รีวิวหนัง Papillon ปาปิยอง หนีตายแดบดิบ

นับว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่เหมาะกับคอหนังสายดราม่ามากเลยทีเดียว สำหรับ Papillon ปาปิยอง หนีตายแดบดิบ ที่สร้างมาจากหนังสือชื่อดังที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงจากชีวประวัติของ อองรี ปาปิยอง ชาร์เรียร์ ชายผู้หลบหนีออกจากคุกกลางมหาสมุทรที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะมีใครสามารถหนีออกมาได้ จนได้กลายเป็นตำนานเล่าขานตราบจนถึงยุคปัจจุบัน

Papillon

โดยหนังได้พระเอกหนุ่ม ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) จาก King Arthur (2017) มาแสดงนำ ร่วมด้วย รามิ มาเล็ก (Rami Malek) ผู้โด่งดังจากซีรีส์สุดฮิตอย่าง Mr. Robot (2015) และกำลังจะก้าวไปรับบทบาท เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องผู้ล่วงลับในภาพยนตร์อัตถชีวประวัติ อย่าง Bohemian Rhapsody ที่มารับบท หลุยส์ เดกา ตัวละครสำคัญในเรื่อง ภายใต้การกำกับของ ไมเคิล นัวร์ (Michael Noer) ผู้กำกับชาวเดนมาร์กที่เคยฝากผลงานไว้ใน R (2010), Nordvest (2013)

หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าเรื่องราวของ Papillon นั้นเคยถูกสร้างมาแล้วในปี 1973 ซึ่งก็ผ่านมาแล้วกว่า 45 ปี คาดว่าเรื่องราวคงไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เว้นเสียแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการสร้างการถ่ายทำที่มีความทันสมัยมากขึ้น ด้วยความที่ส่วนตัวไม่ได้ตั้งความหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้มากนัก ทำให้ถึงเวลาได้ดูหนังจริงๆ แล้วพบว่ามันยังคงเป็นเรื่องราวที่ดี และให้อะไรมากกว่าที่คิด

นอกจากเราจะได้สภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในคุกที่หาสิ่งดีๆ แทบไม่ได้แล้ว เรายังได้เห็นมิตรภาพของมนุษย์ที่แม้ว่าจะไม่ได้เริ่มด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาชีวิตและจิตใจให้มีความหวังอยู่รอดต่อไป ประกอบกับการแสดงของพ่อหนุ่ม ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) ที่เห็นได้ชัดว่าเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจในการรับบทบาทนี้ โดยเฉพาะเรื่องกายภาพที่เห็นพัฒนาการทางด้านร่างกายอย่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนติดคุกที่มีหุ่นล่ำอย่างหล่อ จนค่อยๆ ผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกให้สมกับกับเป็นนักโทษติดคุกมืดหลายปี ยอมใจในความทุ่มเทนี้จริงๆ

ฝ่ายนักแสดงมากความสามารถอย่าง รามิ มาเล็ก (Rami Malek) ก็ถือว่าถ่ายทอดบทบาทออกมาได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากที่ทั้งคู่ตัวติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด อาจจะทำให้แฟนหนังสายวายหรือชาย-ชาย คิดเกินเลยไปบ้าง เพราะบางทีก็แอบคิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองตัวละครนั้นน่าจะมีอะไรมากกว่าแค่เป็นเพื่อนกัน (แต่จริงๆ มันไม่มีอะไรเลย) อีกทั้งหนังยังแฝงนัยยะไว้หลายอย่าง ใครที่ได้ดูน่าจะพอตีความออกมาได้ ส่วนจะเหมือนหรือไม่เหมือนกันนั้นก็ต้องแล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน

แน่นอนว่าใครที่คาดหวังความดิบเถื่อนจากหนังเรื่องนี้นั้นไม่มีผิดหวังจริงๆ เพราะหนังเสิร์ฟความดิบ เถื่อน โหด จัดเต็มชนิดที่ว่าถ้าเราเป็นตัวละครในเรื่องคงยอมตายด้วยกิโยตินไปเสียดีกว่า แต่อย่างที่บอกหนังได้สื่อให้เห็นถึงเรื่องความหวังออกมาเป็นหลัก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ลำบากลำบนแค่ไหน เชื่อว่าใครที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอน

Papillon ปาปิยอง หนีตายแดบดิบ 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิวหนัง Guns Akimbo – โทษที มือพี่ไม่ว่าง

หนัง Guns Akimbo หนังไซไฟระทึกขวัญกับเรื่องราวของนักพัฒนาเกมสุดเกรียน ที่ได้ไปเกรียนคีย์บอร์ดบนบอร์ดเกมแห่งหนึ่ง จนทำให้ตัวเองซวยต้องร่วมเล่นเกมนั้นด้วย ซึ่งมือของเขาถูกติดไว้กับปืน ทำให้เขาต้องกระโดดเข้าสู่ความอันตรายนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 Guns Akimbo

หนังว่าด้วยเรื่องราวของ Miles (Daniel Radcliffe) เกรียนคีย์บอร์ดคนหนึ่ง แต่ดันไปเกรียนผิดที่ เพราะเขาดันไปเกรียนใส่คนเกมแข่งฆ่าสุดเดือด Skizm นั่นจึงเป็นตัวจุดชนวนให้ผู้จัดบุกมาหาเขาและจัดการติดปืนไว้กับมือของเขา พร้อมบังคับให้เขาเข้าร่วมการแข่งนี้เจอกับสุดโหดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เอาจริงๆ เราเห็นมีมนี้มานานมาก กับภาพชุดนอนของ Daniel Radcliffe พร้อมถือปืนที่มือ พอดูตัวอย่างก็อ๋อเลย หนังดำเนินเรื่องเรียบง่ายตรงไปตรงมา เน้นแอ็คชั่น และความเกรียนความบ้าบอของตัวละคร โดยเฉพาะ ตัว Daniel Radcliffe เล่นได้เกรียน บ้าบอ เล่นได้แบบ…ใช้คำว่าไรดีอะ เอาเป็นว่าบันเทิงดีที่ได้เห็น Daniel Radcliffe ในรูปแบบนี้

ที่น่าแปลกใจคือ Samara Weaving นี่แหละ คือดูไม่ออกเลยว่าเธอรับบทเป็น Nix คือทั้งเรื่องก็สงสัยอยู่ว่า “ใครวะ?” พอขึ้นเครดิตชื่อตอนจบก็เอ๊า นี่เธอแสดงหรอเนี่ย ถึงแม้จะไม่ได้มีบทแสดงอะไรมากมาย แต่แค่ฉากแอ็คชั่นของเธอกับทำตัวเกรียนๆ ก็น่าปรบมือให้แล้ว

ว่าด้วยเรื่องฉากแอ็คชั่น จะว่าดีก็ดี แต่ก็ไม่ได้ว้าวอะไรขนาดนั้น แต่หนังมันตัดต่อได้สนุก จังหวะตัดเอย มุมกล้องเอย บวกพวกเอฟเฟคต่างๆ ที่ใส่เข้ามา มันทำให้หนังมีจังหวะเล่าเรื่องที่สนุกเลยแหละ ผสมกับตัวละครที่สุดแสนจะบันเทิงอย่างที่บอกไปข้างต้นก็เลยทำให้หนังมันสุนก

แต่สิ่งที่หนังขาดไปหนักๆ เลยคือเรื่องของบท นอกจากเรื่องราวการต้องเข้าร่วมรายการ Skizm ของ Miles แล้วนั้น เรื่องอื่นๆ ถือว่าเบาบางมาก ประเด็นเบื้องหลังตัวละครต่างๆ ที่มาที่ไป ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร เราแทบจะไม่รู้อะไรเลย ก็ได้แต่สงสัยว่ามันเป็นไงมาไง อาจจะเพราะด้วยตัวหนังที่มีเวลาเล่าเรื่องต่างๆ น้อยไปมาก จุดนี้เลยเบาหวิวไปเลย

มีอย่างนึงที่ขัดใจเช่นกัน จู่ๆ พระเอกก็ยิงปืนแม่น เก่งเฉย ในฉากท้ายๆ แต่ในตอนท้ายก็ดันกลับมาไม่แม่นอีกแบบงงๆ พร้อมทั้งยังมีความไม่สมเหตุสมผลอยู่อีกหลายจุดเช่นกัน

สรุปแล้ว Guns Akimbo ไม่ใช่หนังเสพเนื้อเรื่องแต่อย่างใด เข้าไปดู Daniel Radcliffe แบบรั่วๆ กับฉากแอ็คชั่นแค่นั้นน่าจะเป็นสิ่งที่บันเทิงพอเพลินๆ แล้ว

Cr.movie.thaiware.com

รีวิวหนัง Plus One – ดับเบิ้ลสยอง คนโคลนคน

หลังจากทะเลาะกับจิล(แอชลีย์ ฮินชอว์) แฟนสาว เดวิด(ไรส์ เวคฟิล์ด) ตัดสินใจที่จะตามไปง้อเธอที่งานปาร์ตี้แห่งหนึ่งพร้อมกับเพื่อนของเขา เท็ดดี้(โลแกน มิลเลอร์) ในระหว่างที่ทุกคนในงานกำลังมันส์สุดเหวี่ยงกับบรรยากาศโดยรอบ กลับเกิดเรื่องราวประหลาดขึ้น เมื่อมีชิ้นส่วนของดาวตกลงมาในพื้นที่ใกล้เคียง ทันใดนั้นไฟในงานก็ดับวูบลง ทุกอย่างมืดมิด และทุกคนอยู่ในความตื่นตระหนก!

Plus One

ดีนะที่มีหนังฟอร์มเล็กๆแบบนี้มาฉายโรงบ้านเราเรื่อยๆ ถึงมันจะไม่ใช่หนังแพงแต่ความน่าสนใจมันมากมายเลยแหละ มักจะมีความแปลกแหวกแนวมาให้ได้เพลิดเพลินเสมอๆ ใครที่ชอบหนังแบบ Magic Magic หรือ Rosewood Lane น่าจะสนุกกับหนังเรื่องนี้ไม่น้อย

กลุ่มวัยรุ่นในงานปาร์ตี้ที่เจอกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่ออุกกาบาตตกลงมาพร้อมกับพลังงานลึกลับที่ไหลโยงไปตามสายไฟ ทำให้ไฟดับแล้วเมื่อไฟติดขึ้นมาทุกคนในงานปาร์ตี้จะมีอีกร่างดับเบิ้ลปรากฏขึ้นมีตัวตนเป็นคนเดียวกันซึ่งตัวละครทึกทักเอาว่าเกี่ยวเนื่องกับห้วงเวลา ทำให้นึกถึงเครื่องย้อนเวลาที่เฮอร์ไมโอนี่ใช้ใน Harry Potter and the Prisoner of Azkaban แต่นี่ไม่ใช่แค่เฮอร์ไมโอนี่คนเดียวแต่เป็นเด็กวัยรุ่นในงานปาร์ตี้ทั้งกลุ่มที่ป๊ะกันกับร่างดับเบิ้ลของตัวเอง!!

เมื่อทุกคนในงานปาร์ตี้รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นก็สติแตกรักตัวกลัวตายจนเกิดการเข่นฆ่าร่างดับเบิ้ลของตัวเอง บ้าคลั่งและทำร้ายตัวเอง’อีกคน’เพื่อเอาตัวรอดจากความหวาดกลัว ขณะที่พระเอกใช้โอกาสนี้ในการแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองเพื่อคืนดีกับนางเอก และมีหญิงสาวอีกคนที่เลือกเข้าใกล้ทำความรู้จักร่างดับเบิ้ลของตัวเองและเมื่อปัญหาประหลาดหายวับไปก็พบว่าการเป็นมิตรกับร่างดับเบิ้ลนั้นไม่เกิดความเสียหายอะไร

แต่พวกที่ฆ่ากันกลับไม่รู้เลยว่าร่างกายที่เหลือรอดเป็นพวกเขาจริงๆหรือร่างดับเบิ้ลกันแน่พร้อมทั้งยังต้องแบกรับความทรงจำนองเลือดอันเลวร้ายเหล่านั้นไปจนวันตาย

จริงๆ แล้วหนังมันอ่อนตรรกะ ไร้คำอธิบายกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆ นะ แต่มันก็ไม่จำเป็นเพราะประเด็นมันอยู่ที่ความกลัวความอำมหิตของมนุษย์ที่ถึงแม้จะอ้างอิงเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ให้น่าเชื่อมากขึ้นก็ไม่มีผลอะไร

มันสนุกร่วมอารมณ์ไปกับตัวละครได้ตรงที่เหตุการณ์มันกระทันหันจนชวนสติแตกไปพร้อมกันทั้งหนังทั้งคนดู ถึงจะงงๆกับตรรกะเส้นเวลาอยู่พอควรแต่มันก็ทดแทนด้วยการจี้ปมสัญชาตญาณดิบเถื่อนของมนุษย์ให้สั่นสะเทือนความรู้สึกได้อย่างตะลึงพรึงพรืดมากทีเดียว