รีวิว Pokémon Detective Pikachu เติมเต็มความสุขในวัยเด็ก

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในวันพฤหัสนี้แล้ว สำหรับ Pokémon Detective Pikachu หนังแอคชั่นผจญภัยที่สร้างอิงจากแบรนด์โปเกมอนอันเป็นขวัญใจของแฟนๆ กำกับโดย ร็อบ เลตเตอร์แมน (Rob Letterman) ผู้ถนัดหนังแนวคอมเมดี้ และยังได้หนุ่มมาดกวน ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds) มาเป็นหนึ่งในนักแสดงและให้เสียงพากย์เป็นยอดนักสืบปิกาจูอีกด้วย

Pokémon Detective Pikachu

Pokémon Detective Pikachu ว่าด้วยเรื่องราวของนักสืบ แฮร์รี กูดแมน หายตัวไปอย่างลึกลับ ทิม ลูกชายวัย 21 ปีของเขา จึงต้องหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ช่วยการสืบสวนครั้งนี้คือนักสืบ ปิกาจู อดีตคู่หูนักสืบของแฮร์รีที่มีความตลกและน่ารักอยู่ในตัว แถมยังแอบมีความสับสนในตัวเองอยู่ด้วย และทิมคือมนุษย์เพียงคนเดียวที่พูดคุยกับนักสืบปิกาจูได้

พวกเขาต้องร่วมมือกันไขปริศนาที่แสนสับสน ตามหาเบาะแสไปด้วยกันบนท้องถนนไรม์ ซิตี้ เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและทันสมัย มนุษย์และโปเกมอนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ซึ่งพวกเขาได้พบกับเรื่องราวน่าตกใจที่ทำลายความสงบของการอยู่ร่วมกัน รวมถึงเป็นภัยคุกคามโลกทั้งใบของโปเกมอนอีกด้วย

เรียกได้ว่าใครที่เป็นแฟนโปเกมอนแค่เห็นตัวอย่างหนังก็อยากตีตั๋วเข้าไปดูแล้ว ด้วยความน่ารักของเหล่าโปเกมอนขนฟูตาแป๋วก็ทำเอาใจละลายสุดๆ ไปเลย และเมื่อฉากแรกปรากฏให้เราเห็นก็สร้างความระทึกขึ้นมาเลยทีเดียว เพราะมันคือการเกิดอุบัติเหตุของ แฮร์รี กูดแมน ผู้เป็นต้นเรื่องในการสืบหาเรื่องราวใน Pokémon Detective Pikachu ก่อนจะไปพบกับความน่ารักของโปเกมอนตัวแรก ซึ่งน่ารักมากๆ แต่ก็มีความโหดอยู่ไม่น้อยเลย

ต้องยอมรับว่าโดยภาพรวมหนังค่อนข้างที่ดำเนินเรื่องไปได้ช้าไปนิด แต่ก็มีการทิ้งเบาะแสเอาไว้ให้ได้สังเกตอยู่หลายจุด บอกเลยว่าถ้าไม่มีเหล่าโปเกมอนคงจะน่าเบื่อมากทีเดียว นี่อาศัยว่าโปเกมอนออกมาเยอะมากและน่ารักสุดๆ เลยทำให้ดูต่อไปได้ โดยเฉพาะนักสืบ ปิกาจู ของเราที่อาจจะรู้สึกแปลกๆ ไปกับเสียงพากย์ไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็มีเหตุผลมารองรับอยู่ ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกเซอร์ไพรส์เล็กน้อย แต่คงไม่เหนือความคาดเดาของแฟนๆ แน่นอน

แม้อาจจะรู้สึกแปลกๆ กับเสียงพากย์ของ ไรอัน เรย์โนลด์ส ในตอนแรก โดยส่วนตัวคิดว่าพอได้ฟังไปเรื่อยๆ ก็จะรู้สึกลื่นหูไปเอง ถ้าไม่คิดอะไรมากและมองข้ามมันไปก็น่าจะทำให้ดูหนังสนุกมากขึ้นทีเดียว ในส่วนของฝั่งตัวร้ายก็ไม่ได้มีความหักมุมที่คาดไม่ถึง เพราะเหมือนดูแค่หน้าก็รู้แล้วว่าคนนี้นี่แหละที่เป็นตัวร้ายแน่นอน เซนส์และโหงวเฮ้งมันบอก แถมยังให้ความรู้สึกว่าไม่ค่อยมีชั้นเชิงมากนัก อย่างที่บอกออกจะน่าเบื่อจริงๆ ดีที่ความน่ารักของโปเกมอนมาช่วยไว้

อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะไม่ได้สร้างความประทับใจเท่าที่คาดหวังไว้ แต่ด้วยความหลากหลาย น่ารัก และได้เห็นโปเกมอนแบบไลฟ์แอคชั่น ซึ่งถูกสร้างอิงมาจากโปเกมอนที่เคยได้ชมในวัยเด็กแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว แม้มันอาจจะไม่ได้เต็มอิ่ม แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนช่วยเต็มเติมความสุขได้อีกครั้ง

Pokémon Detective Pikachu 7/10 คะแนน เข้าฉายในไทย 9 พฤษภาคม 2019

Cr.movie.mthai.com

รีวิว ออนซอนเด หนังรอมคอมฉบับไทบ้านที่หวังเอาใจคนอีสาน

ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายในเดือนพฤษภาคมต้อนรับวันแรงงาน สำหรับ ออนซอนเด ผลงานการกำกับล่าสุดของ ธีรเดช สพันอยู่ ที่นักร้องร้อยล้านวิว เบิ้ล ปทุมราช ขอพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้พี่น้องนักร้องเลือดอีสานมาร่วมสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆ มากมาย อาทิ ก้อง ห้วยไร่, แซ็ค ชุมแพ, ธัญญ่า อาร์สยาม และยังได้ แน็ก ชาลี โดดมาสมทบอีกด้วย

ออนซอนเด

ออนซอนเด ว่าด้วยเรื่องราวของ ต่ง, รวย, อ๊อดแอ๊ด สามหนุ่มอีสานบ้านทุ่งวัยแตกพันธุ์ที่กำลังมองหาแม่พันธุ์ทีดีสำหรับชีวิตคู่ ต่งนั้นต้องการแม่พันธุ์ที่เพรียบพร้อมเลิศเลอเพอร์เฟกต์ จึงมองข้าม ดอกหญ้า สาวไทบ้านเดียวกันที่มอบหัวใจให้ต่งไปทั้งดวง แต่พอมี ยุทธ หนุ่มเมืองกรุงมาดเซอร์ นักอนุรักษ์ท้องถิ่นเข้ามาชอบดอกหญ้า ทำให้ต่งเริ่มไม่พอใจ ส่วนรวยก็ต้องการ มะลิ มาเป็นคู่ชีวิตที่จะดูแลกันและกันตลอดไปแต่กำแพงเงินตราที่ต่างชั้นเป็นขวางหนามกั้นกลาง

ดูเหมือนว่าจากกระแสหนังอีสานที่กำลังมาแรงและทำเงินได้ดีในสองสามปีหลังๆ มานี้ส่งผลให้หลายค่ายทยอยผลิตผลงานแนวนี้ออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าย เอ็ม พิคเจอร์ส ที่ดูเหมือนว่าจะมาเอาดีสนับสนุนหนังไทยมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่รู้ว่า ออนซอนเด จะทำรายได้มากอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ เพราะจากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาก็คล้ายกับว่าไม่ค่อยมีมุกให้เล่นมากนัก ออกจะซ้ำซากและจำเจไปไม่น้อย แต่จะว่าไปอาจจะเป็นม้ามืดทำรายได้หลายสิบล้านก็เป็นได้

ต้องบอกกันตามตรงว่าด้วยเรื่องราวของ ออนซอนเด นั้นไม่ได้มีความแตกต่างหรือแหวกแนวไปจากหนังอีสานเรื่องอื่นๆ ที่พยายามนำเสนอความเป็นไทบ้านออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ทั้งเรื่องราวการใช้ชีวิต การปรับตัวให้เข้ายุคสมัย จนไปถึงเรื่องราวความรักสามเศร้า รักต่างชนชั้น ที่ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่ธรรมดาจนไม่ค่อยน่าสนใจ บางจุดก็ยืดเยื้อไปมาก บวกกับการแสดงของหลายๆ ตัวละครที่แข็งทื่อ ทั้งยังต้องพบกับบทบาทเดิมๆ ของนักแสดงนำ หนังจึงไม่ได้สร้างความประทับใจเท่าที่ควร

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไม่สนุกเลย เพราะก็มีหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ผู้ชมได้เหมือนกัน ที่สำคัญหนังสร้างเรื่องราวความโรแมนติกคอมเมดี้หวังตีตลาดคนอีสานโดยเฉพาะ โดยเฉพาะความตลกกับการสนทนาแบบอีสาน หากเป็นคนภาคอื่นอาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าใจการรับส่งมุกตลกเหมือนกัน อย่างไรก็ตามด้วยภาษาของหนังก็คงไม่ยากเกินกว่าจะเข้าใจแน่นอน

ออนซอนเด เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com

รีวิว Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา

เรียกได้ว่า Cinderella and the Secret Prince หรือชื่อไทยว่า ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา เรื่องนี้นั้นไม่ได้ถูกสร้างจากดิสนีย์ดังที่เราเคยรู้เรื่องราวของเจ้าหญิงคนนี้มาตลอด ด้วยชื่อหนังก็อาจจะทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดไปได้เหมือนกัน แต่จะว่าไปจุดกำเนิดเรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเวอร์ชั่นเดิมเอาไว้อยู่ เพียงแต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ถูกเติมแต่งมากขึ้น

Cinderella and the Secret Prince

Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา ว่าด้วยเรื่องราวของ เอลลา สาวสวยผู้อยู่ในบ้านร่วมกับแม่เลี้ยงและพี่สาวนอกไส้สองคน ด้วยความช่วยเหลือจากหนูเพื่อนรัก 3 ตัว จึงทำให้เธอได้พบกับ คริสตัล นางฟ้าแม่ทูนหัวฝึกหัดที่เสกให้เอลลามีทุกอย่างเพื่อเข้างานเลี้ยงจนได้เข้าไปเต้นรำกับเจ้าชาย แต่แล้วเธอกลับพบความลับว่าเจ้าชายตัวจริงถูกสาปเป็นหนู ส่วนที่อยู่ในปราสาทเต้นรำกับเธอนั้นเป็นตัวปลอม

ฝ่ายแม่มดก็ประกาศออกตามล่าเอลลาและเพื่อนๆ ในที่สุดพวกเธอก็ค้นพบวิธีที่จะช่วยเจ้าชายกลับคืนร่างเดิน โดยเดินทางไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพบแหวนเวทมนตร์ปริศนา หลังจากหาวิธีเพื่อช่วยให้เจ้าชายที่ถูกสาปกลับคืนร่างเป็นมนุษย์ ด้วยพลังของแหวนเวทมนตร์ เจ้าชายบุกไปยังปราสาทเพื่อจัดการกับแม่มดผู้ชั่วร้าย และทวงปราสาทของตัวเองคืน ระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด แม่มดร่ายเวทมนตร์ใส่เอลลา สาปให้กลายเป็นหิน เจ้าชายต้องเลือกที่จะยกแหวนเวทมนตร์เพื่อถอนคำสาปช่วยเหลือเอลลา แลกกับการที่ตัวเองต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง หรือเอลลาจะต้องเป็นหินไปตลอดกาล

จะสังเกตเห็นได้ว่าตั้งแต่เรื่องย่อเราก็พอจะทราบแล้วว่า ซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นนี้มีความเหมือนกับแอนิเมชั่นจากดิสนีย์เรื่องอื่นๆ ไม่น้อย ใครที่เคยดูหรือ่านหูผ่านตามาก่อนก็จะรู้ว่านี่มันจงใจสร้างมาล้อเลียนหนังเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ ทั้งคำพูดคำจา หรือแม้แต่พล็อตเรื่อง ซึ่งจะว่าไปมันก็อาจจะเป็นส่วนดีที่ทำให้เราเปิดกว้าง ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน และได้เห็นอะไรใหม่ๆ แหวกแนวไปบ้าง

แม้ว่าเรื่องราวมันต่างไปจากเวอร์ชั่นเดิมมากแค่ไหน แต่ถ้างานสร้างไม่ได้เนี๊ยบเท่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่สร้างมาก็น่าเสียดายไม่น้อย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเวอร์ชั่นนี้ เรียกได้ว่าโปรดักชั่นไม่ค่อยโอเคเท่าที่หวัง การดีไซน์ตัวละครมีบางตัวก็ดี และในหลายๆ ตัวก็ดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด หรืออาจจะเพราะเราชินตากับลายเส้นของค่ายอื่นอยู่แล้ว พอมาดูเรื่องนี้มันก็ให้ความรู้สึกอีกแบบ ยิ่งมาเจอการพากย์เสียงของตัวนางเอกบอกเลยว่าปวดหูมาก (จะแหลมไปไหน)

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากอยากจะลองชมซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นนี้บ้าง ก็ถือว่าไม่ได้เสียหายอะไร เพราะจะว่าไปมันคงขึ้นอยู่กับรสนิยมความชอบของแต่ละบุคคล เพราะท้ายที่สุดแล้วหนังก็ได้ให้ความบันเทิงและข้อคิดดีๆ ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ของคน เพียงแต่มันอาจจะไม่เท่าที่เราคาดหวังไว้ก็ตาม

Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา 6.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com