รีวิวหนัง Child’s Play – คลั่งฝังหุ่น

หนัง Childs Play หรือชื่อไทยว่า คลั่งฝังหุ่น “Child’s Play” หนังสยองขวัญอันเป็นที่จดจำของแฟน ๆ ด้วยที่สุดแห่งความระทึก ซึ่งสำหรับในเวอร์ชันใหม่นี้จะถือเป็นการกำเนิดใหม่ของ “ชัคกี้” สู่ตุ๊กตาโหดขีดสุดที่จะไม่ใช่วิญญาณของฆาตกรมาสิงอยู่ในตุ๊กตาอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องราวของ “แคเรน” (ออเบรย์ พลาซา จากซีรีส์ Legion) แม่ที่ได้ซื้อตุ๊กตาไฮเทคเป็นของขวัญให้ “แอนดี้” (กาเบรียล เบตแมน จาก Lights Out) ผู้เป็นลูกชาย แต่แล้วความสยองเต็มขั้นกลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าตุ๊กตาตัวนี้เหมือนจะเกิดความผิดพลาดขึ้นในระบบการทำงานจนทำให้มันคลั่งและออกมาไล่เชือดผู้คนให้ต้องตกเป็นเหยื่อมากมาย! การันตีความหลอนติดตาตรึงใจโดยทีมผู้อำนวยการสร้างจาก “It” หนังสยองที่ฮิตถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศและกวาดรีวิวความผวาอย่างเป็นเอกฉันท์ รวมทั้งอีกหนึ่งความพิเศษในฉบับรีบูตใหม่นี้คือการได้ “มาร์ก แฮมิลล์” นักแสดงชื่อดังจากหนังชุด “Star Wars” มาให้เสียงพากย์สุดสะพรึงเป็นตุ๊กตาชัคกี้

Child’s Play

Child’s Play – คลั่งฝังหุ่น คือการกลับมาของ ชัคกี้ ตุ๊กตาสุดโหด ที่ในภาคนี้คือการรีบูท ไม่ได้ทำต่อจากภาคเก่าแต่อย่างใด (อาจจะเพราะมันเลอะเทอะมากไป 555) คราวนี้ชัคกี้เปลี่ยนจากตุ๊กตาที่มีวิญญาณของฆาตกรสิงสู่ เป็นความอันตรายของการเรียนรู้ที่ผิดพลาดของ AI

ต้องบอกว่าคาดหวังพอสมควรกับการกลับมาในครั้งนี้ ถึงแม้ 7 ภาคแรกมันจะกาวแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ยังคงสนุกและให้ความบันเทิงอยู่ดี ในภาคนี้เรียกได้ว่าไม่ได้แปลกใหม่ซะทีเดียว เพราะว่าเนื้อเรื่องในภาครีบูทนี้มีการหยิบเค้าโครงเรื่องเดิมต้นฉบับของชัคกี้ ที่ไม่ได้เอามาใช้ ที่ชื่อว่า Blood Buddy มาปรับปรุงใหม่ โดยเติมแต่งเข้าไปบางส่วน

ต้นฉบับใน Blood Buddy คือการทำสัญญาเลือดระหว่างตุ๊กตาและเด็กขี้แพ้ ที่เวลาเด็กโดนแกล้ง ตุ๊กตาตัวนี้ก็จะไปตามไล่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และในเรื่องนี้ก็หยิบเอาความอันตรายของ AI มาใส่เสริมเพิ่มเติมเข้าไปอย่างลงตัว และโครงเรื่องโดยรวมมันดูโอเคมากเลยนะ

สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการให้เสียงพากย์ชัคกี้ของ Mark Hamill ที่ทั้งน่ารัก? ตลก กวนตีน น่ากลัว อาจจะไม่เหมือนต้นฉบับอย่าง Brad Dourif แต่ก็ดีกันคนละแบบ คือชัคกี้ทั้งสองเวอร์ชั่นนี้ไม่เหมือนกันเลย เวอร์ชั่นนี้จะดูใจดีกวนตีนแบบใสๆ อธิบายไม่ถูก แต่ในเวอร์ชั่นเก่าจะน่ากลัวกว่า กวนตีนแบบจิตๆ และโหดกว่า ถ้าถามว่าชอบเวอร์ชั่นไหนมากกว่า ก็คงตอบเวอร์ชั่นเก่าๆ แหละ (โดยเฉพาะเสียงหัวเราะจิตมาก)

หนังดำเนินเรื่องแบบรวดเร็ว มีความตลกแต่ไม่ตลอด แต่มีความแซะภาคเก่าๆ ของตัวเอง และหนังเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย แล้วก็หลายๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นอารมณ์แบบ “ก็จะให้เป็นแบบนี้อะ” หลายๆ อย่างให้อารมณ์แบบนั้นเยอะมาก แต่มันก็ฮานะ พยายามดิ้น แถให้เป็นอย่างที่อยากจะเป็นให้ได้อะ 555

แต่น่าเสียดายที่ตอนจบของหนังรีบมากถึงมากที่สุด อะไรๆ ลงล็อคและง่ายไปหมด แถมตัวชัคกี้ส่วนตัวคิดว่ายังแสดงความโหดออกมาได้ไม่มากเท่าไหร่

Cr.movie.thaiware.com

รีวิวหนัง The Grudge ตำนานบทใหม่ของผีจูออน

หนัง Grudge การกลับมาอีกครั้งของ “ผีดุ” กับเรื่องราวบ้านต้องคำสาปที่มีวิญญาณร้ายอาศัยอยู่และมันหมายเอาชีวิต!

Grudge

คงไม่มีใครไม่รู้จักหนังผีญี่ปุ่น ที่สร้างมาหลายภาคมากอย่าง Ju-On ซึ่งด้วยความที่ได้รับความนิยมขนาดนี้ทำให้ฮอลีวูดซื้อไปรีเมคมาแล้ว 2 ภาค ในช่วงต้นยุค 2000 ซึ่งเวอร์ชั่นนั้นค่อนข้างไม่ค่อยติดตาคนดูซักเท่าไหร่ แม้จะดันทุกรังทำภาค 3 เป็นหนังแผ่นก็ตาม (ซึ่งภาค 3 นี้บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยมีการสร้างอยู่) จนปี 2020 ฮอลลีวูด ได้เวลาเอามารีเมคอีกครั้ง ซึ่งมันจะกลายเป็นหนังรีเมคที่สร้างจากหนังที่รีเมคมาจากเวอร์ชั้นต้นฉบับอีกทีนึง เรียกง่ายๆเลยคือรีเมคแบบอินเซปชั่นนั่นเอง 555

เรื่องราวในภาคนี้ว่าด้วยเมื่อปี 2004 ฟีโอน่า พยาบาลสาวลูกหนึ่งที่พึ่งจะเสร็จธุระจากการต้องไปดูแลคนไขที่บ้างหลังหนึ่งในญี่ปุ่น เธอได้เดินทางกลับบ้านในอเมริกา แต่แล้วทั้งครอบครัวนี้ก็ได้เสียชีวิตอย่างลึกลับ จากนั้นไม่นานมีผู้ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ก็เกิดคดีฆ่าตกรรมอีกเช่นกัน จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 2 ปี นักสืบมอลดูน ที่พึ่งย้ายมาใหม่พร้อมกับลูกชายของเธอ ต้องมาทำคดีที่ยิ่งสืบสาวเรื่องราวลึกลงไปเรื่อยๆ ต่างเชื่อมโยงกับคดีของครอบครัว ฟีโอน่าเมื่อ 2 ปีก่อน ณ บ้านเลขที่ 44 และหลังจากที่มอลดูนได้เข้าไปสืบเรื่องราวในบ้านหลังนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะถูกบางอย่างติดตามออกมาด้วย

จะว่าไปแล้วส่วนตัวผมค่อนข้างที่จะชอบเรื่องราวใน Ju-On เวอร์ชั่นนี้นะที่มีความพยายามจะเชื่อมโยงอาถรรพ์ของบ้านเจ้าปัญหาในญี่ปุ่น ที่แพร่เชื้อร้ายมาสู่บ้านเลขที่ 44 ในอเมริกา รวมไปถึงการตัดต่อที่เล่าเรื่อง 3 ไทมไลน์สลับไปมาพร้อมๆกัน (ซึ่งอาจจะดูงงๆในช่วงแรก แต่พอดูๆไปแล้วก็จะค่อยๆเข้าใจมากขึ้น) ส่วนตัวผมเองนั้นคิดว่าเวอร์ชั่นนี้มันก็ไมได้เลวร้ายอะไรนะ ฉากตุ้งแช่ก็ทำงานกับคนดูดีทีเดียว เพียงแต่หนังมันยังหาความกลมกล่อม และบทสรุปที่น่าพึงพอได้ให้กับคนดูยังไม่ได้เท่านั้นเอง 6.5/10

Cr.movie.thaiware.com

รีวิว หนัง Black Christmas – คริสต์มาสเชือดสยอง

หนัง Black Christmas 19 หรือชื่อไทยว่า คริสต์มาสเชือดสยอง พบกับเรื่องสยองขวัญสุดคลาสสิคที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดคริสต์มาส เมื่อมีนักฆ่าปรากฏตัวขึ้นในมหาวิทยาลัย แม้ว่าช่วงวันหยุด มหาวิทยาลัยฮอว์ธอร์นจะมีความเงียบสงบ แต่กลุ่มเพื่อนสาวชาวหอมูคัปป้าเอปซิลอนซึ่งประกอบด้วย ไรลีย์ สโตน (อิโมเจน พุทส์ จาก Green Room) มาร์ตี้ สาวนักกีฬา (ลิลี่ โดโนฮิว จาก Jane the Virgin) คริส สาวหัวรั้น (อเลส แซนนอน จาก Charmed) เจสซี่ สาวนักกิน (บริททานีย์ โอเกรดี้ จาก Star) ก็ยังคงอยู่ตกแต่งหอพักเตรียมรับปาร์ตี้ในช่วงคริสต์มาส ในช่วงเวลานั้น ก็มีคนโรคจิตที่ชอบแอบสะกดรอยตามเริ่มไล่ฆ่านักศึกษาสาวในสโมสรนักศึกษาทีละคน เมื่อเริ่มมีคนเสียชีวิตมากขึ้น ไรลีย์และเพื่อน ๆ เริ่มสงสัยผู้ชายใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็น เนท แฟนหนุ่มของมาร์ตี้ (ไซม่อน มีด จาก Same But Different: A True New Zealand Love Story) แลนดอน หนุ่มที่มาชอบไรลีย์ (คาเล็บ อีเบอร์ฮาร์ดส์ จาก Mozart in the Jungle) หรือ ศาสตราจารย์ เกลสัน (แครี เอลเวส) ไม่ว่าใครจะเป็นคนฆ่า เขาควรจะรู้ว่าสาว ๆ กลุ่มนี้จะไม่ตกเป็นเหยื่อของเขาอย่างแน่นอน

Black Christmas 19

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมตั้งตารอ หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนัง เป็นการหยิบเอาหนังไล่เชือดมาผสมไว้ในเทศกาลคริสต์มาส เอาใจเพื่อนหญิงพลังหญิงมาก ที่ตัวอย่างแจ้งไว้ชัดเจนว่าพวกเธอหลังจากที่ถูกตามฆ่า เธอจะกลับมาเป็นฝ่ายล่าและล้างแค้นเอง

หลังจากได้ดูจบต้องบอกเลยว่า เป็นอะไรที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ตัวหนังนั้นมี Concept ที่ดูดีน่าสนใจ โทนหนังในตัวอย่างก็น่าติดตาม กลับกลายเป็นว่า 80% ของหนังถูกยัดลงในตัวอย่างหมดแล้ว และอีก 20% ที่เหลือของเรื่องก็แทบจะไม่ได้ช่วยให้หนังดูดีและน่าสนใจใดๆ เลย

เป็นหนังไล่เชือดที่แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากฉากหวาดเสียวเลยดูแล้วชินชาและเฉยชาจนผิดคาดไปอย่างมาก จนผมเองถึงกับต้องไปหาอ่านข่าวว่าเรื่องนี้มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า จนได้ไปสะดุดอยู่กับข่าวนึงที่แหล่งปล่อยออกมาซักพักแล้ว ข่าวนั้นว่าด้วยโปรเจค Black Christmas เดิมทีจะถูกสร้างให้เป็นหนังเรท R จนแล้วจนรอดไม่รู้อะไรดลใจให้ถูกปรับลดเรทความรุนแรงลง เหลือแค่ PG-13 (เด็กดูได้แต่ต้องมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ) มิน่าถึงได้จืดชืดแบบนี้

ตอนนี้ผมก็ได้แต่หวังว่าตอนลงแผ่น คงจะมีเวอร์ชั่นเต็ม หรือเวอร์ชั่น Un-Rated เพิ่มฉากหวาดเสียวๆเข้ามาเยอะๆ กว่าที่มีอยู่หน่อย หนังน่าจะดูดีกว่านี้ 6/10 ไม่แปลกใจที่เรื่องนี้หาดูยากมาก ฉายจำกัดโรงแบบโคตรๆ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะไม่มีคนดูนั่นเอง

Cr.movie.thaiware.com