รีวิวหนัง หนังแนวสยองของค่ายโอเรียลทัลอายส์ เรื่อง 9 วัด

บทความต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล อาจมีการเผยเนื้อหาของหนัง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้กำลังร้อนระอุได้ที่ต้อนรับเดือนเมษายน เดือนที่ได้ชื่อว่าร้อนสุดๆ ของประเทศ เรามาพักคลายร้อนกับเรื่องราวระทึกขวัญ จนต้องผวากับหนังแนวสยองของค่ายโอเรียลทัลอายส์เรื่อง 9 วัด..โดยมีคำโปรยหัวว่า “ทำบุญร้อยครั้ง ชำระกรรมเพียงครั้งเดียวไม่ได้” กันดีกว่า

9 วัด

หนังเรื่อง 9 วัด มีที่มาที่ไปจากแนวคิดของผู้กำกับที่อยากเปลี่ยนเส้นทางการทำบุญมาเป็นเส้นทางระทึกขวัญแทน โดยมีเรื่องราวคร่าวๆ คือ ระหว่างเดินทางไปแฮงก์เอ้าท์ที่เชียงใหม่ ช่วงวันหยุดยาว ณัฐ (เจมส์? แม๊กกี้) กราฟฟิคดีไซน์หนุ่มเด็กเเนว หัวใหม่ รสนิยมดี ทนคำรบเร้าของ ปุ้น (ศิรพันธ์? วัฒนจินดา) เเฟนสาวคอลัมนิสต์สุดเปรี้ยวของตนไม่ไหว จึงตัดสินใจแวะบ้านที่อุทัยธานีเพื่อเยี่ยมแม่? ซึ่งตัวเองไม่ได้พบหน้ามาเกือบ 2 ปีแล้ว

นิตยา (เพ็ญพักตร์? ศิริกุล) เเม่ของณัฐ มีความเชื่อเรื่อง เคราะห์กรรม และการทำบุญเฉพาะตัว อย่างแรงกล้า เมื่อณัฐกลับมาเยี่ยมบ้าน นิตยาจึงขอร้องแกมบังคับให้ลูกชายไปทำบุญ “9 วัด” เพื่อสะเดาะเคราะห์ แต่ ณัฐ กลับเห็นไร้สาระ

จังหวะเดียวกับที่กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ณัฐได้พบกับ พระสุจิตโต (ภราดร ศิรโกวิท) เพื่อนเล่นในวัยเด็กที่กำลังจะออกเดินทางไปธุดงค์ทางภาคเหนือ? ณัฐจึงชวนซี้เก่าขึ้นรถไปด้วยกัน พร้อมกับแวะทำบุญเล่น ๆ ตามวัดที่อยู่รายทาง

หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี และหนึ่งสมณเพศ มุ่งหน้าขึ้นเหนือ? โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด? มีความน่ากลัวรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะเข้าวัดทำบุญกี่วัด? อธิษฐานบนบานสักเท่าไร? แต่สิ่งที่รอคอยณัฐและปุ้นอยู่นั้น น่าสะพรึงกลัว? จนแม้แต่ พระ ก็ช่วยไม่ได้ !!!

เมื่ออ่านเรื่องราวคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้ ถือได้ว่าเป็นมุมมองใหม่อีกมุมมองหนึ่งในการนำเสนอหนังสยองขวัญ ในตัวเนื้อหาของเรื่องถือได้ว่าแปลกใหม่ไม่ซ้ำของเก่าที่เคยมีมา แต่ถ้าหากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้เน้นเรื่องราวความน่ากลัวสยดสยองของผีคงไม่ใช่ ถึงแม้ว่าจากหนังตัวอย่างเราจะเห็นว่าผีเข้าโบสถ์ได้ ผีหลอกพระได้ แต่ทว่าในเนื้อหาโดยแท้จริงของหนังเรื่อง 9 วัดไม่ใช่การนำเสนอในแง่มุมนั้น แต่เป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีตชาติของปุ้น (นุ่น ศิรพันธ์) ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวหลักของเรื่องเลยก็ว่าได้ โดยหนังได้พาเราไปให้รู้จักตัวละครนุ่นว่าใช้ชีวิตเหลวแหลกแค่ไหน และก้าวต่อไปของชีวิต ปุ้น คือการคิดที่จะเอาชีวิตที่กำลังจะเกิดออกไป บาปกรรม เวรกรรม แต่อดีตจึงตามหลอกหลอน เสมือนเป็นการเตือนในนึกถึงการทำบาป ทำกรรม ที่ตัวปุ้นกำลังจะก่อ ถึงแม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้บอกเล่าแบบชัดเจนไปเลย แต่ตัวบทของปุ้น ที่ถ่ายทอดโดย นุ่น ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูนึกได้.

ส่วนตัวละคร นิตยา ที่นำแสดงโดย เพ็ญพักตร์ นั้น ก็เป็นตัวละครหลักอีกตัวที่มาเฉลยในตอนท้ายเรื่อง เพราะการกระทำของนิตยาแต่อดีตทำให้ 2 หนุ่มสาว และ 1 สมณเพศ วนเวียนมาเจอกันกงกรรมนี้ การแสดงของ ต่าย (เพ็ญพักตร์) ไม่ว่าจะการแสดงออกทางสีหน้า แววตา ถือว่าเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ทำการบ้านมาดี แต่ทว่าในตัวบทของนิตยาเอง ค่อนข้างดูยากไปสักหน่อย คนดูห้ามแม้แต่จะพลาดไปสักตอนของตัวนิตยา เพราะมิฉะนั้นอาจดูไม่รู้เรื่องได้

ตัวของ เจมส์ แม๊กกี้ ชายหนุ่มหน้าลูกครึ่ง ถ้านี่เป็นการแสดงครั้งแรกก็ถือได้ว่าเป็นคนที่ทำการบ้าน ทางการแสดง มาดี ในเรื่องของการแสดงออกถึงความกลัว ความตกใจ ถ่ายทอด ออกมาให้เรารู้สึกได้ถึงความหลอน ระทึก ของสิ่งที่ติดตามมาได้เป็นอย่างดี

การแสดงของภราดร ศิรโกวิท อีกหนึ่งหนุ่มที่น่าจับตา สีหน้า อารมณ์ยามอยู่ในร่มกาสาวพัตรของหนุ่มคนนี้ถ่ายทอดออกมาให้คนดู ดูแล้วใจสงบ หน้าตายิ้มกริ่ม แต่ทว่าเรียบร้อย เงียบสงบอยู่ในที สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของพระสงฆ์ที่หยั่งรู้เรื่องเวรกรรมได้ดี และพยายามทำให้ 2 หนุ่มสาวเดินไปตามกระแสกรรมดีที่ถูกที่ควร

การแสดงของนักแสดงโดยรวมถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีมุมมองที่ถ่ายทอดออกมาได้ตรงตามคาแรกเตอร์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ก็คงต้องยกนิ้วให้กับผู้กำกับที่สามารถกำกับนักแสดงให้อยู่ในกรอบนี้ได้ ทางด้านภาพคงต้องบอกว่าเป็นหนังผีที่ภาพสวย โดยเฉพาะฉากหยดน้ำฝนที่โปรยลงมาต้องสีหน้าของพระหนุ่ม

หนังเรื่องนี้ถ้าจะติก็คงต้องติตัวผี ที่ทำให้เรานึกไปถึงตัวกอลลั่ม ในเรื่องThe Lord of The Ring ที่โผล่มาในโบสถ์ แต่ทว่าเมื่อได้ดูโดยถ่องแท้แล้ว ตัวผีที่เราเห็นในตัวอย่างเป็นแค่ผีแปลกปลอม แต่ผีจริงๆ ในหนังเป็นสิ่งที่ช่วยสานต่อ เสริมเรื่องราวของเรื่องให้กระจ่างแจ้ง

หนังผี 9 วัด หนังที่ไม่ใช่แค่หนังผีหลอกหลอน แต่มุ่งเน้นสอนเรื่องเวรกรรมที่ทำกันมาแต่อดีตชาติ..เพราะ “การทำบุญเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถลบล้างกรรมเก่าที่เคยทำมาได้ใน 1 คราว”

บทวิจารณ์โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์

Cr.movie.mthai.com

รีวิวหนัง Mary – เรือปีศาจ หนังผี

หนัง Mary หรือชื่อไทยว่า เรือปีศาจ ระวังเรือของคุณให้ดี! เพราะแรงอาถรรพ์จะทำให้ทริปฤดูร้อนกลายเป็นทริปสุดท้ายของ ชีวิต ผลงานสุดสะพรึงจากผู้สร้าง Oculus และมือเขียนบท The Shallows เรื่องราวของ เดวิด (แกรี่ โอลด์แมน) ได้ซื้อเรือหรูลำหนึ่งที่ชื่อว่า แมรี่ เขาหวังว่าเรือลำนี้จะทำให้ชีวิตของครอบครัวเขาดีกว่าเดิมโดยไม่รู้เรื่องอดีตอันน่าขนลุกของมัน เมื่อพวกเขานำเรือออกทริป ก็เกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติคอยคุกคามชีวิตของครอบครัวเขาจนทำให้เรือเดินออกนอกเส้นทาง และแล้วพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหญ่กลางทะเลลึก ซึ่งมันอาจจะเป็นทริปสุดท้ายของชีวิต!

Mary

เอาจริงๆ หนังเปิดเรื่องปุ๊บความคิดแรกในหัวเลยคือ “แย่ละ” คือคิดเลยว่ามันต้องไม่เวิร์คและไม่สนุกแน่ๆ หนังเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์การเฉลยฉากจบไว้ก่อนว่าเกิดไรขึ้นแล้วค่อยเล่าย้อนต้นไป ซึ่งถ้ามันปูเรื่องและนำเรื่องราวได้น่าสนใจจนมันมาบรรจบตรงนั้นเนี่ยมันก็จะโอเคไง แต่นี่มันไม่ใช่คือรอมาทั้งเรื่องว่าจะเกิดไรขึ้น สรุปแค่นั้นอะนะ? สู้เล่าเรื่องไปตรงๆ เลยก็จบแล้วจะไปทำให้มันลำบากทำไม และตอนจบของมันก็ไม่ได้เดายากอะไรเลย

หนังใช้เวลาตัวปูละครแต่ละตัวไม่มากมาย ที่คนดูไม่ได้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครสักเท่าไหร่เลย พอรู้อย่าผิวเผินเท่านั้น แถมมันยังมีพล็อตง่ายๆ ที่เดาได้ไม่ยาก เรือมีผีสิง ออกเรือ โดนไล่ฆ่าทีละคน เท่านั้นล่ะ ด้วยความที่เรือมันไม่ได้ลำใหญ่ด้วยแหละ มันจึงมีพื้นที่ในการเล่นในการให้ผีมาหลอกน้อยมาก แต่ใช่ว่าจะไม่มี ซึ่งหนังเรื่องนี้มันก็ทำได้น่าผิดหวังจริงๆ การหลอกของผีในเรื่องนี้คือเชยมาก ปูมาเงียบๆ เคลื่อนกล้องช้าๆ ผีโผล่มาตุ้งแช่ จั้มสแกร์ แค่นั้นแหละที่ผีเรื่องนี้ทำ ตอนแรกโผล่มาแวปๆ หลังๆ นี่มาเป็นตัวเป็นตน ไอ้ที่น่าหงุดหงิดคือ ผีมันเป็นมายังไง ที่มาที่ไปของมันคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น มันต้องการอะไร เป้าหมายคืออะไร ทุกอย่างในเรื่องนี้มันถูกวางไว้หลวมๆ แถมการหลอกของผีในเรื่องนี้คือโคตรเชย โดยรวมแล้วน่าเบื่อมากทีเดียว

นักแสดงในเรื่องนี้โคตรไม่น่าจดจำ การแสดงคือแบบ…ไม่ไหวจริงๆ อะ อยากจะถามมากว่า Gary Oldman มาเล่นเรื่องนี้ทำไม!!! เฮียคิดอะไรอยู่ นอกจากบทไม่ดี ดำเนินเรื่องแย่ นักแสดงรายล้อมก็พัง ตัวแกเองยังเล่นได้ไม่น่าจดจำเลย ความยอดเยี่ยมจาก Tinker Tailor Soldier Spy, Darkest Hour หายไปไหนหมดดดดดด จริงๆ คงโทษเฮียแกเต็มปากไม่ได้หรอก บทคงไม่ส่งด้วยแหละ แต่เฮียแกก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้จริงๆ

สรุปแล้ว Mary – เรือปีศาจ เป็นหนังผีที่โคตรน่าผิดหวังที่สุดในปีนี้ละ มันไม่ได้มีความน่ากลัวเลย พล็อตช่องโหว่วเต็มไปหมด เล่าเรื่องไม่น่าสนใจ ไม่มีความน่าติดตาม ยากที่จะหาจุดชมจริงๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของหนังเรื่องนี้คือกลัวตัวเองจะลุกออกจากโรงไปก่อนหนังจบจริงๆ

รีวิวหนัง Liam: As It Was – เลียม กัลลาเกอร์ ตัวตนไม่เคยเปลี่ยน

หนัง As It Was หรือชื่อไทยว่า เลียม กัลลาเกอร์ ตัวตนไม่เคยเปลี่ยน สารคดีชีวิตจริงของชายผู้ไม่เคย “หุบปาก” แต่โลกทั้งใบคงไร้สีสัน หากไม่มีชายคนนี้! พบกับเบื้องหลังชีวิตตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของตำนานชาวร็อก “”เลียม กัลลาเกอร์”” อดีตนักร้องนำของวง Oasis ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งแต่การล่มสลายของวงที่เขารัก เหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ และการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลง

 Liam: As It Was

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่ามันเป็นหนังเฉพาะกลุ่มจริงๆ เป็นหนังสำหรับแฟนเพลงของเลียมหรือแฟนเพลงของ Oasis ที่ไม่ได้เอนเอียงหรือเกลียดเลียม คือคุณจำเป็นต้องรู้จักวง Oasis รู้จักสองพี่น้อง Gallagher ว่านิสัยใจคอแต่ละคนเป็นยังไง และพวกเขาที่ตีกันทำให้วงแตก มาก่อนในระดับนึง พอให้รู้จักว่าใครเป็นใคร นิสัยเป็นยังไงนั่นแหละ และคุณจะเข้าใจ อินกับหนังเรื่องนี้มากขึ้น

เอาจริงๆ แค่เปิดหนังมา ประโยคแรก ก็โคตรบ่งบอกความเป็นตัวตนของเลียมเลย ว่าเป็นคนยังไง ยโส หยิ่ง จองหอง กวนตีน แต่มุ่งมั่น ตั้งใจ สู้ ไม่ยอมแพ้และทะเยอทะยาน นั่นคือตัวตนของชายที่ชื่อว่า เลียม หนังเริ่มด้วยประเด็นปัญหาวงแตกของ Oasis และแน่นอนผู้รับบาปในหนังเรื่องนี้ กลายเป็นผู้ร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ โนล เขาโดนโทษไปเต็มๆ จากเลียม จริงหรือไม่จริงไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่าในเรื่องนี้ โนล คือคนที่ทำให้วงแตกและเขาคือตัวปัญหา เห็นค่าน้องชายต่ำกว่าดนตรี

แต่หนังไม่ได้ไปโฟกัสความเป็น Oasis เท่าไหร่ อาจแตะแบบผิวเผิน ว่านี่คืออดีตฟรอนต์แมนของ Oasis เท่านั้น ให้เห็นว่าเขารักวงนี้แค่ไหน และตัวตนตอนนั้นเขาเป็นอย่างไร หลังจากนั้นหนังก็เริ่มเข้าสู่จุดเริ่มต้นของการเกิดใหม่ของเลียม ในนามวง Beady Eye ซึ่งเราจะได้เห็นว่าทำไมเขาเลือกทิศทางในชีวิตแบบนั้น ด้วยเหตุผลใด และทำไปทำไม

เราได้เห็นจังหวะช่วงชีวิตของเลียมอย่างที่เราไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็นเช่นนั้น เราได้เห็นว่าคนที่โคตรมั่นใจ หยิ่งยโส โอหังอย่างเลียม ก็มีแง่มุมที่ท้อ หดหู่ เศร้า กังวล ตื่นกลัว ไม่รู้จะทำอะไร ทำยังไงต่อในชีวิต แต่เขาก็ลุกขึ้นสู้กลับมาอีกครั้งและโด่งดังแบบสุดๆ แถมหนังยังอธิบายออกมาได้อย่างชัดเจนถึงการกลับมาในครั้งนี้ว่ามันไม่ใช่เพราะใคร หากแต่คือคนรักของเขาเด็บบี้ กวิเธอร์ ซึ่งมันจะทำให้ได้เห็นในแง่มุมของดวงใจเลียมว่าต้องเป็นคนยังไง และเจ๋งแค่ไหนถึงครองใจชายคนนี้ไว้ได้อย่างอยู่หมัดและด้วยเหตุนั้น หนังยังส่งให้เราได้เห็นแง่มุมของเลียมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย แง่มุมที่อ่อนโยน รักครอบครัว ใช่ คุณอ่านไม่ผิดหรอก ใครจะไปคิดว่าเลียมจะมีแง่มุมแบบนั้น 555 และอีกหลายๆ แง่มุมที่ถึงกับต้องนึกในใจว่า “เห้ย เลียมก็มีมุมแบบนี้ด้วยหรอวะ” หมายถึงในทางที่ดีนะ คือมีแง่มุมน่ารักๆ ให้เราเห็นอะว่างั้นเถอะ

หนึ่งในหลายสิ่งที่เซอร์ไพรส์คือเวลาที่เลียมพูดถึงพี่ชายอย่างโนล ถึงแม้จะด่ากราด แค่ไหน แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้คือเขาคงไม่ได้เกลียดโนลหรอก เขาแค่โกรธ และแน่นอนเราว่าเลียมยังแคร์โนลอยู่

บทพูดที่ออกมาจากปากเลียมหลายๆ คำนี่ไม่รู้ว่าเป็นบทที่ทางทีมงานให้เลียมพูดหรือเปล่านะ เพราะมันทั้งคม กินใจ และโคตรจริงใจเลย แต่ให้เดาด้วยคาแร็คเตอร์ของเลียมแล้ว เขาน่าจะพูดออกมาด้วยตัวเองแหละ ถ้าจะให้บอกชื่อใครสักคนที่โคตรเป็นตัวเองในวงการบันเทิง เลียม นี่แหละ คือหนึ่งในไม่กี่ชื่อที่โคตรเป็นตัวของตัวเองจริงๆ

อย่างที่บอกไปในตอนต้น เราคิดว่าคนที่เป็นแฟนคลับเลียมและรักเลียม พอดูเรื่องนี้พวกคุณจะรักชายที่ชื่อว่าเลียมมากขึ้น

หนังมีข้อมูลเยอะมาก และเร็วมาก มีข้อมูลถาโถมใส่คนดูแบบไม่ให้หยุดพักให้หยุดหายใจ แต่มันก็ดำเนินเรื่องและร้อยเรียงออกมาได้อย่างดีเข้าใจง่าย เป็นลำดับเวลาที่ชัดเจน แถมหนังยังใส่ใจคนดูอยู่ตลอดเวลา มีการขึ้นชื่อคนพูดก่อนเสมอว่าใครกำลังพูดอยู่ ซึ่งโอเคมาก ถ้าไม่ขึ้นมันก็จะส่งผลต่อหนังอีกแง่ว่าใครจะรู้สึกหรือพูดถึงเลียมยังไง

ตัวหนังไม่ได้มีมุมว้าว หรือภาพสวยๆ เลิศเลออะไรขนาดนั้นหรอก แต่มันถูกถ่ายทอดและร้อยเรียงออกมาได้ดี เข้ากับเพลงของเลียมได้อย่างยอดเยี่ยม

น่าเสียดาย หนังค่อนข้างจบเร็วไปสักหน่อย การที่ผู้กำกับติดตามเลียมขนาดนั้น น่าจะเล่าอะไรออกมาได้มากกว่านี้ ขยายความในหลายๆ ส่วนได้ดีกว่านี้ เท่านั้นเลยจริงๆ

สรุปแล้ว นี่คือหนังสารคดีของเลียม สำหรับคนรักเลียม และโคตรเป็นตัวเลียม เราจะได้เห็นหลายๆ แง่มุม หลายๆ มุมมองของชายที่ชื่อว่าเลียมได้แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทั้งด้านดนตรี ด้านชีวิตส่วนตัว และด้านครอบครัว สำหรับเราเขาเหมือนชายที่เป็นโรค โรคที่เรียกว่า “โรคดนตรี” คือถ้าไม่เล่นดนตรีไม่รู้จะทำอะไรแล้วอะ ต้องเล่นและทำมันต่อไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่หนังซึ้ง หนังดราม่าน้ำตาแตก หรือดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจในการอยากเล่นดนตรีแต่อย่างใดหรอกนะ เพราะหนังเรื่องนี้จะพาคุณไปรู้จักกับชายที่ชื่อว่าเลียมล้วนๆ เลย

ปล. เข้าไปฟังเพลงของเลียมแต่ละเพลง ก็คุ้มอยู่นะ 555

ปล2. ลูกเลียมหล่อมว๊ากกก โคตรจะเหมือนเลียม ยังกะโคลนนิ่งกันมา แถมวิธีเลี้ยงลูกของเฮียแกโคตรสุดโต่ง 555