รีวิว Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน

นับเป็นผลงานหนังที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอยไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับ Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน ผลงานโรแมนติกคอมเมดี้เรื่องล่าสุดของนักแสดงมากความสามารถ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ที่หวนกลับมาเล่นหนังแนวนี้อีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนานกว่า 15 ปี แถมยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับขวัญใจในยุค 90s วิโนนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) อีกด้วย

Destination Wedding

Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน ว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มสาวสองคน ลินด์เซย์ และ แฟรงก์ ที่ต้องเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของคนรู้จักที่แทบจะไม่มีความโรแมนติก จนได้มาใช้เวลาอยู่ด้วยกันและนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง

หลังจากที่หันไปเอาดีด้านงานแอคชั่นเสียเป็นส่วนใหญ่ จนทำให้แฟนๆ ชินตาไปกับภาพนักฆ่าสุดโหด และเสมือนเป็นการคั่นเวลารอหนังภาคต่อ ของ John Wick งานนี้ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) เลยได้มารับเล่นหนังรอมคอมอีกครั้ง ซึ่งบอกตามตรงว่าก็ยังคิดภาพไม่ออกว่าหนังจะเป็นยังไง พอได้มาดูหนังเต็มๆ ก็พบว่าพี่แกก็ยังมีบุคลิกแข็งๆ นิ่งๆ แถมขวางโลกไปอีก ดูไปดูมาก็เหมือนยังสลัดความเป็นนักฆ่าได้ไม่หมด แต่ด้วยเสน่ห์ของตัวละครที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกว่าเข้ากันกับชีวิตพี่แกจริงๆ

เมื่อได้มาแสดงคู่กับขวัญใจในอดีตอย่าง วิโนนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) ก็ดูมีความเข้าขากันอยู่ ด้วยคาแรคเตอร์ของทั้งคู่ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและทัศนคติที่มองโลก ทำให้เราได้เห็นมุมการใช้ชีวิตที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ แต่คงต้องเอาผสมรวมๆ กันถึงจะสมดุล เพราะหากเลือกของคนใดคนหนึ่งก็ออกจะสุดโต่งไปหน่อย

ภาพรวมของหนังมีความคล้ายคลึงกับผลงานของ วูดดี อัลเลน (Woody Allen) ผู้กำกับสูงวัยที่โดนพิษกรณีล่วงละเมิดทางเพศพอสมควร โดยเฉพาะการพูดคุยโต้ตอบกันทั้งเรื่อง แถมยังมีการแสดงและแลกเปลี่ยนทัศนคติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง น้อยนักที่ในยุคปัจจุบันจะมีหนังแนวนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน ซึ่งส่วนใหญ่หันไปทำแอคชั่น ระทึกขวัญ ไม่ก็ฮีโร่กันหมด

และแม้จะจบตามสูตรหนังโรแมนติกคอเมดี้ แต่หนังก็ยังคงสร้างความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ถึงฉากฮาๆ จะมีไม่มาก แต่ว่ามาแต่ละทีก็ทำเอาหัวเราะได้อย่างเต็มปาก มุกใต้สะดือมาอย่างเยอะ เอาเป็นว่าหากมาดูหนังเรื่องนี้ก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะแค่มาดู คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) นั้นก็คุ้มแล้ว (ใช่ว่าจะเล่นหนังแนวนี้บ่อยๆ) เชื่อว่าแฟนๆ น่าชอบมุมนี้ของพี่แกเหมือนกัน

Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com

แนะนำ ซีรีย์เกาหลี 2019 เรื่อง 의사요한 – Doctor John

เรื่องราวเเนวการเเพทย์​ คังชียอง (รับบทโดย อีเซยอง) วิสัญญีแพทย์ปีสองนักเรียนหัวกะทิที่ลาออกกลางครันเนื่องจากวินิจฉัย​โรคผิดจึงสูญเสีย​ความมั่นใจ

의사요한 - Doctor John

เมื่อเธอได้เข้ามาทำงานที่เรือนจำเเห่งหนึ่งจนได้มาพบกับนักโทษหมอชาโยฮัน (รับบทโดย จีซอง) ผู้อัจฉริยะ​ที่วินิจฉัย​โรคอย่างรวดเร็วเพียงเเค่ 10 วิเท่านั้น เขาจึงมีฉายาว่า “คุณหมอ 10 วิ” เขาปลุกความมั่นใจของเธอขึ้นมาเพื่อให้ชียองกลับไปเป็นหมออีกครั้ง เมื่อเขาเเละเธอได้พบกันในฐานะหมอทั้งคู่ และต้องคอยวินิจฉัยและรักษาโรคประหลาดต่างๆ

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหมอแบบจัดเต็ม พระเอกเก่งและกวนมาก เดินเรื่องเร็ว มีให้คอยลุ้นตลอด

และจากการวัดผลเรตติ้งของ Nielsen Korea ในสัปดาห์แรกของการออกอากาศ ในตอนที่ 1 ของซีรีส์เรื่องนี้ ทำเรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 6.0% และตอนที่ 2 ที่ 8.7% โดยเรตติ้งได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสแรงจริงๆจ้า สำหรับเรื่องนี้

สามารถรับชมได้ที่นี่ https://www.viu.com/ott/th/th/vod/183251/Doctor-John

ตัวอย่าง ซีรี่ย์ Docter John

Cr.www.bullvpn.com

รีวิว Earthquake Bird “รัก” เป็น “บ้า” หนังดราม่า

หนังดราม่า ทริลเลอร์ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันกับ Earthquake Bird ผลงานการกำกับของวาช เวสต์มอร์แลนด์ (Still Alice) และนำแสดงโดยอลิเซีย วิกันเดอร์

Earthquake Bird

Earthquake Bird มีฉากหลังอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในปี 1989 ว่าด้วยชีวิตการทำงานของ ลูซี่ ฟลาย (อลิเซีย วิกันเดอร์) สาวสวีเดนที่ทำงานเป็นนักแปลภาษา ด้วยชีวิตที่ราบเรียบไม่หวือหวา จนอาจจะกล่าวได้ว่าเธอใช้ชีวิตไปวันๆแบบเดิม กระทั่ง เสื้อผ้า หน้าผม เธอก็ยังแต่งตัวด้วยโทนเสื้อผ้าที่เรียบง่ายจนคล้ายคลึงสาวญี่ปุ่นทั่วไป ลูซี่มีเพื่อนเป็นนักดนตรีอย่างบ๊อบ (แจ็ค ฮิวส์ตัน) และเพื่อนร่วมงานสาวชาวญี่ปุ่นนัตซึโกะ (กิกี้ ซูเกะซาเน่) และยังใช้เวลาว่างในการเล่นเชลโล่กับแม่บ้านชาวญี่ปุ่น คุณคาโต้ (อากิโกะ ไอวาเสะ) แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ชมก็ยังสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยวเหงาของลูซี่ตลอดเวลา

กระทั่งวันหนึ่งลูซี่ได้พบกับตากล้องหนุ่มเทจิ (นาโอกิ โคบายาชิ) ที่จับภาพตอนเธอกำลังเดินอยู่บนถนน แม้การถูกถ่ายรูปในที่สาธารณะเธอเป็นเรื่องการเสียมารยาท แต่ดูเหมือนลูซี่กลับรู้สึกถูกใจในรูปลักษณ์ภายนอกของเทจิ จนอาจจะกล่าวได้ว่านั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ไม่นานลูซี่จึงเริ่มคบหากับเขา และค้นพบว่าทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่มีด้านดาร์คๆของตัวเองที่ถูกซุกซ่อนไว้ไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจ

แต่แล้วเมื่อเพื่อนชาวอเมริกันของลูซี่ อย่างลิลี่ บริดเจส (ไรลีย์ คีโอ) ได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นและก้าวเข้ามาในความสัมพันธ์ระหว่างลูซี่และเทจิ จนกลายเป็นปมสำคัญของเรื่อง เมื่อหนังเผยให้คนดูรับรู้ว่า วันหนึ่งลิลี่ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนนำไปสู่คำถามที่ว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่”

อันที่จริงหนังเผยให้คนดูรับรู้ตั้งแต่ฉากแรกของเรื่องแล้วว่าลิลี่ได้หายตัวไปผ่านประกาศคนหาย และลูซี่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ เรื่องราวในหนังจึงเริ่มต้นขึ้นผ่านการให้ปากคำกับตำรวจของตัวลูซี่เอง มุมมองในหนังจึงตกอยู่ภายใต้ความคิดของตัวเอกอยู่ตลอดเวลา ว่าเธอเลือกจะให้คนดูได้เห็นชีวิตของเธออย่างไร จนเมื่อหนังดำเนินไปสักระยะ หนังก็เริ่มเผยความน่าเคลือบแคลงในตัวนางเอกว่าจริงๆแล้วเธออาจจะเป็นคนร้ายและอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของเพื่อนเธอ

Earthquake Bird มีความนิ่งเนิบ เน้นห้วงอารมณ์ความคิดของตัวเอกอย่างลูซี่เป็นหลัก มากกว่าจะเน้นขายความลึกลับน่าสงสัยของสถานการณ์ หลายช่วงหลายตอนไม่ใช่สิ่งที่ยากต่อการคาดเดานัก แต่ด้วยวิธีการทำให้คนดูจดจ่ออยู่กับตัวละครอย่างลูซี่ จึงเปิดโอกาสให้นักแสดงสาวอลีเซียได้ เผยแง่มุมการแสดงที่เน้นใช้สายตา มากกว่าคำพูด ประกอบกับที่ตัวละครมีลักษณะ “อมทุกข์” และเก็บงำความรู้สึกเปลี่ยวเหงาเอาไว้คนเดียว ยิ่งทำให้คนดูทั้งสงสารและเดาทางตัวละครไม่ถูกจริงๆ

เหนืออื่นใดคือฉากสุดท้ายที่เธอมีโอกาสได้นั่งปรับทุกข์กับแม่บ้านชาวญี่ปุ่นคุณคาโต้ ที่ต่างมานั่งพูดถึง “ความตายของคนใกล้ตัว” การแสดงในฉากดังกล่าว เรียกว่าเป็นฉากจับใจและอธิบายห้วงความรู้สึกของการปลดปล่อยความทุกข์ที่อัดแน่นภายในใจของตัวละครทั้งสองได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าจดจำ

Cr.www.sanook.com