รีวิวหนัง Greenland – นาทีระทึก..วันสิ้นโลก

Greenland หรือชื่อไทยว่า นาทีระทึก…วันสิ้นโลก เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ต้องเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ดาวหางพุ่งชนโลก โดย John Garrity (Gerard Butler), Allison (Morena Baccarin) และ Nathan ลูกชายของพวกเขาต้องเดินทางฝ่าอันตรายเพื่อไปยังสถานที่ปลอดภัย ท่ามกลางข่าวร้ายว่าเมืองต่างๆ ทั่วโลกถูกทำลายด้วยชิ้นส่วนของดาวหางนี้

Greenland

ตอนแรกลังเลว่าดูเรื่องอะไรดีระหว่างเทสล่ากับกรีนแลนด์ แต่เห็นแค่โปสเตอร์หนังว่าเป็นเจอราร์ด บัตเลอร์แสดง โปสเตอร์หนังสวยๆอลังๆน่าจะเป็นแนวหนังบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ฝ่าวิกฤตหนีตายดาวตกถล่มโลกอะไรประมาณนั้น เลยเข้าไปดู แล้วก็เริ่มรู้สึกแหม่งๆก็มุมกล้องแปลกๆ เฟรมภาพอึดอัดๆ เพลงที่ไม่รื่นหูเหมือนหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์ เริ่มได้กลิ่นความ “หนังเกรดบี” ออกมาหน่อยๆ ตั้งแต่การแสดงใดๆของนักแสดง การตัดต่อในการเล่าเรื่องเอย ภาษาภาพเอย มันช่างบีจนเกือบเหมือนหนังนักศึกษาฟอร์มยักษ์อย่างใดอย่างนั้น จนเริ่มรู้สึกชัดเจนว่านี่เราไม่ได้กำลังดูหนังฟอร์มยักษ์แบบที่เดวนย์ จอห์นสันหนีตายปนกู้วิกฤตจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวถล่มเมือง หรือหนังหนีตายอย่างหนังฟอร์มยักษ์2012 หรือแนวกระเตงลูกเอาชีวิตรอดเล่าเรื่องได้เฉียบวิ้งแบบ Quite PlaceหรือTrain to Busan อะไรประมาณนั้น แต่นี่มันช่างเป็นหนังที่โซบี….เวรี่บีเสียเหลือเกิน จะบอกว่าเป็นบีที่คัลท์เต็มไปด้วยแพชชั่นน่าติดตามเหมือน Evil Dead ก็ไม่ใช่ มันดูอึดอัดปนหงุดหงิดตรรกะความคิดของตัวละครซึ่งน่าจะมาจากบทที่ไม่ได้ทำให้เชื่อหรืออินตามขนาดนั้น ทำให้เกิดอารมณ์เวลาพยายามทำความเข้าใจเรื่องหรือตามตัวละครแบบ… “จริงดิ?” , “ไม่มั้ง…​ทำแบบนี้จริงๆหรอ” , “อย่าเลย…” อยู่ตลอดเวลา และซีจีก็ยิ่งเศร้า ซึ่งจะบอกว่าเทียบหนังไทยสมัยนี้ก็ยังไม่ติดเลย นาคีเอย…แสงกระสือเอย… ขุนเดชเอย…. จอมขมังเวทย์เอย… ขุนแผนดาบฟ้าฟื้นเอย…ล้วนทำซีจีได้ดีกว่าเรื่องนี้มากๆ ยิ่งดูยิ่งหดหู่ยิ่งเศร้ายิ่งนึกถึงเรื่องเทสล่าว่าน่าจะดีกว่านี้ไหมน้า…..คิดอยู่แบบนี้ตลอดเวลา ถ้าใจไม่รักหนังแนวบีๆแบบนี้จริงๆอาจทนไม่ไหว(เหมือนข้าพเจ้า) แต่ถ้าใครคลั่งไคล้หลงไหลเสพถึงก็เชิญได้เลยครับ น่าจะเอ็นจอยการได้ดูอะไรแบบนี้ในโรงภาพยนตร์ก็คงฟินสะใจดี

รีวิวหนัง Greenland – นาทีระทึก..วันสิ้นโลก หนังต่อสู้แอคชั่น

หนัง Greenland หรือชื่อไทยว่า นาทีระทึก…วันสิ้นโลก เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ต้องเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ดาวหางพุ่งชนโลก โดย John Garrity (Gerard Butler), Allison (Morena Baccarin) และ Nathan ลูกชายของพวกเขาต้องเดินทางฝ่าอันตรายเพื่อไปยังสถานที่ปลอดภัย ท่ามกลางข่าวร้ายว่าเมืองต่างๆ ทั่วโลกถูกทำลายด้วยชิ้นส่วนของดาวหางนี้

Greenland - นาทีระทึก..วันสิ้นโลก

Greenland บอกเล่าเรื่องราวของดาวหางที่ชื่อว่าคลาร์กหลุดวงโคจรจากอีกระบบสุริยะกำลังพุ่งมายังโลก ซึ่งสะเก็ดดาวนั้นกำลังจะสร้างหายนะและล้างบางมนุษย์ทั่วโลก ทำให้พระเอกและครอบครัวถูกเลือกจากทางประธานาธิบดีให้ไปหลบภัยยังสถานที่รัฐจัดให้ จึงเกิดเป็นการฝ่าฟันวิกฤติ เผชิญหน้าอันตรายเพื่อเอาชีวิตรอด

หลายคนอาจจะเคยผ่าน เคยเห็น เคยได้ยินข่าวเกี่ยวอุกาบาตที่เฉี่ยวโลกมีเศษอุกาบาตหล่นมายังโลกบ้าง แต่ก็ตกลงน้ำไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็หยิบเอาประเด็นนั้นแหละมาต่อยอดว่าถ้าเกิดมันเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ ถ้ามันไม่ได้ตกน้ำละ มันตกลงบนพื้นและสร้างความวินาศสันตะโรอย่างรุนแรงล่ะจะเป็นยังไง

ไปดูแบบไม่คาดหวัง แต่ผลลัพธ์คือมันสนุกจริงๆ มันไม่ใช่หนังภัยพิบัติอย่าง The Day After Tomorrow, 2012 หรือหนังภัยพิบัติทั่วไป ที่มีฉาก CG อลังกาล แห่งความชิบหายของภัยพิบัติอย่างรุนแรง ไม่มีฉากเวอร์ๆ เหนือมนุษย์ของตัวเอกเท่ๆ แต่เรื่องนี้มันคือหนังภัยพิบัติที่บอกเล่าว่าความชิบหายที่มนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเราอาจประสบพบเจอหากมันเกิดขึ้นจริง และวิบากกรรมตัวละครที่ต้องประสบพบเจอถูกบีบให้เจอปัญหาตลอด ก็ทำให้คนดูไม่ค่อยได้พักหายใจหายคอ ลุ้นเอาเหนื่อยไม่ใช่เล่น

ชอบความที่หนังไม่ได้บันยะบันยังยัดเยียดภัยพิบัติให้ตัวละครเจอตลอด มันใส่มาแบบพอดี แต่หนังยังใส่ใจว่าความเลวร้ายเมื่อเกิดภัยพิบัติจริงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องภัยพิบัติอย่างเดียวนะ มันยังมีเรื่องราวของมนุษย์ที่เข่นฆ่าเอาเปรียบกัน ขโมยของ ปล้นสะดม หาทางเอาชีวิตรอดไม่สนกฏเกณฑ์ ไม่สนผิดชอบชั่วดี นั่นแหละสิ่งเหล่านี้ยังทำให้มัน Real มากๆ และมันคือสิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ต้องหนีจากภัยพิบัตินะ มันก็มีนะ และมาทีก็น่ากลัวไม่ใช่เล่น สำคัญคือมันบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ได้ดีเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญคือเหตุการณ์ต่างๆ หนังมันไม่ได้มีฉากที่ทำให้แบบ “ขนาดนั้นเลยหรอวะ” “เวอร์ไปมั้ง” เช่นแบบสโลโดดข้ามตึกพร้อมไฟที่ลุกไหม้ตามมาข้างหลัง มันไม่มีฉากแบบนั้นเลย อาจจะมีความโชคดีอยู่บ้างในเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ฉากโชว์ปาฏิหาริย์แน่นอน

ด้วยความที่หนังเลือกนักแสดงนำเป็น Gerard Butler ด้วยแล้วนั้น ที่ผ่านหนังเวอร์ๆ มามากมายไม่ว่าจะ 300, หรือตระกูล Has Fallen ที่ค่อนข้างเวอร์ เราก็ติดภาพความเวอร์ของเขาว่าในเรื่องนี้มันต้องมีฉากแบบเวอร์ๆ ของพระเอกให้เราเห็นแน่นอน แต่มันเปล่าเลย เรื่องนี้ Gerard Butlter สะบักสะบอม ไม่มีฉากเท่ๆ เปรียบดั่งมนุษย์เดินดินธรรมดาๆ เนี่ยแหละ มันเลยทำให้เรายิ่งอยากเอาใจช่วย ร่วมลุ้นไปกับทุกเหตุการณ์ที่ตัวละครต้องเจอ

หนังเล่าเรื่องภูมิหลังตัวละครได้อย่างชาญฉลาด ไม่เสียเวลาเล่าแบบเปลืองเวลาหนังเลยก็สามารถทำให้คนดูเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

และการแสดงของ Morena Baccarin ก็ยอดเยี่ยมจริงๆ ฉากเอาตัวรอดหรือฉากดราม่าก็ทำออกมาได้ดีมากๆ จริงๆ เราชอบเธอตั้งแต่ในซีรีส์ Gotham ละนะ พอได้เห็นการแสดงของเธอในเรื่องนี้ยิ่งทำให้เราคิดว่าเธอมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

สรุปแล้ว โดยภาพรวมของ Greenland มันอาจจะดูไม่ได้แปลกใหม่ แต่ความแปลกใหม่มันคือความแตกต่างในรายละเอียดระหว่างทางที่มันกำลังเกิดขึ้น มันไม่ใช่หนังตามสูตร มันมีฮีโร่ มันคือความธรรมดา ความ real ที่ตัวละครต้องเจอเนี่ยแหละ มันจึงทำให้เราลุ้น ระทึก เอาใจช่วยจนเหนื่อยเลย

ปล. จริงๆ ชอบฉากก่อนจบมากนะ มันปล่อยให้คิดได้ต่อ และพอมาเป็นฉากจบแบบนั้นก็ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่แอบเสียดายนิดนึง จริงๆ เอาฉากจบนั้นมาใส่ไว้ในหลัง End-Credit จะยอดเยี่ยมมาก

รีวิวหนัง เอวา มาแล้วฆ่า หนังแอ็กชันที่เน้นดราม่า

สำหรับหนังแอคชั่นก็ต้องนึกถึงฉากบู๊สุดมันส์ที่มีให้ดูทุกฉากทุกตอนแน่นอน แต่สำหรับภาพยนตร์แอคชั่นปนดราม่าเรื่องล่าสุดอย่าง รีวิว AVA ที่เพิ่งจะลงจอฉายไปเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมานี่เอง ที่ได้นักแสดงมากฝีมือ อย่าง เจสสิก้า เชสแทน,จอห์น มัลโควิช, โคลิน ฟาร์เรล และ จีน่า เดวิส ด้วย เรียกได้ว่ามีแต่เบอร์ต้นของวงการทั้งนั้น สำหรับใครที่ยังไม่ดู เพราะยังลังเลใจอยู่ สามารถมาอ่านรีวิวของเราก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจซื้อตั๋วกัน

AVA

แม้ว่าเรื่องนี้จะมีนักแสดงที่ช่วยดึงดูดให้หนังน่าดู แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร สำหรับตัวเอกอย่าง เจสสิก้า เชสแทน แม้ว่าจะยังไม่เคยลงหนังแอ็กชั่นแบบเต็มตัว แต่ก็ถือว่าทำได้ดีพอสำหรับผลงานชิ้นนี้

โดยเรื่องนี้มาจาก เอวา อดีตทหารผ่านศึกที่จะต้องมาทำหน้าที่ให้กับองค์กร โดยจะต้องรับหน้าที่เป็นนักฆ่าสายลับจากหัวหน้า โดยจะต้องไปลอบสังหารผู้ที่เป็นทั้งผู้มีอิทธิพล และนายทหารระดับสูง แต่เอวา ไม่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ เธอจึงกลับเป็นคนที่โดนตามล่าเสียเอง โดยคนที่ตามล่าก็คือองค์กรของเธอนั่นเอง

ในขณะที่เอวาหนีตายอยู่นั้น เธอก็ต้องเจอกับปัญหาเมื่อเธอได้กลับไปเจอกับครอบครัวที่มีปัญหากันอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้หนีออกจากบ้านมาและก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย โดยเอวา จะต้องเคลียร์กับน้องสาวและแฟนเก่าที่มีปัญหากันและไม่ได้ติดต่อกันเลยถึง 8 ปี

แม้ว่าโดยรวมเนื้อเรื่องจะปูเรื่องมาเป็นแนวแอ็กชั่น แต่ก็ไม่สุด เพราะมามุ่งเน้นที่เรื่องส่วนตัวของ เอวา ที่มีความดราม่ามากเกินไป ด้วยความที่เอวา เคยมีปัญหากับครอบครัว จนกลายเป็นปมชีวิต ทำให้หนังไปเน้นที่เรื่องนี้มากไปหน่อย แต่ในส่วนของอารมณ์นักแสดงในบทดราม่านั้นทำได้ดีและเข้าถึงอารมณ์ได้ทุกคน เพราะเล่นขนเอาแต่นักแสดงฝีมือเยี่ยมเข้ามาทั้งนั้น

เรียกได้ว่าเอาดราม่ากับแอ็กชันมากผสมกันแบบงงๆ ดูมั่วและผสมกันไปหมด ดูพยายามมากเกินไปที่จะบู๊ ยัดบทไปโดยที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในฉาก อาจทำให้คนดูรู้สึกขัดใจขัดตาไปบ้าง และการที่พยายามจะทำให้ดูเป็นหนังที่หักเหลี่ยมเฉือนคมปนดราม่า หวังจะให้คนดูสนุกและประทับใจ ถือว่าทำไม่ผ่านในเรื่องนี้

เรียกได้ว่าเป็นหนังแบบกลางๆ จะสุดทางไหนก็ไม่สุดซักทาง ทั้งดรามาและแอ็กชัน น่าเสียดายที่นักแสดงดึงดูดได้มากแต่มาตายเอาในส่วนของการดำเนินเรื่อง พลังของนักแสดงเบอร์ต้นไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

สำหรับคอหนังแอ็กชัน หรือ แฟนคลับของนักแสดง หากอยากไปชมความเซ็กซี่ของนางเอกรับรองได้ดูแน่นอน แต่ถ้าหากจะไปหวังเอากับบทจับปืนยิงกันสนั่นหวั่นไหว มันส์ทะลุจอแนว จอห์นวิค เตรียมใจไว้ได้เลยว่าผิดหวังแน่นอน เพราะคุณจะได้พบกับเบื้องหลังชีวิตและปมดราม่าของนางเอกมากว่า