รีวิว Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง

นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่เตรียมมาเอาใจคอหนังสยองขวัญโดยเฉพาะเลยทีเดียว สำหรับ Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ผลงานจากทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Train to Busan (2016) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งทั่วเมืองกันมาแล้ว กลับมาคราวนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นซอมบี้แต่ย้อนเรื่องราวไปเกิดขึ้นในเมืองโชซอนเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งได้สองซูเปอร์สตาร์แห่งเกาหลีใต้ จางดงกอน และ ฮยอนบิน มาแสดงนำ

Rampant

Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกาหลีสมัยโชซอน เมื่อ องค์ชายกังลิม โอรสของกษัตริย์และนักสู้ฝีมือฉกาจที่สุดของอาณาจักรโชซอนที่ตกเป็นนักโทษการเมืองภายใต้การดูแลของราชวงศ์ชิงอยู่หลายปี ถูกเรียกตัวกลับบ้านเกิดเพื่อช่วยต่อสู้กับฝูงซอมบี้คลั่งกระหายเลือดที่เข้ามารุกรานอาณาจักรอันเคยสงบ แต่ขณะที่บ้านเมืองกำลังเจอกับวิกฤติ เสนาบดี คิมจาจุน กลับหวังโอกาสนี้ในการยึดครองบัลลังก์ และโค่นราชวงศ์ที่มีมาช้านานลงไป

ยอมรับว่าเมื่อได้ยินว่า Rampant นั้นถูกสร้างโดยทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Train to Busan ซึ่งเคยสร้างความฮอตฮิตไปทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ รวมไปถึงวงการภาพยนตร์ในบ้านเราอีกด้วย จึงค่อนข้างมีความคาดหวังไว้พอสมควรว่าหนังจะทำออกมาได้ดีไม่แพ้เรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากดูที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์จนจบก็พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สนุกไม่เสียชื่อคนสร้าง เพียงแต่ไม่อาจเทียบชั้น Train to Busan ได้

โดยความสนุกที่บอกไว้ข้างต้นนั้นหนังทำออกมาได้น่าสนใจ สร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบทที่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางการเมือง การเดินเรื่องที่กระชับฉับไว งานเอฟเฟกต์ที่สมจริง ประกอบกับโปรดักชั่นงานสร้างที่ยังคงคุณภาพของความเป็นเกาหลีไว้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องของความดรามาระหว่างครอบครัวก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่หนังยังทำออกมาได้ไม่สุด หากมีการขยี้ปมเรื่องราวให้เข้มข้นมากกว่านี้ก็จะดีไม่น้อย เหมือนยังขาดองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมาเสริมให้หนังออกมาสมบูรณ์

ในส่วนของนักแสดงนำอย่าง ฮยอนบิน ที่ได้ถ่ายทอดบทบาทขององค์ชายเจ้าสำราญที่ดูเหมือนจะติดเล่นไปหน่อย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องกลับมากอบกู้บ้านเมืองตามสูตรของพระเอก ซึ่งก็ถือว่าในเรื่องนี้เจ้าตัวถ่ายทอดความเป็นผู้ชายออกมาได้มีเสน่ห์ เชื่อว่าสาวๆ ต้องแอบกรี๊ดแน่นอน ส่วนตัวร้ายอย่าง เสนาบดีคิมจาจุน รับบทโดย จางดงกอน ก็นับว่าเป็นบทที่ค่อนข้างแบนราบ เพราะเผยให้เห็นเฉพาะมุมที่เป็นความชั่วร้ายอย่างเดียว ซึ่งค่อนข้างมีความตื้นเขิน ไม่ได้มีฉากหรือเหตุการณ์บอกเล่าว่าอะไรที่ทำให้เขากลายมาเป็นคนเลวเลย จึงค่อนข้างผิดหวังกับตัวละครตัวนี้

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของหนังก็ถือว่าตอบโจทย์ความสนุกตามไสตล์เกาหลีได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่มาที่ไปของซอมบี้ที่เชื่อว่าคนที่ดูหนังแนวนี้มาหลายๆ เรื่องก็น่าจะพอเดาออกว่ามันเกิดจากอะไร ในส่วนของความแอคชั่นไล่งับของซอมบี้นั้นก็ถือว่าสยองไปตามเรื่องราว เชื่อว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com

รีวิวหนัง The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร การกลับมารับงานแสดงหนังอีกครั้งของ เคน ธีรเดช การรับเล่นหนังเป็นครั้งแรกของสาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ และการกลับมาทำหน้าที่กำกับหนังอีกครั้งของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง กับพล็อตเรื่องที่เล่นในสถานที่จำกัด แม้จะดูเหมือนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความท้าทายของหนังคือบทต้องดี อารมณ์ต้องได้

The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ที่เผลอนอนหลับอยู่บนแพยางบนสระว่ายน้ำ หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหนื่อยล้า ทว่าเพื่อนของเขาได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออก เมื่อเดย์ตื่นมาเขาจึงอยู่ในสระว่ายน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำลงมาก และไม่สามารถปีนออกไปได้ ก้อย แฟนสาวมาหาเดย์แบบเซอร์ไพรส์ด้วยการกระโดดลงมา แต่พลาดท่าศีรษะฟาดกับที่กระโดดจนตกลงสระมาได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่น้ำในสระหายไป ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำไปให้ได้ใน ขณะที่สัตว์ร้ายอย่างจระเข้ก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าไม่ได้แสดงหนังมา 9 ปีแล้ว แต่พระหนุ่มตลอดกาล เคน ธีรเดช ก็กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แบกหนังทั้งเรื่องในฐานะพระเอกอีกครั้ง ความยาวของหนังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งนั้น แทบจะไม่มีซีนไหนเลยที่คนดูจะไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ภายในสระอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์ ความสามารถทางการแสดง และการส่งอารมณ์ให้คนดูตลอดเวลา ยังดีที่ได้สาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ มาช่วยเบรกสายตาของหนุ่ม ๆ ให้ได้เห็นความน่ารักชื่นตาชื่นใจได้บ้าง บอกได้เลยว่าแฟนคลับ เคน ธีรเดช ตัวจริง ไม่ควรพลาดชมในโรงหนังเป็นอย่างยิ่ง

ก็เป็นจริงดังว่าหาใช่การโฆษณาเกินจริงไม่ เคมีระหว่าง เคน ธีรเดช และ เกรซ รัชย์ณมนทร์ ส่งให้กันนั้นถือว่าสอบผ่านตามที่ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง บอกไว้จริง ๆ ยิ่งสาวเกรซถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังแสดงได้ง่ายกว่านักแสดงหนังคนอื่น ๆ เพราะด้วยความสดใหม่ของสาวเกรซที่คอหนังไม่เคยได้เห็นผลงานมาก่อนก็ทำให้คอหนังพร้อมจะคล้อยตามไปกับเธอได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของจระเข้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ อย่างที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในหนังจะใช้จระเข้ตัวจริง จระเข้ปลอม รวมถึงการใช้จระเข้ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ความเนียนของจระเข้ที่เห็นในหนังนั้นเกินกว่าที่คาดไปมาก จระเข้เนียนมาก เรียกได้ว่าเทคนิคพิเศษของวงการหนังบ้านเราใกล้เคียงระดับโลกมากขึ้นไปทุกทีแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยความตื่นเต้นและความระทึกของหนังก็ไม่ทำให้อารมณ์สะดุดแต่อย่างใด

แม้ว่าหน้าหนังจะพูดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ให้คนดูรู้ล่วงหน้าไปแล้ว อย่างการลงไปอยู่ในสระน้ำที่ไม่มีน้ำและสูงถึง 6 เมตร ที่ไม่มีบันได สภาพแวดล้อมทั้งฝนทั้งแดด ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร สภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อน้ำ และจระเข้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ได้ลดทอนความลุ้นระทึกของหนังลงไปได้เลย

พิง ลำพระเพลิง เสมือนผู้เล่นเกมซิมส์ได้เนรมิตสรรค์สร้างความลำบากยากเข็ญและอภิมหาความโชคร้ายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้ให้กับหนังตลอดเวลา และพยายามคิดไปพร้อมกับตัวละครที่เสมือนหนึ่งเป็นชาวซิมส์ว่าจะแก้ปัญหาฟันฝ่าความยากลำบากตรงหน้าอย่างไร

หากใครโดนสปอยล์ตอนจบของหนังไปแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าจะดูหนังสนุกหรือไม่สนุก เพราะการรู้ตอนจบไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าเรื่องระหว่างทางผ่านสองตัวละครที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สะท้อนออกมาเป็นแง่คิดต่าง ๆ ให้ผู้ชมแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันได้ตกผลึก และกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับตัวเองได้

กล่าวโดยสรุปแล้วหนัง The Pool นรก 6 เมตร คงเป็นมาสเตอร์พีซผลงานชิ้นโบแดงขึ้นหิ้งอีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง ที่ทำผลงานได้สมกับความตั้งใจที่อยากจะทำมานานหลายปี และเมื่อเขาได้โอกาสที่จะรังสรรค์เรื่องราวในจินตนาการของตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มภายใต้ชายคาค่าย T Moment แล้ว

พิง ลำพระเพลิง ไม่ลังเลที่จะจัดเต็มใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในฉากแต่ละฉากอย่างสุดความสามารถสมกับที่เขารอคอยมานาน ไม่รู้ว่าหลังจากที่หนังเข้าฉายจะถูกใจผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวแล้ว The Pool นรก 6 เมตร เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่คนส่วนใหญ่แนะนำผ่านปากต่อปากมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย

ขอบคุณเนื้อหา mthai.com

รีวิวหนัง Mara ตื่นไหลตาย

หนังสยองขวัญอีกเรื่องที่คอหนังไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ Mara ตื่นไหลตาย ของผู้กำกับ ไคล์ฟ ตองเก (Clive Tonge) ที่ได้หยิบเอาเหตุการณ์สุดหลอนที่เคยเกิดขึ้นจริงกับเขามาสร้างเป็นส่วนหนึ่งของหนังอีกด้วย พร้อมกันนั้นยังได้นักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง โอลกา คูรีเลนโก (Olga Kurylenko) รับบทหนังแนวสยองครั้งแรกอีกด้วย

Mara ตื่นไหลตาย

Mara ตื่นไหลตาย ว่าด้วยเรื่องราวหลังเกิดคดีการตายผิดธรรมชาติของครอบครัวหนึ่ง นักจิตวิทยา เคต ฟูลเลอร์ รับหน้าที่สืบคดีแปลกประหลาดครั้งนี้ เธอได้สืบพยานผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเด็กน้อยในวัย 8 ขวบอย่าง โซฟี เธอเอ่ยปากพูดเพียงคำว่า มาร่า เมื่อเคตถลำลึกไปกับการสืบคดีทำให้เธอได้พบกับกลุ่มคนที่อ้างว่าพวกเขาถูกทรมานจากปีศาจร้ายที่ตามหลอกหลอนผู้คนมาอย่างยาวนาน และจะทำร้ายพวกเขาได้เฉพาะในตอนที่หลับเท่านั้น เคตต้องเร่งไขคดีปริศนาครั้งนี้ก่อนที่เธออาจจะต้องตกเป็นเหยื่อรายถัดไป

เชื่อว่าใครที่เป็นคอหนังสยองขวัญไม่น่าจะพลาดกับ Mara ตื่นไหลตาย หนังเรื่องล่าสุดจากค่ายโมโนฟิล์มที่เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปสดๆ ร้อนๆ นอกจากหน้าหนังที่มีความละม้ายคล้ายคลึงหนังผีของไทยแล้ว ยังว่าด้วยเรื่องราวใกล้ตัวของคนไทยอย่างเรื่องการนอนไหลตายหรือถูกผีอำอีกด้วย ซึ่งถือว่าทีมผู้สร้างมีการทำการบ้านมาอย่างดี ด้วยการเชื่อมโยงเหตุการณ์การตายอย่างเป็นปริศนาของคนทั่วโลก นั่นรวมไปถึงที่ไทยด้วย ส่วนจะเชื่อมโยงกันอย่างไรนั้นต้องไปติดตามกันในหนัง รับรองว่าต้องเซอร์ไพรส์แน่นอน

ในส่วนของความหลอนและระทึกของหนังนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว (โดยเฉพาะการตายที่โคตรสยอง) บางฉากทำเอาถึงกับเกร็งจิกเบาะแทบขาด Mara โผล่มาแต่ละทีทำเอาสะดุ้งกันทั้งโรงเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังยังคงเล่าเรื่องตามขนบแบบเดิมๆ ถามว่าน่ากลัวไหมก็น่ากลัวอยู่ แต่การนำเสนอหนังในแนวนี้ก็ค่อนข้างจำเจพอสมควร เพราะดูไปได้สักพักก็จับทางได้มันจึงไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นต่อ

แต่ด้วยเรื่องราวการกำเนิดเกิดขึ้นของผีที่มีนามว่า Mara นั้นค่อนข้างมีความเกี่ยวโยงกับผีแบบไทยๆ จึงทำให้เรามีอารมณ์ร่วมและคล้อยตามได้ไม่ยาก โดยหนังยังมีการนำเสนอแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับความเชื่อของคน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูได้เก็บมาคิดเองว่าสุดท้ายแล้วเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นในหนังนั้น เป็นเพราะผีมีจริงๆ หรือเราคิดไปเองกันแน่ เอาเป็นว่าหากใครเป็นคอหนังสยองขวัญก็ไม่ควรพลาดเข้าไปชมกัน ส่วนใครที่ค่อนข้างขวัญอ่อนเชื่อว่ากลับบ้านไปต้องมีได้เปิดไฟนอนทั้งคืนแน่ๆ (แล้วแต่คนนะ)

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com