อย แฟนสาวมาหาเดย์แบบเซอร์ไพรส์ด้วยการกระโดดลงมา แต่พลาดท่าศีรษะฟาดกับที่กระโดดจนตกลงสระมาได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่น้ำในสระหายไป ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำไปให้ได้ใน ขณะที่สัตว์ร้ายอย่างจระเข้ก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าไม่ได้แสดงหนังมา 9 ปีแล้ว แต่พระหนุ่มตลอดกาล เคน ธีรเดช ก็กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แบกหนังทั้งเรื่องในฐานะพระเอกอีกครั้ง ความยาวของหนังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งนั้น แทบจะไม่มีซีนไหนเลยที่คนดูจะไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ภายในสระอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์ ความสามารถทางการแสดง และการส่งอารมณ์ให้คนดูตลอดเวลา ยังดีที่ได้สาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ มาช่วยเบรกสายตาของหนุ่ม ๆ ให้ได้เห็นความน่ารักชื่นตาชื่นใจได้บ้าง บอกได้เลยว่าแฟนคลับ เคน ธีรเดช ตัวจริง ไม่ควรพลาดชมในโรงหนังเป็นอย่างยิ่ง

ก็เป็นจริงดังว่าหาใช่การโฆษณาเกินจริงไม่ เคมีระหว่าง เคน ธีรเดช และ เกรซ รัชย์ณมนทร์ ส่งให้กันนั้นถือว่าสอบผ่านตามที่ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง บอกไว้จริง ๆ ยิ่งสาวเกรซถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังแสดงได้ง่ายกว่านักแสดงหนังคนอื่น ๆ เพราะด้วยความสดใหม่ของสาวเกรซที่คอหนังไม่เคยได้เห็นผลงานมาก่อนก็ทำให้คอหนังพร้อมจะคล้อยตามไปกับเธอได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของจระเข้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ อย่างที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในหนังจะใช้จระเข้ตัวจริง จระเข้ปลอม รวมถึงการใช้จระเข้ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ความเนียนของจระเข้ที่เห็นในหนังนั้นเกินกว่าที่คาดไปมาก จระเข้เนียนมาก เรียกได้ว่าเทคนิคพิเศษของวงการหนังบ้านเราใกล้เคียงระดับโลกมากขึ้นไปทุกทีแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยความตื่นเต้นและความระทึกของหนังก็ไม่ทำให้อารมณ์สะดุดแต่อย่างใด

แม้ว่าหน้าหนังจะพูดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ให้คนดูรู้ล่วงหน้าไปแล้ว อย่างการลงไปอยู่ในสระน้ำที่ไม่มีน้ำและสูงถึง 6 เมตร ที่ไม่มีบันได สภาพแวดล้อมทั้งฝนทั้งแดด ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร สภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อน้ำ และจระเข้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ได้ลดทอนความลุ้นระทึกของหนังลงไปได้เลย

พิง ลำพระเพลิง เสมือนผู้เล่นเกมซิมส์ได้เนรมิตสรรค์สร้างความลำบากยากเข็ญและอภิมหาความโชคร้ายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้ให้กับหนังตลอดเวลา และพยายามคิดไปพร้อมกับตัวละครที่เสมือนหนึ่งเป็นชาวซิมส์ว่าจะแก้ปัญหาฟันฝ่าความยากลำบากตรงหน้าอย่างไร

หากใครโดนสปอยล์ตอนจบของหนังไปแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าจะดูหนังสนุกหรือไม่สนุก เพราะการรู้ตอนจบไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าเรื่องระหว่างทางผ่านสองตัวละครที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สะท้อนออกมาเป็นแง่คิดต่าง ๆ ให้ผู้ชมแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันได้ตกผลึก และกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับตัวเองได้

กล่าวโดยสรุปแล้วหนัง The Pool นรก 6 เมตร คงเป็นมาสเตอร์พีซผลงานชิ้นโบแดงขึ้นหิ้งอีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง ที่ทำผลงานได้สมกับความตั้งใจที่อยากจะทำมานานหลายปี และเมื่อเขาได้โอกาสที่จะรังสรรค์เรื่องราวในจินตนาการของตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มภายใต้ชายคาค่าย T Moment แล้ว

พิง ลำพระเพลิง ไม่ลังเลที่จะจัดเต็มใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในฉากแต่ละฉากอย่างสุดความสามารถสมกับที่เขารอคอยมานาน ไม่รู้ว่าหลังจากที่หนังเข้าฉายจะถูกใจผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวแล้ว The Pool นรก 6 เมตร เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่คนส่วนใหญ่แนะนำผ่านปากต่อปากมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย

ขอบคุณเนื้อหา mthai.com