อย่างฮา! รีวิวหนัง 5 บาป พอขำขำ

เริ่มต้นเลยที่ได้ยินเรื่อง ผู้หญิง 5 บาป ด้วยความที่ไม่เคยผ่านตามาเลยกับภาคแรก พอได้ยินว่ามีภาค 2 ก็อ้าว! นึกไปถึงว่าหนังอะไรเนี่ย มีแต่ผู้หญิงโชว์เรือนร่าง (- -‘) แล้วยิ่งมีกระแสข่าวว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ได้เรท ฉ.20+ ก็ยิ่งนึกไปเลยเถิดว่าหนังคาวโลกีย์แน่นอน พร้อมทำสีหน้าหื่นสุดๆ? (?????)o และเมื่อได้มีโอกาสได้ย่างเท้าก้าวไปพร้อมเพื่อนหญิงอีก 3 นาง ในใจก็นึกขำขำว่าชะนี 4 นาง (รวมคนเขียน) จะเข้าไปดูหนังเริงโลกีย์ ทั้งๆ ที่เมื่อหันไปมอง จะเห็นคนดูส่วนใหญ่มาเป็นคู่ชายหญิง แต่นี่อะไรชะนี 4 นางเดินเข้าโรง ดูหนังอย่างว่า ซึ่งก็ไม่ผิดแปลก แต่ที่น่าตกใจเมื่อคุณน้องขายบัตรหน้าเคาน์เตอร์ถามมาว่าอายุถึง 20 กันหรือยัง อ่ะฮ้า น้องตาถึงมากมาก พี่เพิ่งเลย 20 มานิดหน่อยเท่านั้นเองแหละน้อง (แอบยิ้มกริ่มในใจ) ( ??? ) และเมื่อถึงหน้าโรง ก็ต้องควักบัตรประชาชนขึ้นมาให้น้องเค้าดูกันอีกรอบ (โอ้ หน้าเราละอ่อนปานฉะนี้หรือนี่ ชอบนะคะ ชอบ)

5 บาป พอขำขำ

และเมื่อนั่งในโรงหนังได้สักแป๊ป ก็เกิดสงสัยว่า ทำไมตัวอย่างหนังฉายทีละเรื่อง ฉายเรื่องนึง จอดำ ฉายอีกเรื่อง จอดำ จนเพื่อนหญิงพูดเปรยออกมาว่า เหมือนดูหนังเร่ หนังขายยา อุ๊ย พูดไป เค้าจะรู้อายุเรากันนะเนี่ย? (???) และเมื่อหนังเริ่มฉาย ไตเติ้ลเรื่องก็จะเป็นการแนะนำน้องนางทั้ง 5 พร้อมคาแรกเตอร์แต่ละคน ตามมาด้วยการพาคนดูไปเห็นหญิงสาว 5 นางถูกจองจำ ถูกยืนใส่กุญแจมือ โดยมีเหล็กแหลมอยู่ด้านหลัง ดูแล้วน่าเสียว เอ๊ย หวาดเสียวยิ่งนัก และยิ่งเห็นคอสตูมน้องๆ บวกท่ายืนโชว์เรือนร่างวับๆแวมๆ ยั่วตายั่วใจ ด้วยแล้ว อืม หนังติดเรตจริงๆ ด้วย เพราะแต่ละนางไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวกันเลย กับการถูกนำมาจับขัง แต่ดูเหมือนจะแสดงออกไปทางตรงกันข้าม ประมาณว่าชอบ อยากถูกจับไว้แบบนี้นานๆ

รีวิวหนัง ไทบ้านเดอะซีรีส์ x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้

หนัง Thai Ban x BNK48 หรือชื่อไทยว่า ไทบ้านเดอะซีรีส์ x BNK48 โปรเจคการร่วมมือกันระหว่างไทบ้านเดอะซีรีส์และ BNK48 เรื่องราวของกลุ่ม BNK48 ทั้ง 8 คน ได้รับมอบหมายให้ไปทำเพลงหมอลำ จึงทำให้ถูกส่งไปศึกษาและใช้ชีวิตอยู่กับคนอีสานเพื่อที่จะได้เข้าใจวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต เพื่อที่จะได้นำมาสื่อออกเป็นเพลงให้ได้ดีที่สุด

Thai Ban x BNK48

หนังแต่ละเรื่องของไทบ้าน ที่โด่งดังและได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาตลอด มันมีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่ และยิ่งได้ BNK48 มาร่วมโคจรในจักรวาลนี่ นับว่ายิ่งเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความน่าสนใจเข้าไปอีก กับพล็อตเรื่องที่น่าติดตามว่า จะเป็นอย่างไร หาก BNK48 จะไปทำเพลงอีสาน!? แค่ไอเดียนี้ก็ซื้อคนดูทั้งแฟนคลับ BNK48 และแฟนคลับไทบ้านเข้าไปดูได้มากมายแล้ว แถมยังมีการปล่อยเพลง “โดดดิด่ง” ออกมาให้ได้ฟัง เรียกแขกกันตั้งแต่หนังยังไม่เข้า มันยิ่งฉุดความสนใจให้คนอยากเข้าไปดูมากขึ้นไปอีก

แต่น่าเสียดายแบบสุดๆ หนังนำเสนอออกมาไม่ดีจริงๆ ทั้งๆ ที่มีไอเดียและวัตถุดิบที่น่าจะปังขนาดนั้น ไม่สุดสักทาง หาจุดร่วมไม่ได้ แถมยังเหมือน งงๆ หลงๆ ลืมๆ การเล่าในบางจุดไปอีก มันเลยกลายเป็นความไม่กลมกล่อมเอาซะเลย

หนังเปิดเรื่องได้รวดเร็วมาก ดำเนินเรื่องเร็วอีกต่างหาก จนเราไม่ได้เห็นความที่แบบ คนกรุงใช้ชีวิตแบบบ้านนอก BNK48 ต้องมาเปลี่ยนวิถีชีวิตอะไรแบบนี้ มันมีแหละ แต่มันน้อยและเบาบางมากจริงๆ แถมในพาร์ทการทำเพลงที่แทบจะไม่ได้เห็นอะไรเลย เท่านั้นยังไม่พอ มันยังใช้เพลงประกอบน้อยมากๆ โดยเฉพาะเพลง “โดดดิด่ง” ที่เหมือนจะเอามาขาย เป็นเพลงสำคัญ แต่จริงๆ ในหนังกลับปล่อยหายไปดื้อๆ แบบงงๆ แถมยังไม่ใช้เป็นเพลงหลักซะด้วย จนตัวเราเองสงสัยว่า เอ๊า! เพลงนี้มันหายไปไหนฟะ เอาจริงๆ หนังมันแทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับการทำเพลงเลยด้วยซ้ำ เน้นขายโมเม้นท์ BNK48 จริงๆ

ความงงมันยังไม่จบแค่นี้ บางทีตัวละครเพิ่งทะเลาะกันคอขาดบาดตาย ตัดมาอีกฉากดีกันเฉย แบบดีกันเลยอะ ไม่มีฉากคืนดีหรืออะไรให้เห็นถึงความขุ่นเคืองกันแม้แต่น้อย มีฉษกแบบนี้เยอะมาก บทช่วงท้ายก็แบบ ห๊ะ อย่างนี้ก็ได้หรอวะ เรื่องใหญ่นะนั่น เหมือนตัวหนังมีความสับสนแบบแปลกๆ ลืมนู่น ลืมนี่ จะเล่านู่น จะเล่านี่ มันเลยไม่อินหรือสัมผัสอะไรได้สักเท่าไหร่จากตัวหนังเลย เนื้อเรื่องมันเบาบางมากเหลือเกิน

ทางด้านตัวละคร สารภาพว่าเราก็ไม่รู้หรอกว่า BNK48 แต่ละคนในเรื่องนี้เป็นยังไง และนิสัยจริงๆ เป็นยังไง น้องๆ จะแสดงได้เป็นตัวเอง หรือแสดงในบทบาทที่ได้รับ ตอบไม่ได้จริงๆ แต่ยอมรับว่าเนยก็เล่นได้ในระดับที่โอเค แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ได้มีฉากให้แต่ละคนโชว์ทักษะด้านการแสดงอะไรเท่าไหร่เลย การแบ่งบทในเรื่องนี้ถือว่าทำได้แย่ เพราะ BNK48 บางคนนี่เราแทบจะไม่รู้เลยว่าชื่ออะไร ตัวประกอบมากๆ เอาจริงๆ ตัวละครทั้งวงต่างก็ไม่มีมิติเอาซะเลย หลายๆ ฉากแบบเหมือนจับยัดบทใส่ปากมาก ส่วนตัวละครที่เราคิดว่าล้นมาก เกินเบอร์มากคือ ก้อง ห้วยไร่ คือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรับบทเป็นกะเทยเล่นใหญ่ขนาดนั้น จากที่ฮาๆ กลายเป็นน่ารำคาญเสียมากกว่า รวมถึงตัวจ๊อบซังที่ใส่มาเยอะเกินความจำเป็นจริงๆ ส่วนทางด้านฝั่งไทบ้าน ก็เล่นได้ตามมาตรฐานและยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติ เรียกเสียงหาได้แบบง่ายๆ แต่ก็ยังน่าประทับใจอยู่ดี

นอกเหนือจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ถ้ามองไปที่การขายโมเม้นท์ BNK48 ที่จากเมืองกรุงไปบ้านนอกก็ดูน่ารักๆ ดี มีฉากให้ยิ้มๆ และน่าจะถูกใจแฟนคลับพอสมควร แต่พอมาเป็นหนังมองในภาพรวมแล้ว มันกลับไม่ลงตัวเลย แทนที่จะได้เห็นความเป็นไทบ้านในคราบ BNK48 มันกลับจางหายไปอย่างน่าเสียดาย

สรุปแล้ว ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ถือว่าเป็นหนังที่น่ารักดี แต่น่าเสียดายที่หยิบไอเดียและวัตถุดิบต่างๆ มาเล่าได้ไม่ดีเอาซะเลย ดูแล้วแทนที่จะอยากติดตามต่อ กลับอยากไปดูไทบ้านที่ผ่านๆ มาเสียมากกว่า

Cr.movie.thaiware.com

รีวิว ออนซอนเด หนังรอมคอมฉบับไทบ้านที่หวังเอาใจคนอีสาน

ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายในเดือนพฤษภาคมต้อนรับวันแรงงาน สำหรับ ออนซอนเด ผลงานการกำกับล่าสุดของ ธีรเดช สพันอยู่ ที่นักร้องร้อยล้านวิว เบิ้ล ปทุมราช ขอพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้พี่น้องนักร้องเลือดอีสานมาร่วมสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆ มากมาย อาทิ ก้อง ห้วยไร่, แซ็ค ชุมแพ, ธัญญ่า อาร์สยาม และยังได้ แน็ก ชาลี โดดมาสมทบอีกด้วย

ออนซอนเด

ออนซอนเด ว่าด้วยเรื่องราวของ ต่ง, รวย, อ๊อดแอ๊ด สามหนุ่มอีสานบ้านทุ่งวัยแตกพันธุ์ที่กำลังมองหาแม่พันธุ์ทีดีสำหรับชีวิตคู่ ต่งนั้นต้องการแม่พันธุ์ที่เพรียบพร้อมเลิศเลอเพอร์เฟกต์ จึงมองข้าม ดอกหญ้า สาวไทบ้านเดียวกันที่มอบหัวใจให้ต่งไปทั้งดวง แต่พอมี ยุทธ หนุ่มเมืองกรุงมาดเซอร์ นักอนุรักษ์ท้องถิ่นเข้ามาชอบดอกหญ้า ทำให้ต่งเริ่มไม่พอใจ ส่วนรวยก็ต้องการ มะลิ มาเป็นคู่ชีวิตที่จะดูแลกันและกันตลอดไปแต่กำแพงเงินตราที่ต่างชั้นเป็นขวางหนามกั้นกลาง

ดูเหมือนว่าจากกระแสหนังอีสานที่กำลังมาแรงและทำเงินได้ดีในสองสามปีหลังๆ มานี้ส่งผลให้หลายค่ายทยอยผลิตผลงานแนวนี้ออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าย เอ็ม พิคเจอร์ส ที่ดูเหมือนว่าจะมาเอาดีสนับสนุนหนังไทยมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่รู้ว่า ออนซอนเด จะทำรายได้มากอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ เพราะจากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาก็คล้ายกับว่าไม่ค่อยมีมุกให้เล่นมากนัก ออกจะซ้ำซากและจำเจไปไม่น้อย แต่จะว่าไปอาจจะเป็นม้ามืดทำรายได้หลายสิบล้านก็เป็นได้

ต้องบอกกันตามตรงว่าด้วยเรื่องราวของ ออนซอนเด นั้นไม่ได้มีความแตกต่างหรือแหวกแนวไปจากหนังอีสานเรื่องอื่นๆ ที่พยายามนำเสนอความเป็นไทบ้านออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ทั้งเรื่องราวการใช้ชีวิต การปรับตัวให้เข้ายุคสมัย จนไปถึงเรื่องราวความรักสามเศร้า รักต่างชนชั้น ที่ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่ธรรมดาจนไม่ค่อยน่าสนใจ บางจุดก็ยืดเยื้อไปมาก บวกกับการแสดงของหลายๆ ตัวละครที่แข็งทื่อ ทั้งยังต้องพบกับบทบาทเดิมๆ ของนักแสดงนำ หนังจึงไม่ได้สร้างความประทับใจเท่าที่ควร

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไม่สนุกเลย เพราะก็มีหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ผู้ชมได้เหมือนกัน ที่สำคัญหนังสร้างเรื่องราวความโรแมนติกคอมเมดี้หวังตีตลาดคนอีสานโดยเฉพาะ โดยเฉพาะความตลกกับการสนทนาแบบอีสาน หากเป็นคนภาคอื่นอาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าใจการรับส่งมุกตลกเหมือนกัน อย่างไรก็ตามด้วยภาษาของหนังก็คงไม่ยากเกินกว่าจะเข้าใจแน่นอน

ออนซอนเด เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com