หนัง Ride Your Wave – คำสัญญา…ปาฏิหาริย์รัก 2 โลก

หนัง Ride Your Wave หรือชื่อไทยว่า คำสัญญา…ปาฏิหาริย์รัก 2 โลก “きみと、波にのれたら” หรือ “Ride Your Wave” ภาพยนตร์ลำดับที่ 14 ของ JAPAN ANIME MOVIE THAILAND ภาพยนตร์อนิเมชั่น ระดับรางวัลอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด การันตีด้วยรางวัล Best Animation จาก Shanghai International Film Festival และ Best Animated Feature จาก Fantasia International Film Festival มาร่วมพิสูจน์ความรักของมินาโตะ และ ฮินาโกะ ได้ใน Ride Your Wave วันที่ 17 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ที่ร่วมรายการ

Ride Your Wave

Ride Your Wave เป็นเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่ฝ่ายชายได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่เมื่อฝ่ายหญิงร้องเพลงที่เป็นที่โปรดปรานของทั้งคู่ ฝ่ายชายก็จะปรากฏตัวออกมาให้เธอเห็นในน้ำ จึงทำให้เกิดเป็นความรักระหว่าง 2 โลกขึ้น

หนังมีเนื้อเรื่องวัตถุดิบพล็อตตั้งต้นที่น่าสนใจมาก มันจึงดึงดูดให้เราเข้าไปดู ไม่ว่าจะเป็นทำไมพระเอกถึงตาย? ทำไมนางเอกถึงเรียกหาพระเอกได้? เป้าหมายคืออะไร? รักกันยังไง? คำถามน่าสนใจดึงดูดเต็มไปหมด แต่มันดั๊นนำเสนอออกมาได้จืดชืดสุดๆ

หนังมีการดำเนินเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เข้าใจง่ายๆ ดูได้เรื่อยๆ แต่นั่นมันจึงทำให้เราไม่อินกับอะไรของหนังเลยแม้แต่ส่วนเดียว เริ่มตั้งแต่ที่พระนางรักกันละ คือเหตุผลก็พอเข้าใจได้แหละนะ แต่มันไม่อินอะ รวมถึงรุ่นน้องพระเอกที่แบบยิ่งไม่อินเข้าไปใหญ่ แถมหนังยังพาคนดูไปดูความสวีทหวานแหววของคู่พระ-นางที่แบบรู้สึกว่าเสียเวลาโดยใช่เหตุมากๆ รวมไปถึงการที่พระเอกตาย ตัวหนังมันขยี้ให้เราดราม่าไม่ได้เลยจริงๆ คือแบบปุบปับมาก และพอมาเป็นพาร์ทความสัมพันธ์ของสองโลกยิ่งไม่อินหนักเข้าไปอีก คือมันควรเศร้าเสียใจหรือขยี้ให้ดราม่าได้มากกว่านี้มากๆ วัตถุดิบคุณดีขนาดนี้แล้วอะ แต่กลับเล่าแบบหวานแหววโลกสวย เกินไปจนเสียอรรถรสมากจริงๆ และถึงเป็นแบบนั้น มันก็แสดงความน่ารักออกมาได้ไม่ถึงอยู่ดี แถมจุดพีคของเรื่องก็ทำออกมาได้ไม่ดีอีก ไม่มีความพีคใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งจบเรื่องแล้วก็ตาม เงื่อนไข ความน่าสนใจ สิ่งทั้งหมดที่ดึงดูดเราตั้งแต่ต้นตัวอย่างมันกลับหายไปซะอย่างนั้นหลังดูจบ

มาถึงงานด้านภาพบ้าง งานด้านภาพเหมือนภาพการ์ตูนวาดที่สวยนะ ถ้ามันมาในรูปแบบการ์ตูนทางทีวี แต่พอมันมาอยู่ในโรง มันยังมีบางฉากที่ตัวหนังไม่ได้ใส่ใจมากเท่าที่ควร โดยเฉพาะตัวละคร คือวาดมาแบบลวกๆ ขาดมิติของตัวละคร ซึ่งมันก็น่าหงุดหงิดเหมือนกันนะเวลามาดูในโรงใหญ่ๆ แต่ก็ถือว่าฉาก น้ำ แบ็คกราวยังอยู่ในระดับที่โอเค

มาที่เพลงประกอบบ้าง เรื่องที่มาที่ไปที่พระ-นาง ร้องเพลงนี้ร่วมกันทำให้เกิดเป็นสายสัมพันธ์มันก็ช่างแบบ…เอิ่มนะ ส่วนเงื่อนไขในการเรียกพระเอกมาทำไมเป็นเพลงนี้ เราตอบไม่ได้เหมือนกัน มันคงมีเหตุผลแหละ แต่เพลง Brand New Story ถือว่าเป็นเพลงที่เพราะ ฟังเพลินๆ สบายๆ ติดหูอยู่เหมือนกัน เรียกได้ว่าเอามาประกอบฉากพระ-นางสวีทกัน มันคือ MV เพลงนึงเลยเนี่ยแหละ แต่ก็ตลกดีเหมือนกัน เวลาฉากที่ดราม่าๆ แล้วร้องเพลงนี้ออกไป

สรุป Ride Your Wave สำหรับเราเป็นอนิเมะที่น่าเสียดาย วัตถุดิบเนื้อเรื่องมาดีแล้วแท้ๆ แต่เล่าออกมาไม่สนุก ไม่อิน และน่าผิดหวังจริงๆ

ปล. เสียงพากย์พระ-นาง น่ารักดีนะ

Cr.movie.thaiware.com

รีวิวหนัง Time Freak หนังรักโรแมนติกคอมเมดี้

ถือเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่คอหนังรักไม่ควรพลาดเลยทีเดียว สำหรับ Time Freak หนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่ค่ายหนังคุณภาพ โมโนฟิล์ม ซื้อลิขสิทธิ์นำเข้ามาฉายให้แฟนๆ บ้านเราได้ชมกัน โดยหนังได้ แอนดรูว์ โบว์เลอร์ (Andrew Bowler) มาเขียนบทและกำกับด้วยเอง ซึ่งเรื่องนี้เคยถูกสร้างมาแล้วในเวอร์ชั่นภาพยนตร์สั้นความยาว 10 นาที เมื่อปี 2011 งานนี้เจ้าตัวเลยนำโปรเจกต์ดังกล่าวมาต่อยอดกลายเป็นภาพยนตร์เข้าฉายในโรงใหญ่

Time Freak

โดยเรื่องนี้ได้นักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวๆ เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ (Asa Butterfield) ผู้โด่งดังและมีผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Hugo (2011), Ender’s Game (2013), X+Y (2014), Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children (2016) และ The Space Between Us (2017) แถมงานนี้ยังสาวฮอต โซฟี เทอร์เนอร์ ( Sophie Turner) นักแสดงสาวจาก Game of Thrones และหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง X-Men: Apocalypse (2016) มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรักสุดแฟนตาซีใน Time Freak อีกด้วย

Time Freak ว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มสายฟิสิกส์สุดปราดเปรื่อง ต้องช้ำรักเมื่อแฟนสาวของเขา ขอเลิกด้วยเหตุผลว่าพฤติกรรมของเขาห่วยแตกเกินไป เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากสร้างเครื่องไทม์แมชชีนขึ้นมาเพื่อกลับไปแก้ไขทุกสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดในอดีต เพื่อพิชิตใจเธออีกครั้ง

ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เห็นหน้าหนังรวมไปถึงนักแสดงในเรื่องที่นำโดย เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ (Asa Butterfield) และ โซฟี เทอร์เนอร์ ( Sophie Turner) ก็สร้างความอยากดูได้ดีสุดๆ และเมื่อได้ทราบพล็อตคร่าวๆ ที่มีความแฟนตาซีย้อนเวลาก็ทำให้อยากรู้ไปว่ามันจะมีความซ้ำเหมือนหนังย้อนเวลาเรื่องอื่นๆ หรือไม่ เมื่อได้เข้าไปดูหนังจนจบแล้วจึงพบว่าแม้พล็อตออกจะมีความซ้ำซากไปบ้าง แต่โดยภาพรวมกลับทำออกมาได้สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ

ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวนักแสดงเอง อย่างหนุ่มเอซาที่แน่นอนว่าถ่ายทอดบทบาทออกมาได้เข้าถึงอารมณ์ ดูแล้วทำให้นึกถึงหนังที่เจ้าตัวรับบทออกแนวเนิร์ดๆ เหมือน X+Y (2014) ได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าในเรื่องนี้มีความสมจริงและดูเข้าถึงได้ง่ายกว่า ฝ่ายนางเอกอย่าง โซฟี เทอร์เนอร์ ( Sophie Turner) ก็มีเสน่ห์แทบไม่เหลือภาพของแม่นางซานซาเลย เรียกได้ว่าในเรื่องนี้เราจะเห็นมุมบ๊องๆ จากเจ้าตัวเยอะทีเดียว และตัวละครที่ดูเหมือนจะสร้างสีสันให้หนังได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ เพื่อนพระเอก ซึ่งรับบทโดย สกายเลอร์ กีซอนโด (Skyler Gisondo) ม้ามืดผู้มาสร้างความบันเทิงและเสียงหัวเราะได้พีคสุดๆ โดยเฉพาะฉากในลิฟท์ที่ทำเอาหยุดขำไม่ได้เลย

หากเรามองข้ามเรื่องพล็อตที่ค่อนข้างจะซ้ำไปบ้าง แล้วมาโฟกัสสิ่งที่หนังต้องการสื่อก็จะพบวาเป็นหนังรอมคอมน้ำดีอีกเรื่องหนึ่ง อย่างเช่น ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนที่เป็นแฟนกัน ด้วยความต่างหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องนิสัยใจคอ การใช้ชีวิตก็ล้วนแล้วแต่จะต้องอาศัยเวลาเพื่อปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องราวดีๆ บางช่วงชีวิตบางเรื่องราวอาจจะมีปัญหาทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกันบ้าง แต่หากเอาใจเขามาใส่ใจเราพยายามเข้าใจกัน ท้ายที่สุดแล้วก็จะพบจุดกึ่งกลางที่จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นไปตลอดรอดฝั่ง

เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของหนุ่มเนิร์ดกับสาวสวยในเรื่องที่แม้ว่าจะมีฝ่ายหนึ่งหลงทาง พยายามกลับไปแก้ไขหลายๆ อย่างเพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นออกมาให้สมบูรณ์แบบ แต่กลับลืมคิดไปว่าธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งนั้นไม่มีอะไรเพอร์เฟกต์ไปเสียทุกอย่าง บางครั้งการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอาจจะสะดุดหกล้ม มีบาดแผลบ้าง ก็ถือเป็นบทเรียนและสีสันของชีวิตที่จะทำให้ได้เรียนรู้เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เชื่อว่าคอหนังรอมคอมจะต้องเพิ่ม Time Freak เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องกลับมาดูซ้ำแน่นอน

Time Freak เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com

รีวิว Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน

นับเป็นผลงานหนังที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอยไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับ Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน ผลงานโรแมนติกคอมเมดี้เรื่องล่าสุดของนักแสดงมากความสามารถ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ที่หวนกลับมาเล่นหนังแนวนี้อีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนานกว่า 15 ปี แถมยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับขวัญใจในยุค 90s วิโนนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) อีกด้วย

Destination Wedding

Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน ว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มสาวสองคน ลินด์เซย์ และ แฟรงก์ ที่ต้องเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของคนรู้จักที่แทบจะไม่มีความโรแมนติก จนได้มาใช้เวลาอยู่ด้วยกันและนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง

หลังจากที่หันไปเอาดีด้านงานแอคชั่นเสียเป็นส่วนใหญ่ จนทำให้แฟนๆ ชินตาไปกับภาพนักฆ่าสุดโหด และเสมือนเป็นการคั่นเวลารอหนังภาคต่อ ของ John Wick งานนี้ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) เลยได้มารับเล่นหนังรอมคอมอีกครั้ง ซึ่งบอกตามตรงว่าก็ยังคิดภาพไม่ออกว่าหนังจะเป็นยังไง พอได้มาดูหนังเต็มๆ ก็พบว่าพี่แกก็ยังมีบุคลิกแข็งๆ นิ่งๆ แถมขวางโลกไปอีก ดูไปดูมาก็เหมือนยังสลัดความเป็นนักฆ่าได้ไม่หมด แต่ด้วยเสน่ห์ของตัวละครที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกว่าเข้ากันกับชีวิตพี่แกจริงๆ

เมื่อได้มาแสดงคู่กับขวัญใจในอดีตอย่าง วิโนนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) ก็ดูมีความเข้าขากันอยู่ ด้วยคาแรคเตอร์ของทั้งคู่ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและทัศนคติที่มองโลก ทำให้เราได้เห็นมุมการใช้ชีวิตที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ แต่คงต้องเอาผสมรวมๆ กันถึงจะสมดุล เพราะหากเลือกของคนใดคนหนึ่งก็ออกจะสุดโต่งไปหน่อย

ภาพรวมของหนังมีความคล้ายคลึงกับผลงานของ วูดดี อัลเลน (Woody Allen) ผู้กำกับสูงวัยที่โดนพิษกรณีล่วงละเมิดทางเพศพอสมควร โดยเฉพาะการพูดคุยโต้ตอบกันทั้งเรื่อง แถมยังมีการแสดงและแลกเปลี่ยนทัศนคติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง น้อยนักที่ในยุคปัจจุบันจะมีหนังแนวนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน ซึ่งส่วนใหญ่หันไปทำแอคชั่น ระทึกขวัญ ไม่ก็ฮีโร่กันหมด

และแม้จะจบตามสูตรหนังโรแมนติกคอเมดี้ แต่หนังก็ยังคงสร้างความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ถึงฉากฮาๆ จะมีไม่มาก แต่ว่ามาแต่ละทีก็ทำเอาหัวเราะได้อย่างเต็มปาก มุกใต้สะดือมาอย่างเยอะ เอาเป็นว่าหากมาดูหนังเรื่องนี้ก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะแค่มาดู คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) นั้นก็คุ้มแล้ว (ใช่ว่าจะเล่นหนังแนวนี้บ่อยๆ) เชื่อว่าแฟนๆ น่าชอบมุมนี้ของพี่แกเหมือนกัน

Destination Wedding ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com