รีวิวหนัง Dark Crimes – วิปริตจิตฆาตกร

Dark Crimes หรือวิปริตจิตฆาตกร “ทาเด็ค” เป็นนักสืบที่รับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมนักธุรกิจคนหนึ่ง แต่ที่เขาและคนอื่นๆ ต้องประหลาดใจมากก็คือ เรื่องราวมันเหมือนกับเรื่องในนิยายฆาตกรรมของนักเขียนคนหนึ่งที่ชื่อ “คอซโลว์” ขณะที่คดีนี้น่าจะเปิดและปิดได้ง่ายๆ เหมือนคดีทั่วๆ ไป ทาเด็คดูเหมือนจะสืบพบเรื่องในมุมมืดของคดีนี้ขึ้นมา นั่นเป็นเหมือนชนวนที่ทำให้ทาเด็คดำดิ่งสู่อีกโลกที่มืดบอด และทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

วิปริตจิตฆาตกร

หนังสืบสวนสอบสวนที่จะพาผู้ชมลงไปแตะต้องความดำมืดของมนุษย์ นำแสดงโดย จิม แครี่ ซึ่งสลัดคราบนักแสดงตลกไปจนหมดสิ้น และท้าทายตัวเองด้วยการนำความรู้สึกซึมเศร้า เครียด กดดันออกมาโลดแล่นบนหนังสไตล์ยุโรปที่เต็มไปด้วยคำถามเชิงศีลธรรม และความหนักหนาของความเป็นมนุษย์ หนังไม่เหมาะกับความบันเทิงปกติ มีความกดดันสูง ใช้เสียงโทนต่ำขับเคลื่อนอารมณ์ ถ้าชื่นชอบความดำมืด คำถามเชิงศีลธรรมหนักๆ หนังเรื่องนี้เหมาะเป็นอย่างดีที่จะเข้าไปสำรวจจากแก่นของมัน เพราะสร้างมาจากเรื่องจริงรสประหลาดของความเป็นมนุษย์ที่สุดขั้ว

หนังว่าด้วยเรื่องการตายผู้ชายคนหนึ่งเมื่อ 1 ปีก่อน ถูกมัดไพร่หลังด้วยเงื่อนพิเศษ และโยนลงน้ำ ดิคเคทนักสืบมือสะอาดผู้คิดว่าเกร์เกอร์ ผบ.ตำรวจคนปัจจุบันมีส่วนรู้เห็น ทำการสืบสวนโดยพุ่งเป้าไปทางนั้น แต่การสอบสวนถูกระงับด้วยอำนาจด้านบน ดิคเคทต้องผจญกับความอยุติธรรมทั้งหลาย ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน ทั้งเรื่องครอบครัว จนต้องถูกบังคับให้เกษียณ แต่เขาก็ไม่อาจหลุดพ้นจากมัน ด้วยความเจ็บปวดกดดันเหล่านั้น ก็นำดิคเคทไปสู่การสอบสวนลับๆ ในอีกหนึ่งปีต่อมา ไม่ว่าจะเป็นการตามตัวเกรเกอร์ตลอดเวลา หรือการฟังนิยายของผู้ต้องสงสัยจนท่องได้ขึ้นใจ เขาต้องเผชิญหน้ากับทั้งผู้ต้องหาที่เต็มไปด้วยความดำมืดที่เงียบสงบ และเกรเกอร์ผู้พยายามทำทุกอย่างให้การสืบสวนนี้พังลง การดิ้นรนของดิคเคทแสดงให้เห็นว่าดิคเคทหมกมุ่นจนไม่อาจถอนตัวออกจากมันได้ และไม่สามารถมองเห็นสิ่งอื่นๆ นอกจากคดีที่เขาสืบสวน ไม่…แม้กระทั่งแม่ หรือครอบครัวของเขา

หนังพาเราเข้าไปสำรวจโครงสร้างของมนุษย์นอกรีต ผ่านกระบวนการอันสุดโต่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ เดอะ เคจ สถานเริงรมย์สำหรับคนซาดิสต์ที่เกียวข้องกับการตายของเหยื่อ ความโลภของเงิน ความยโสของความยุติธรรม ความมักมากในกามที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ผิดเพี้ยน ความริษยา การโค่นล้มอำนาจ และการไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย หนังตั้งคำถามกับความจริงและความเป็นมนุษย์ได้อย่างมืดหม่น เพราะสุดท้ายแล้วความสุขของมนุษย์วางอยู่รอบๆ ตัวพวกเขาเอง แต่การแสวงหาอำนาจ แสวงหาความพึงใจทำให้เราทำลายทุกอย่างลง แสงอยู่ใกล้มากๆ แต่เราพึงพอใจที่จะมืดบอดในเงามือมากกว่า โดยที่มีมีนัยยะของไม้กางแขน และกรงขังอยู่เสมอว่ามันใกล้กันมากแค่ไหน

หนังไม่มีความโหด อาจดิบหม่น แต่ก็หลีกเลี่ยงความรุนแรงแบบจะจะ หนังเลือกใช้การเล่าที่นิ่งเงียบทรงเสน่ห์ การวางภาพที่เนี๊ยบมากๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือซักเล่ม หากสังเกตเราจะพบว่าตัวละครจะถูกแบ่งเฟรมจากซ้ายไปขวาเหมือนพลิกหน้ากระดาษ จนกระทั่งจุดพลิกผันกลางเรื่องที่ตัวละครจะค่อยๆ ถูกเล่าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของมัน นอกจากนี้หนังยังมีอาร์ตที่จัดว่าจัดจ้าน การใช้แสงเงาในระดับเพอร์เฟ็ค เรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีโทนสีดำที่สวดหยาดเยิ้มและเย็นชาแบบสุดๆ โดยระหว่างการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายและดำมืด ก็จะใช้เสียงโทนต่ำในการขับเคลื่อนอารมณ์ แทบจะไม่ตกแต่งเสียงเลยด้วยซ้ำ

จิม แครี่แสดงได้ทรงพลัง ความเครียด ความกดดัน ความหมกมุ่น ถูกขับผ่านมาทางนักแสดงได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวร้ายอื่นๆ ไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก แต่จิม แครี่แบกเรื่องได้ และทำให้เราสนุกกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญผ่านความดำมืดของมนุษย์ที่ประดังเข้ามาท้าทายความรู้สึกของเขาจนแตกพัง

แม้ว่าโครงสร้างเรื่องจะเก่า แต่การเล่าที่เนี๊ยบและเพอร์เฟ็ค ผ่านองค์ประกอบที่คิดมาเป็นอย่างดีและปราณีต ทำให้หนังโดดเด่นในเชิงกำกับ ภาพ อาร์ต และการตัดต่อที่น่าสนใจ เหมาะกับการศึกษา หรือพยายามขบคิดเรื่องศีลธรรมที่สุดขั้ว เป็นหนังสืบสวนดีๆ อีกเรื่องที่ใกล้ชิดกับความดำมืดของมนุษย์มากๆเลยทีเดียว

ขอบคุณเนื้อหา thaiware.com

รีวิวหนัง The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร การกลับมารับงานแสดงหนังอีกครั้งของ เคน ธีรเดช การรับเล่นหนังเป็นครั้งแรกของสาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ และการกลับมาทำหน้าที่กำกับหนังอีกครั้งของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง กับพล็อตเรื่องที่เล่นในสถานที่จำกัด แม้จะดูเหมือนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความท้าทายของหนังคือบทต้องดี อารมณ์ต้องได้

The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ที่เผลอนอนหลับอยู่บนแพยางบนสระว่ายน้ำ หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหนื่อยล้า ทว่าเพื่อนของเขาได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออก เมื่อเดย์ตื่นมาเขาจึงอยู่ในสระว่ายน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำลงมาก และไม่สามารถปีนออกไปได้ ก้อย แฟนสาวมาหาเดย์แบบเซอร์ไพรส์ด้วยการกระโดดลงมา แต่พลาดท่าศีรษะฟาดกับที่กระโดดจนตกลงสระมาได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่น้ำในสระหายไป ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำไปให้ได้ใน ขณะที่สัตว์ร้ายอย่างจระเข้ก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าไม่ได้แสดงหนังมา 9 ปีแล้ว แต่พระหนุ่มตลอดกาล เคน ธีรเดช ก็กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แบกหนังทั้งเรื่องในฐานะพระเอกอีกครั้ง ความยาวของหนังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งนั้น แทบจะไม่มีซีนไหนเลยที่คนดูจะไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ภายในสระอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์ ความสามารถทางการแสดง และการส่งอารมณ์ให้คนดูตลอดเวลา ยังดีที่ได้สาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ มาช่วยเบรกสายตาของหนุ่ม ๆ ให้ได้เห็นความน่ารักชื่นตาชื่นใจได้บ้าง บอกได้เลยว่าแฟนคลับ เคน ธีรเดช ตัวจริง ไม่ควรพลาดชมในโรงหนังเป็นอย่างยิ่ง

ก็เป็นจริงดังว่าหาใช่การโฆษณาเกินจริงไม่ เคมีระหว่าง เคน ธีรเดช และ เกรซ รัชย์ณมนทร์ ส่งให้กันนั้นถือว่าสอบผ่านตามที่ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง บอกไว้จริง ๆ ยิ่งสาวเกรซถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังแสดงได้ง่ายกว่านักแสดงหนังคนอื่น ๆ เพราะด้วยความสดใหม่ของสาวเกรซที่คอหนังไม่เคยได้เห็นผลงานมาก่อนก็ทำให้คอหนังพร้อมจะคล้อยตามไปกับเธอได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของจระเข้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ อย่างที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในหนังจะใช้จระเข้ตัวจริง จระเข้ปลอม รวมถึงการใช้จระเข้ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ความเนียนของจระเข้ที่เห็นในหนังนั้นเกินกว่าที่คาดไปมาก จระเข้เนียนมาก เรียกได้ว่าเทคนิคพิเศษของวงการหนังบ้านเราใกล้เคียงระดับโลกมากขึ้นไปทุกทีแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยความตื่นเต้นและความระทึกของหนังก็ไม่ทำให้อารมณ์สะดุดแต่อย่างใด

แม้ว่าหน้าหนังจะพูดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ให้คนดูรู้ล่วงหน้าไปแล้ว อย่างการลงไปอยู่ในสระน้ำที่ไม่มีน้ำและสูงถึง 6 เมตร ที่ไม่มีบันได สภาพแวดล้อมทั้งฝนทั้งแดด ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร สภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อน้ำ และจระเข้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ได้ลดทอนความลุ้นระทึกของหนังลงไปได้เลย

พิง ลำพระเพลิง เสมือนผู้เล่นเกมซิมส์ได้เนรมิตสรรค์สร้างความลำบากยากเข็ญและอภิมหาความโชคร้ายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้ให้กับหนังตลอดเวลา และพยายามคิดไปพร้อมกับตัวละครที่เสมือนหนึ่งเป็นชาวซิมส์ว่าจะแก้ปัญหาฟันฝ่าความยากลำบากตรงหน้าอย่างไร

หากใครโดนสปอยล์ตอนจบของหนังไปแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าจะดูหนังสนุกหรือไม่สนุก เพราะการรู้ตอนจบไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าเรื่องระหว่างทางผ่านสองตัวละครที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สะท้อนออกมาเป็นแง่คิดต่าง ๆ ให้ผู้ชมแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันได้ตกผลึก และกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับตัวเองได้

กล่าวโดยสรุปแล้วหนัง The Pool นรก 6 เมตร คงเป็นมาสเตอร์พีซผลงานชิ้นโบแดงขึ้นหิ้งอีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง ที่ทำผลงานได้สมกับความตั้งใจที่อยากจะทำมานานหลายปี และเมื่อเขาได้โอกาสที่จะรังสรรค์เรื่องราวในจินตนาการของตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มภายใต้ชายคาค่าย T Moment แล้ว

พิง ลำพระเพลิง ไม่ลังเลที่จะจัดเต็มใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในฉากแต่ละฉากอย่างสุดความสามารถสมกับที่เขารอคอยมานาน ไม่รู้ว่าหลังจากที่หนังเข้าฉายจะถูกใจผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวแล้ว The Pool นรก 6 เมตร เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่คนส่วนใหญ่แนะนำผ่านปากต่อปากมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย

ขอบคุณเนื้อหา mthai.com

รีวิวหนัง Mara ตื่นไหลตาย

หนังสยองขวัญอีกเรื่องที่คอหนังไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ Mara ตื่นไหลตาย ของผู้กำกับ ไคล์ฟ ตองเก (Clive Tonge) ที่ได้หยิบเอาเหตุการณ์สุดหลอนที่เคยเกิดขึ้นจริงกับเขามาสร้างเป็นส่วนหนึ่งของหนังอีกด้วย พร้อมกันนั้นยังได้นักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง โอลกา คูรีเลนโก (Olga Kurylenko) รับบทหนังแนวสยองครั้งแรกอีกด้วย

Mara ตื่นไหลตาย

Mara ตื่นไหลตาย ว่าด้วยเรื่องราวหลังเกิดคดีการตายผิดธรรมชาติของครอบครัวหนึ่ง นักจิตวิทยา เคต ฟูลเลอร์ รับหน้าที่สืบคดีแปลกประหลาดครั้งนี้ เธอได้สืบพยานผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเด็กน้อยในวัย 8 ขวบอย่าง โซฟี เธอเอ่ยปากพูดเพียงคำว่า มาร่า เมื่อเคตถลำลึกไปกับการสืบคดีทำให้เธอได้พบกับกลุ่มคนที่อ้างว่าพวกเขาถูกทรมานจากปีศาจร้ายที่ตามหลอกหลอนผู้คนมาอย่างยาวนาน และจะทำร้ายพวกเขาได้เฉพาะในตอนที่หลับเท่านั้น เคตต้องเร่งไขคดีปริศนาครั้งนี้ก่อนที่เธออาจจะต้องตกเป็นเหยื่อรายถัดไป

เชื่อว่าใครที่เป็นคอหนังสยองขวัญไม่น่าจะพลาดกับ Mara ตื่นไหลตาย หนังเรื่องล่าสุดจากค่ายโมโนฟิล์มที่เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปสดๆ ร้อนๆ นอกจากหน้าหนังที่มีความละม้ายคล้ายคลึงหนังผีของไทยแล้ว ยังว่าด้วยเรื่องราวใกล้ตัวของคนไทยอย่างเรื่องการนอนไหลตายหรือถูกผีอำอีกด้วย ซึ่งถือว่าทีมผู้สร้างมีการทำการบ้านมาอย่างดี ด้วยการเชื่อมโยงเหตุการณ์การตายอย่างเป็นปริศนาของคนทั่วโลก นั่นรวมไปถึงที่ไทยด้วย ส่วนจะเชื่อมโยงกันอย่างไรนั้นต้องไปติดตามกันในหนัง รับรองว่าต้องเซอร์ไพรส์แน่นอน

ในส่วนของความหลอนและระทึกของหนังนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว (โดยเฉพาะการตายที่โคตรสยอง) บางฉากทำเอาถึงกับเกร็งจิกเบาะแทบขาด Mara โผล่มาแต่ละทีทำเอาสะดุ้งกันทั้งโรงเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังยังคงเล่าเรื่องตามขนบแบบเดิมๆ ถามว่าน่ากลัวไหมก็น่ากลัวอยู่ แต่การนำเสนอหนังในแนวนี้ก็ค่อนข้างจำเจพอสมควร เพราะดูไปได้สักพักก็จับทางได้มันจึงไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นต่อ

แต่ด้วยเรื่องราวการกำเนิดเกิดขึ้นของผีที่มีนามว่า Mara นั้นค่อนข้างมีความเกี่ยวโยงกับผีแบบไทยๆ จึงทำให้เรามีอารมณ์ร่วมและคล้อยตามได้ไม่ยาก โดยหนังยังมีการนำเสนอแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับความเชื่อของคน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูได้เก็บมาคิดเองว่าสุดท้ายแล้วเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นในหนังนั้น เป็นเพราะผีมีจริงๆ หรือเราคิดไปเองกันแน่ เอาเป็นว่าหากใครเป็นคอหนังสยองขวัญก็ไม่ควรพลาดเข้าไปชมกัน ส่วนใครที่ค่อนข้างขวัญอ่อนเชื่อว่ากลับบ้านไปต้องมีได้เปิดไฟนอนทั้งคืนแน่ๆ (แล้วแต่คนนะ)

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com