รีวิวหนัง เกมเมอร์เกมแม่ – Mother Gamer หนังแอคชั่นไทย

Mother Gamer เรื่องราวการแข่งขันของคนสองรุ่น ระหว่างแม่-ลูก เมื่อฝ่ายลูกอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับประเทศ แต่ฝ่ายแม่กลับไม่เห็นด้วย เลยวางแผนตั้งทีม ROV มาดับฝันลูก! นำแสดงโดย อ้อม-พิยดา, ตน ต้นหน, เติร์ด ลภัส, วี วีรยา, นนท์ สุจวัจน์, เตชินท์ ณัฐชนน

Mother Gamer

นี่น่าจะเป็นหนังไทยเรื่องแรก ๆ ที่หยิบเกมมาเป็นธีมในการเล่าเรื่องแบบเต็มรูปแบบ ในยุคที่ e-sport กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว กับเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง เบญ คุณแม่ผู้คาดหวังในตัวลูกชายว่าเขาจะเติบโตไปในแบบที่เธอคาดหวัง กับ โอม ลูกชายผู้มีมุมที่แอบซ่อนนั่นก็คือการเป็นสตรีมเมอร์และเป็นนักกีฬา ROV มืออาชีพสังกัดทีมดัง ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้เบญต้องพยายามขัดขวางการเป็นนักกีฬาอาชีพของลูกเธอทำให้แม่เบญต้องไปรวบรวมเด็กที่เป็นมือฉมังในวงการนี้ตั้งทีมเพื่อโค่นล้มทีมของลูกชายเธอให้ได้

คือถ้ามองจากพล็อตเรื่องคร่าว ๆ ผมเชื่อว่าเราอาจจะพอเห็นปัญหาอยู่บ้างนั่นก็คือวิธีการที่หนังผูก conflict หรือความขัดแย้งที่มันอาจจะดูย้อนแย้งไปหน่อยแต่ถ้าได้ดูมันก็มีการลบรอยแผลที่อาจจะทำให้พอเข้าใจได้ สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้คือมันไปสุดดีนะในเรื่องของการนำเสนอความสนุกในการเล่นเกม การทำซีจี การดีไซน์ฉาก กิมมิคเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าใครก็ตามที่อยู่ในวงการอยู่แล้วอาจจะเข้าใจและสนุกไปกับหนังได้ไม่ยากเลย น่าจะชอบกันมาก ๆ ด้วยแต่ในขณะเดียวกันแม้ว่าตัวหนังจะดูพยายามอธิบายแล้วก็ตามแต่ผมก็ยังพบว่าหนังเองยังไม่ได้เป็นมิตรหรือ friendly ต่อผู้ชมที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวในโลก ROV หรือ e-sport อยู่แล้ว เพราะแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีสปีดในการปรับตัวหรือพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งต่าง ๆ เท่ากับตัวละครขอแม่เบญเหมือนในหนังอยู่แล้ว ขนาดตัวผมเองที่เป็นคนเล่นเกมก็ยังพอรู้สึกถึงเรื่องนี้ได้ เรียกได้ว่าถ้าเกิดใครตกขบวนนี้ขึ้นมาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็จะไม่ได้ทำให้ผู้ชมสนุกอีกต่อไปในทันที ซึ่งตรงนี้เป็นความน่าเสียดายอย่างแรงของหนัง มันอาจจะเป็นข้อเสียที่แทบจะเป็นอย่างเดียวเลยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ใหญ่พอที่จะทำให้เรามองข้ามข้อดีอื่น ๆ ของหนังไปเลย อย่างเช่นความสนุกความน่าสนใจของโลก e-sport การแสดงของพี่อ้อมที่เล่นดีมาก บทหนังเองก็ไม่ได้ส่งให้ตัวละครของพี่อ้อมเป็นอะไรที่เวอร์วังเกินไปด้วย ซึ่งตรงนี้เลยยิ่งดีมาก

โดยรวมแล้วผมว่าตัวหนังค่อนข้างดูเพลินในระดับนึง ทำออกมาได้น่าสนใจเพียงแต่ว่าถ้าเกิดคุณไม่ใช่คนที่ไม่ได้อินหรือไม่รู้จักวงการ e-sport อาจจะต้องตั้งสมาธิแบบเน้น ๆ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ให้ได้ในรอบเดียวเพื่อที่จะไปต่อกับเรื่องราวที่เหลือของหนัง และในขณะเดียวกันหากคุณชอบ e-sport หรือยิ่งเล่น ROV อยู่แล้วผมว่าน่าจะชอบหรือสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากนัก

รีวิวหนัง The Secret Garden – มหัศจรรย์ในสวนลับ หนังดราม่า

หนัง The Secret Garden เรื่องราวของ Mary Lennox เด็กกำพร้าที่สูญเสียครอบครัวไปและจำต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านลุงของเธอในประเทศอังกฤษ ซึ่งในเวลาต่อมาเธอได้ค้นพบกุญแจลึกลับที่พาเธอไปสู่สวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้นมากมาย

 The Secret Garden

The Secret Garden บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปและจำใจต้องย้ายไปอยู่บ้านของลุงเธอในประเทศอังกฤษ แต่มีอยู่วันหนึ่ง เธอได้พบกุญแจปริศนาที่นำเธอไปสู่สวนมหัศจรรย์

หากดูตัวอย่างหรืออ่านเรื่องย่อ แม้กระทั่งคำโปรยของหนัง “Unlock Your Imagination” ก็ทำให้ชวนคิดไปได้ว่ามันอาจเป็นเรื่องราวแฟนตาซีเหนือจินตนาการตระกาลตาอะไรทำนองนั้น หากแต่ว่าเนื้อแท้จริงๆ แล้ว มันคือเรื่องราว coming of age การก้าวผ่านความเจ็บปวดของเด็กสาว

การดำเนินเรื่องของเรื่องนี้ใช้คำว่าน่าเบื่อเลยทีเดียว ยืดยาด ชวนง่วง และดูจืดชืดสุดๆ ไม่ได้มีจุดน่าสนใจที่คอยดึงคนดูให้อยู่กับเรื่องได้เลย บทก็พยายามทำให้ตัวละครไปเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ สลับกับย้อนเหตุการณ์ความสัมพันธ์ของแม่กับเด็กสาว พยายามให้ซึ้ง ให้ดราม่า ก็ยังไม่สามารถสร้างดราม่า สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้เลยจริงๆ

บทหลายๆ อย่างก็งง ชวนสงสัย ชวนเอ๊ะ และบางเรื่องก็ไม่เคลียร์ การไปเจอหมา เจอเด็ก เจอสวน มันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวน่าสนใจขึ้นมามากกว่าเดิมแต่อย่างใด เพราะตัวละครแต่ละตัวก็ดูจืดชืดไม่แพ้กัน สีสันเดียวที่หนังพอจะให้ได้คือสวน ที่ดูงดงาม แฟนตาซี เพียงเท่านั้น

จริงๆ ไม่ติด ที่หนังไม่ได้แฟนตาซีแบบคำโปรยหรือตัวอย่าง แต่ติดตรงที่มันไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูร่วมหรือเข้าไปสัมผัสตัวละครหรือสิ่งที่ตัวละครเจอได้เลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคงเป็นการแสดงของ Colin Firth ที่ออกมาน้อย และใช้เฮียแกได้ไม่คุ้มเลย เอาจริงๆ ถ้าจะมีแค่นี้เอาคนอื่นมาเล่นก็น่าจะได้นะ

The Secret Garden จึงกลายเป็นแค่หนังภาพสวยที่จืดชืด…ไร้รสชาติเพียงเท่านั้น

รีวิวหนัง The Travelling Cat Chronicles

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา ภาพยนตร์ดรามาเรียกน้ำตาที่สร้างจากหนังสือนวนิยายในชื่อเดียวกัน อันเป็นผลงานการกำกับของ มิกิ โคอิจิโร่ ซึ่งได้นักแสดงหนุ่มสุดฮอต ฟุคุชิ โซตะ มาแสดงนำร่วมกับเจ้าแมวเหมียว ทอม หรือ นานะ แมวจอมหยิ่งที่จะมาสร้างความประทับใจให้เหล่าทาสแมวทั้งหลายได้มีความสุข

The Travelling Cat Chronicles

The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา ว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางของสองชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของทั้งคู่ไปตลอดกาล ห้าปีก่อนมีแมวจรจัดผู้น่าสงสารอยู่ตัวหนึ่ง จนกระทั่งมันถูก ซาโตรุ รับมาเลี้ยง เขาตั้งชื่อให้แมวตัวนั้นว่า นานะ แม้ว่าเจ้าแมวจะไม่ชอบชื่อนี้นักก็ตาม ซาโตรุคือชายหนุ่มจิตใจดีที่ใส่ใจคนรอบข้าง ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตลอดตามประสาคนกับแมว

ห้าปีต่อมาซาโตรุขับรถพานานะออกเดินทาง เขาแวะเยี่ยมเยือนบรรดาเพื่อนเก่าพร้อมกับวานฝากเจ้านานะให้เลี้ยง ด้วยเหตุผลที่นานะเองก็ไม่รู้ว่าทำไม และซาโตรุก็ไม่เคยเอ่ยปากออกมา ด้วยความผูกพันทำให้นานะไม่อยากให้เขาทิ้งมันไปไหน นานะอยากจะเป็นแมวของซาโตรุเท่านั้น ขณะที่ปริศนาบางอย่างเริ่มคลี่คลายระหว่างการเดินทาง

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังรวมไปถึงเหล่าทาสแมวไม่ควรพลาดจริงๆ สำหรับ The Travelling Cat Chronicles แน่นอนว่าเราจะได้เห็นความน่ารักน่าชัง อุปนิสัยใจคอของเจ้าแมวเหมียวผ่านเสียงพากย์ของคน ซึ่งถือว่าสื่อสารออกมาได้ดี ตรงอารมณ์ของเจ้าตัวสุดๆ หากใครที่เป็นทาสก็ยิ่งหลงมากขึ้นไปอีก ส่วนใครที่ไม่ชอบแมวเชื่อว่าจะต้องเปลี่ยนใจแน่นอน

ที่สำคัญขอชื่นชมทีมผู้สร้างที่คัดเลือกเจ้าแมวเหมียวออกได้มาถูกตัว และสามารถกำกับออกมาได้เข้าจังหวะ จึงทำให้ภาพรวมในส่วนของนักแสดงซึ่งเป็นแมวนั้นพอเหมาะพอดี ไม่ได้มีความโอเวอร์แอคติ้งเหมือนของนักแสดงที่เป็นคนจริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในส่วนของนักแสดง (ที่เป็นคน) มีการแสดงที่เกินจริงไปเสียหมด โดยเฉพาะพระเอก ซาโตรุ ของเรา ซึ่งรับบทโดย ฟุคุชิ โซตะ นั้นได้ถ่ายทอดบทบาทความเป็นทาสแมวได้ดี พอเข้าพาร์ทดรามาก็ชวนให้น้ำตาซึมไปกับชะตาชีวิตของเจ้าตัวที่ต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต

นอกเหนือไปจากเรื่องราวความดรามาของชีวิตมนุษย์อันรันทดหดหู่โดยเนื้อแท้ที่หนังถ่ายทอดออกมาให้ดูแบบสบายๆ แล้วเรายังได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตของคนกับสัตว์ผ่านการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความรักความผูกพันต่อกันเสมือนอยู่ในชีวิตจริง เชื่อว่าผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะซาบซึ้งไปกับเรื่องราวใน The Travelling Cat Chronicles ที่ไม่ทำให้เสียชื่อหนังสัญชาติญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์