รีวิวหนัง Ford v. Ferrari – ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์ 1

หนัง Ford v Ferrari หรือชื่อไทยว่า ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์ จากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ! สู่ภาพยนตร์แอคชั่น-ชีวประวัติ “Ford v Ferrari” เรื่องจริงของการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นที่หนึ่งของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์อย่าง ฟอร์ด (Ford) และเฟอร์รารี่ (Ferrari) ในการแข่งขันรถซิ่งระดับโลก เลอม็องส์ (Le Mans) เมื่อปี 1966 “Ford v Ferrari” กำกับฯโดย เจมส์ แมนโกลด์ ที่นอกจากนี้ยังได้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ เจสัน เคลเลอร์, เจส บัตเตอร์เวิร์ธ และจอห์น-เฮนรี่ บัตเตอร์เวิร์ธ โดยได้ คริสเตียน เบล และแมตต์ เดมอน มารับบทนำ พร้อมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ จอน เบิร์นธัล, ไคทริโอน่า เบลฟ์, เทรซี่ เลตต์, จอช ลูคัส เป็นต้น

Ford v Ferrari

Ford v Ferrari ยอมรับว่าครั้งแรกที่ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่สไตล์หนังที่ชอบดูเลยจริงๆ แต่ด้วยความที่หาอ่านรีวิวจากนักวิจารณ์แล้วคะแนนเทไปทางดีมาก ดีจริงๆ จนเป็นส่วนที่จุดประกายให้ซื้อตั๋วเข้าไปชมเรื่องนี้

เรื่องราวว่าด้วยสมัยนั้นเจ้าแห่งรถแข่งอย่าง Ferrari มีผลประกอบการที่ย่ำแย่ จน Ford อย่างจะเทคโอเวอร์แต่สุดท้ายแล้วก็โดน Ferrari ปั่นราคาแล้วไปขายให้บริษัทอื่นทำให้ตัวเจ้าของ Ford เองนั้นเสียหน้าเป็นอย่างมากจนอยากจะเอาคืน ด้วยการสร้างรถแข่งขึ้นมาแข่งในนามเพื่อให้ชนะ Ferrari ให้จงได้ นี่คือชนวนสงครามชิงเจ้ารถแข่งในยุคนั้น

หลังจากได้ดูจบแล้วรู้สึกได้เลยว่าเรื่องนี้มีความตั้งใจนำเรื่องราวจริงๆ มาถ่ายทอดให้สนุกขึ้นในมุมมองของภาพยนตร์ ทำให้น่าติดตามและเอาใจช่วยทีมงานของ Ford ให้สร้างรถแข่งให้สำเร็จ รวมไปถึงหมั่นไส้นายทุน หรือผู้บริหารบางคนที่พยายามที่จะเตะตัดขา หรือดิสเครดิตทีมงานผู้อยุ่เบื้องหลังการพัฒนารถแข่งให้ Ford ในยุคนั้น จนบางครั้งอาจมีเอาเรื่องราวในหนังไปเทียบกับชีวิตจริงของแต่ละคนได้เลยก็มี ทำให้ในส่วนนี้คนดูอินจัดและอินหนักมากจริง (ผมเองก็อิน 55) ยิ่งทำให้ดูหนังสนุกขึ้นถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนังสไตล์ที่ชอบดูก็ตาม

สรุปแล้ว Ford v Ferrari เป็นหนังที่อ้างอิงจากเหตุการณ์จริงที่เอามาดัดแปลงให้เกิดความสนุก (แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องราวจริงๆ ออกไปมาก) ซึ่งสามารถทำให้คนดูลุ้น อิน เอาใจช่วยตัวละครตลอด 2 ชั่วโมงที่หนังเล่า และปิดท้ายด้วยความอึ้งเบาๆ ก่อนหนังจบ ที่บางคนอาจจะเสียน้ำตาให้ในพาร์ทนี้ของหนังเลยทีเดียว 9/10

Cr.movie.thaiware.com

รีวิวหนัง Knives Out – ฆาตรกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่ 3

แนำนำหนัง Knives Out – ฆาตรกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่3

Knives Out

เรื่องย่อหนัง

หนัง Knives Out ปริศนาคดีฆาตกรรมของครอบครัวหนึ่ง เมื่อพวกเขาได้มาพร้อมหน้ากันเพื่อฉลองวันเกิดของคุณปู่ แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อคุณปู่ได้เสียชีวิตลงอย่างปริศนา ทำให้นักสืบต้องเข้ามาสืบหาตัวผู้ร้าย และแน่นอนว่าทุกคนในบ้านต่างมีแรงจูงใจและกลายเป็นผู้ต้องสงสัย!

Cr.movie.thaiware.com

รีวิว The Third Murder กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3

คงไม่มีใครไม่รู้จักผู้กำกับมากฝีมือ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ เจ้าของรางวัลจูลี่ไพรส์ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ที่ได้ฝากผลงานดราม่าอบอุ่นหัวใจเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Like Father, Like Son (2013) และ Our Little sister (2015) มาจนถึงผลงานล่าสุดอย่าง The Third Murder กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 ที่กวาดคะแนนวิจารณ์ไปค่อนข้างสูงเช่นเดียวกับเรื่องที่ผ่านๆ มา

The Third Murder

The Third Murder กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 ว่าด้วยเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสุภาษิตโบราณของญี่ปุ่น เล่าเรื่องราวผ่าน 3 ตัวละครหลัก ทนายความมากฝีมือที่รับว่าความให้กับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมที่ชวนสงสัย และมีแนวโน้มว่าผู้ต้องหาจะถูกตัดสินให้ได้รับโทษประหารชีวิต แต่เมื่อยิ่งสืบลึกลงไปคนที่เขาสงสัยกลับเป็นลูกสาวของตัวฆาตกรเอง

ด้วยธรรมชาติของการกำกับภาพยนตร์สไตล์ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ นั้นไม่ได้เน้นความหวือหวาหรือเหตุการณ์ตื่นเต้นระทึกใจมากนัก จึงอาจทำให้บางคนมองว่าการดำเนินเรื่องค่อนข้างเอื่อย เฉื่อย และไปเรื่อยๆ แต่ในความค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปนี่เองได้สร้างสิ่งละอันพันละน้อยไว้ให้ผู้ชมได้ประติดประต่อเรื่องราว จนกลายเป็นพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในตัวเรื่อง ซึ่งส่งผลให้รู้สึกคล้อยตามและเข้าใจตัวละคร รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง

นอกจากการพล็อตเรื่องที่ทรงพลังแล้ว ประเด็นที่หนังต้องการจะสื่อนั้นก็มีหลากหลายประเด็น ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องค่อนข้างหนักพอสมควร แน่นอนว่าอย่างแรกคือเรื่องการฆาตกรรม การล่วงละเมิดทางเพศ รวมไปถึงทางด้านกฎหมายที่มีช่องโหว่มากมาย หนังไม่ได้ชี้นำผู้ชมว่าจะต้องอยู่ฝ่ายไหน แต่จะให้ผู้ชมเป็นผู้ตัดสินเองว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ชวนขบคิดพิจารณาดังเช่นการกระทำของทนายผู้เป็นตัวละครเอก

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นเรื่องค่อนข้างอ่อนไหวพอสมควร นั่นคือการถูกล่วงละเมิดทางเพศของคนในครอบครัว ซึ่งจะเห็นว่าในสังคมทุกวันนี้ก็เห็นเป็นตัวอย่างในข่าวมากมาย The Third Murder กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 ก็ดูเหมือนจะใช้ประเด็นนี้เป็นแกนหลัก เหนือสิ่งอื่นใดก็ยังมีประเด็นเรื่องของความยุติธรรม ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ไม่แพ้กัน โดยสะท้อนให้เห็นขบวนการทางกฎหมายที่สุดท้ายแล้วก็ยังคงหาความยุติธรรมได้ยากเช่นกัน ยิ่งได้พลังการถ่ายทอดอารมณ์ของนักแสดงหลักทั้งสามคน ยิ่งทำให้หนังเข้มข้นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากถามว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สนุกไหม คงตอบได้ไม่เต็มปากว่าสนุก เพียงแต่มันเป็นหนังที่ให้ผู้ชมได้กลับมาคิดทบทวนด้วยตัวเองมากกว่าว่าสุดท้ายแล้วใครคือฆาตกร เพราะมีเหตุผลหลายอย่างที่ชี้นำให้คิด ซึ่งจะเชื่อใครคนใดคนหนึ่งในเรื่องไม่ได้เลย เพราะทุกคนต่างก็ต้องการให้ตัวเองเป็นฝ่ายที่ถูกอยู่แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของคนดูที่ต้องตัดสินใจเอง เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถสะท้อนให้เห็นคุณค่าของมนุษย์และชำแหละจิตใจของแต่ละคนว่ายังมียุติธรรมหลงเหลืออยู่หรือไม่

The Third Murder กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com