รีวิวหนัง I Still Believe – จะรักให้ร้องจะร้องให้รัก

หนัง I Still Believe สร้างมาจากเรื่องจริงของชีวิต Jeremy Camp และการเดินทางของความรัก การสูญเสีย และความหมายของคำว่าความหวัง เป็นการได้กลับมาดูในหนังโรงครั้งแรกหลังจากนั่นแหงกอยู่บ้านกับสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 เปิดกันด้วยเรื่องนี้เลย I Still Believe – จะรักให้ร้อง จะร้องให้รัก

I Still Believe

I Still Believe เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของนักร้องหนุ่ม Jeremy Camp กับเรื่องราวความรักของตัวเขากับ Melissa แต่โชคชะตาก็เล่นตลกในระหว่างที่ความรักกำลังไปได้สวย Melissa พบว่าเธอเป็นโรคร้ายที่อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน ทำให้เรื่องราวความของทั้งคู่อยู่ด้วยความหวัง ความเชื่อ และความรักที่มีต่อกัน

สารภาพเลยว่าไม่รู้จัก Jeremy Camp ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเคยฟังเพลงของเขามาบ้างหรือเปล่า และก็ไม่รู้เลยว่าเรื่องราวความรักของชายคนนี้เป็นไงมาไง เอาเป็นว่าไม่รู้อะไรเลย แต่พอได้ดูตัวอย่างก็คิดในหัวแค่เพียงว่า ก็แค่เอาเรื่องราวความรักของนักร้องมาสร้างแค่นั้นแหละ

พอได้เข้าไปดูปุ๊บ มันก็เป็นเรื่องราวความรักของ Jeremy Camp จริงๆ ที่บอกเล่าตั้งแต่เขาได้เจอกับสิ่งที่เรียกได้เลยแหละว่าน่าจะเป็นรักแท้ของ Jeremy Camp กับการเจอสาวสวยนามว่า Melissa ซึ่งตลอดครึ่งเรื่องของหนังเอาตรงๆ มันทำเราเอือมมาก 555+ หนังไม่ใส่ใจตัวละครแวดล้อมอะไรเท่าไหร่เลย โฟกัสแค่สองพระนางแบบเยอะมากๆ และสถานการณ์ต่างๆ หรือบทพูดมันน้ำเน่ามาก มากถึงมากที่สุด ซึ่งไม่รู้หรอกว่าเขาเสริมเติมแต่งไปมากแค่ไหน แต่มันน้ำเน่าจริงๆ คือครึ่งแรกมันคือหนังโรแมนติคโลกสวยเรื่องนึงนั่นแหละ

แต่เรื่องราวครึ่งหลังเปลี่ยนไปทันทีกลายเป็นหนังดราม่าเฉย เมื่อตัว Melissa ค้นพบว่าเป็นโรคร้ายที่สั่นคลอนความรักของเธอกับ Jeremy Camp ซึ่งราวกับหนังคนละม้วน ครึ่งหลังนี่เต็มไปด้วยดราม่า และเรื่องราวที่กินใจ ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่ด้วยความที่มันถูกพูดมาว่ามันสร้างมาจากเรื่องจริง เลยทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครึ่งหลังทำให้เราเชื่อส่วนนึงแล้วว่า เห้ยอย่างน้อยมันก็มีส่วนจริง มันเลยกลายเป็นว่าน่าทึ่งกับตัว Jeremy Camp กับการที่ยังเลือกที่จะตกลงปลงใจกับ Melissa ที่เป็นโรคร้ายอยู่ได้อีกไม่นาน เขาเลือกที่จะทำแบบนั้นด้วยคำว่าเชื่อตรงตามชื่อเรื่องเลย โมเมนท์เหล่านั้นก็กินใจในหลายๆ ฉาก และมันเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ ทั้งความน่ายินดี ปลาบปลื้ม

แต่สิ่งที่เราไม่อินคือความพยายามยัดเยียดความเชื่อเรื่องราวของพระเจ้ามาหนักมากถึงมากที่สุด เข้าใจนะว่า Jeremy Camp เป็นคริสเตียนที่เชื่อเรื่องราวของพระเจ้า และเรื่องราวทั้งหมดเป็นประสงค์ของพระเจ้าอะไรทำนองนั้น แต่พอคนที่ไม่เชื่อมานั่งดูมันก็จะไม่อิน มันเลยกลายเป็นยัดเยียดเกินไปสำหรับเรา และหนังก็เน้นประเด็นเรื่องราวนี้บ่อยจริงๆ ซึ่งมันก็ตรงที่เขาต้องการจะสื่อตามชื่อเรื่อง I Still Believe ที่มาจากชื่อเพลงของ Jeremy Camp ที่แต่งให้ Melissa นั่นแหละ แต่หลายๆ อย่างมันไม่สมเหตุผลสมผล และเหมือนจะตอบคำถามเราเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาไม่ได้จริงๆ

หนังยังมีจุดบอด ความไม่ต่อเนื่อง และความไม่สมเหตุสมผลจนเกิดข้อสงสัยอยู่หลายจุดเหมือนกัน รวมถึงการแสดงของ 2 นักแสดงนำที่ไม่ได้ดูโดดเด่นจนน่าทึ่ง แต่ก็ไม่ได้แย่จนน่ากุมขมับ อยู่ในระดับธรรมดาๆ ที่ประคองหนังไปได้เรื่อยๆ มากกว่า

สิ่งที่ชอบที่สุดคงเป็นเพลงในเรื่องนี้นั่นแหละ ไม่รู้เหมือนกันว่า K.J. Apa เล่นกีตาร์เองจริงๆ หรือเปล่า (มีบางฉากไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เล่นไม่ตรงกับที่ได้ยินเลย) แต่เสียงร้องเขาเพราะไม่ใช่เล่น โดยเฉพาะตอนที่ร้อง Find Me In The River ร่วมกับ Britt Robertson เพราะจริงๆ เพราะมากเลยแหละ หลายเพลงเพราะมากจริงๆ กลับมาบ้านหาฟังเลยทีเดียว ทั้งที่ K.J. Apa ร้องและเพลงอื่นๆ ของ Jeremy Camp

สรุปแล้ว I Still Believe เป็นหนังที่ตรงจุดประสงค์ที่หนังจะสื่อ เพียงแต่ว่าเราไม่อิน และเอาจริงๆ มันไม่ใช่หนังที่อยากเล่าเรื่องของ Jeremy Camp หรอก มันเหมือนเป็นหนังที่สร้างขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ Melissa ท้าทายศรัทธา ความเชื่อและความรัก

Cr.movie.thaiware.com

แนะนำหนัง Date Night คืนเดท…สุดพิสดาร

โบราณเคยกล่าวไว้ว่า? น้ำพริกถ้วยเก่ามักจะจืดชืด ไม่อร่อยกลมกล่อมเหมือนเคย? คำนี้มักจะใช้ เปรียบเปรย คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันนาน ความหอมหวาน ความตื่นเต้นเร้าใจก็ย่อมจืดจางไปทุกวัน สามีภรรยาหลายคู่พยายามเสาะหาวิถีทาง เพื่อไม่ให้ชีวิตรักจืดจาง และต้องมาจบลงด้วยการหย่าร้าง แต่จะมีวิธีไหนเล่าที่จะมาคลายปมที่ติดอยู่ในใจของพวกเขาได้ การออกเดท จึงเป็นอีกทางเลือกนึง ที่คู่รักมักจะใช้กัน
คืนเดทพิสดาร ผิดฝาผิดตัวรั่วยกเมือง? ภาพยนตร์แอ๊คชั่นเฮฮา ที่ผู้กำกับ ?ชอว์น เลวี” ที่เคยการันตีความสนุกจาก “Night at the Museum” ทั้ง 2 ภาค นำเรื่องราว ที่เป็นปม ชีวิตของคู่รักสามี-ภรรยา ออกมาตีแผ่ลงจอเงิน ด้วยเนื้อหาที่สนุกเฮฮาบวกกับเรื่องราวใกล้ตัว ของการออก เดทของสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง แต่คืนเดทที่น่าจะหอมหวาน กลับกลายเป็นคืนสุดพิสดารที่ทั้งคู่เกือบเอาชีวิต ไม่รอด

Date Night

โดยเรื่องนี้ได้พระเอกเจ้าพ่อหนังคอเมดี้ตัวพ่อ ?สตีฟ คาเรลล์? มารับบท ?เทฟิล? สามีที่เพียบพร้อม ไปซะทุกอย่าง ยกเว้นกิจกรรมบนเตียงที่แสนจะจืดจาง ประกบคู่กับ ?ทีน่า เฟย์? รับบท ?เฟย์? ภรรยา แสนดีที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากสามี นอกซะจากเรื่องบนเตียง

ซึ่งภาพยนตร์แนวแอ๊คชั่นคอเมดี้เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตรักของสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งแต่งงานกัน มานานมีลูกที่แสนน่ารักเป็นสักขีพยาน ด้วยเหตุที่ต่างคนต่างใช้ชีวิตไปกับการทำงาน เลยไม่มีเวลาได้ดูแล หัวใจที่แสนจะบอบบาง วันหนึ่งคู่รักสามี-ภรรยา เพื่อนซี้ของเขาทั้งสอง เกิดคิดจะหย่าร้างกัน เหตุเพราะเข้ากันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นฉนวนให้ ?เทฟิล? (สตีฟ คาเรลล์) และ ?เฟย์? (ทีน่า เฟย์) ฉุดคิดว่าความรักของเขาทั้งคู่เริ่มจืดจางลง เหมือนคู่สามี-ภรรยาเพื่อนซี้ของเขารึเปล่า เขาจึงหาทางเติม ความรักให้แก่กัน ด้วยการออกเดททุกคืน ในร้านอาหารที่แสนจะธรรมดาไม่ไกลจากบ้าน เรื่องราวบนโต๊ะ อาหารกลับเป็นเรื่องเดิมๆที่คุยกันซ้ำไปซ้ำมาทำให้ชีวิตรักของเขากลับดูแย่ลงกว่าเดิม วันหนึ่ง ?เทฟิล? (สตีฟ คาเรลล์) เลยหาวิธีที่จะทำให้ภรรายาประทับใจที่สุด ด้วยการนัดเดทในร้านอาหารสุดหรู แต่แล้วคืนเดท คืนนั้นแทนที่จะเป็นคืนเดทที่แสนหวาน แต่กลับกลายเป็นคืนเดทสุดพิสดาร จนเขาทั้งคู่เกือบเอาตัวไม่รอด แต่จะพิสดารยังไงต้องไปลุ้นกันเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ้าจะถามถึง บทหนัง ก็คงเป็นภาพยนตร์ธรรมดาเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องราวใกล้ ตัวสำหรับคนที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน(สามี-ภรรยา) แทนที่จะถ่ายทอดออกมาได้ สนุก ซึ่ง ประทับใจ กลับออกมาเหมือนกับว่าไม่เต็มที่ (ไม่สุด) จะฮาก็ไม่ฮา จะซึ้งก็ไม่ซึ้ง เนื้อหาของหนังเป็นอะไรที่เรียบมากๆ ไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ ฉากบางฉากที่น่าจะสนุกก็รู้สึกเฉยๆ จะมีให้ขำบ้าง ถ้านับแล้วประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น น่าเสียดายที่ได้นักแสดงมากความสามารถมาแสดง แต่ตัวหนังกลับทำให้งานกล่อย ยิ่งช่วง 30 นาที แรก ยิ่งรู้สึกเบื่อมากๆ ว่าทำไมหนังมันเฉื่อยอย่างนี้ ไม่สนุกเหมือนในตัวอย่างเลย

ข้อดีของหนังเรื่องนี้ :ทำให้เรารู้ว่าชีวิตคู่จะไม่มีวันจืดจางลงได้ ตราบใดที่เรายังรักกัน การออกเดท (Date) ของต่างประเทศ ก็เหมือนกับการที่คู่รักได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน ได้เติมเต็มความรักให้แก่กัน ซึ่งบ้านเราก็น่าจะนำวิธีนี้มาใช้บ้าง เพื่อเติมเต็มชีวิตคู่ให้หอมหวาน ถึงจะอยู่ ด้วยกันมานานหลายปี มีลูกด้วยกันหลายคน ก็ไม่สำคัญ เท่ากับการหาช่วงเวลาดีๆ ให้เป็น Date Night ที่ดีที่สุด ชีวิตรักก็จะไม่มีคำว่า ?น้ำพริกถ้วยเก่า? อีกต่อไป

สรุปแล้วภาพยนตร์ อาจจะไม่ได้ให้ความสนุกมากมายอะไร แต่จะให้ข้อคิดดีๆ สำหรับชีวิตคู่หลังแต่งงาน ซึ่งคู่รักควรจูงมือกันไปชม แล้วจะรู้ว่า คืนเดทของคุณจะเป็นคืนที่สุดพิเศษ แล้วคุณล่ะคิดอย่างไร กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ดูแล้วมาคุณกัน รับไป 2.5 ดาว

Cr.movie.mthai.com

รีวิวหนัง Venus หยาดน้ำค้างสุดท้ายของชายไม้ใกล้ฝั่ง

หนังเรื่องนี้มีสิทธิ์ถูกมองเป็น 2 ประการคือ หนังเรื่องราวของ เฒ่าหัวงู ที่ไม่เจียมสังขาร เพราะในวัยไม้ใกล้ฝั่ง เขายังไม่วายริ กินเด็ก หรือเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของชายในวัยชรา ที่ค้นพบหยาดน้ำค้างแห่งชีวิตเอาในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิต

Venus หยาดน้ำค้างสุดท้ายของชายไม้ใกล้ฝั่ง

ด้วยเรื่องราวของนักแสดงเฒ่าที่เคยมีชีวิตการแสดงที่รุ่งโรจน์ ฟังดูเหมือนเป็นบทที่ตั้งใจเขียนมาเพื่อให้ ปีเตอร์ โอทูล เล่นโดยเฉพาะ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีจนเข้าชิงรางวัลออสการ์ดารานำชายอีกครั้ง หลังจากที่เข้าชิงมาแล้วหลายครั้งแต่ชวดตลอด จนคณะกรรมการต้องปลอบใจด้วยการมอบรางวัลออสการ์เกียรติยศให้กับเขา

สองเพื่อนซี้วัยชรา มอริส (ปีเตอร์ โอทูล) กับ เอียน (เลสลี่ ฟิลลิปส์) ที่อยู่ในวัยที่มีงานอดิเรกในการแลกยากันดู ว่าใครต้องกินยารักษาโรคอะไรกันบ้าง มิตรภาพของทั้งสองอบอุ่นเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่งที่หลานสาวของเอียนที่ชื่อ เจสซี่ (โจดี้ วิตเทกเกอร์) มาอยู่ด้วย ความสัมพันธ์ของเพื่อนรักก็เริ่มมีรอยร้าว เมื่อมอริสเกิดหลงรักเจสซี่อย่างจริงจัง เขาเห็นเธอเป็นวีนัส เทพแห่งความงามที่มาช่วยทำให้ช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตของเขากระชุ่มกระชวยขึ้นมา

ด้วยพล็อตเรื่องชายชราที่กำลังเข้ารับการ ผ่าตัดต่อมลูกหมาก ที่ ริจะกินเด็ก ฟังดูเหมือนหนังบอกนัยว่าตั้งใจจะพูดถึง เซ็กซ์ของชายวัยไม้ใกล้ฝั่ง แต่ถ้าคุณผู้ชมจะไม่ใจร้าย มองตาแก่คนนี้ว่าเป็นแค่เฒ่าหัวงู คุณก็จะพบว่า นี่เป็นเรื่องราวโรแมนติกของชายวัยไม้ใกล้ฝั่งที่ดันมาตกหลุมรักเด็กสาว พร้อมๆ กับเรื่องราวสัมพันธภาพของเขากับเพื่อนซี้ที่ผ่านช่วงรุ่งโรจน์และร่วงโรยมาด้วยกัน

สิ่งที่เห็นจากหนังเรื่องนี้ก็คือ ชายแก่คนหนึ่งที่พยายามจัดการกับชีวิตของตัวเอง เพื่อที่จะใช้ชีวิตในช่วงโค้งสุดท้ายอย่างมีความสุขที่สุด ทั้งเรื่องเมียที่แม้จะแยกกันอยู่ แต่เขาก็พยายามให้การช่วยเหลือเธอเท่าที่จะช่วยได้, การรักษามิตรภาพของเพื่อนสนิทที่แสนดีแต่แล้วชีวิตที่เหมือนจะจืดชืดไร้สีสันในวันหมดไฟ ก็กลับคึกคักขึ้นมาเมื่อเขาได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่ง และเขาดันแอบหลงรักเธอเข้าให้

ความจริงแล้ว มอริสไม่ใช่ เฒ่าใสหัวใจไร้เซ็กซ์ หนังแสดงให้เห็นว่าเขายังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา เขาก็ปรารถนาในเรื่องเซ็กซ์จากเจสซี่เช่นกัน แต่เป็นในแบบที่ว่า ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอแค่จับๆ กอดๆ สักหน่อย ก็ชื่นใจคนแก่แล้ว ประมาณนั้น

สำหรับเจสซี่ เธอเองก็มีใจให้มอริสอยู่เหมือนกันในแบบ รักคนแก่ เธอรู้สึกทึ่งและชื่นชมที่เห็นผู้คนมาแสดงอาการชื่นชมมอริส และเธอก็รู้ดีว่าเขาต้องการอะไรจากเธอ จากสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอ เพียงแต่ว่า ด้วยวัยที่แตกต่างกันมาก ทำให้เธอยังรู้สึกสับสนและขัดแย้งในใจ เธอพยายามปิดกั้นตัวเอง แต่ก็แอบเปิดใจให้เขาทีละนิดเหมือน ผู้ใหญ่ที่เอาของขวัญมาหลอกล่อเด็ก อย่างที่เธอยอมให้เขาจับมือ ให้สูดกลิ่นผม ไปจนถึงยอมเปิดหน้าอกให้ดู

วันที่แสดงให้เห็นว่า เธอเปิดใจรับเขาเต็มอย่างไม่มีข้อแม้ก็คือ วันที่แฟนหนุ่มวัยรุ่นของเธอทำร้ายมอริสจนบาดเจ็บต้องหามส่งโรงพยาบาล นั่นเองที่เจสซี่รู้ว่า เธอเองก็ มีใจ ให้กับตาแก่คนนี้ไม่น้อย

สัมพันธภาพระหว่าง ชายแก่ กับ สาวรุ่น ในช่วงเวลาสั้นๆ แม้ว่าจะดูกระท่อนกระแท่น ไม่ราบรื่นนัก แต่มันก็เอื้อประโยชน์ให้กับทั้งสอง เจสซี่มาช่วยทำให้ช่วงชีวิตวัยลงโลงของมอริสกระชุ่มกระชวยมีสีสันขึ้น เหมือนเส้นกราฟชีวิตที่เรียบนิ่งเกิดกระตุกขึ้นอีกครั้ง

สำหรับเจสซี่ ความใจดีของมอริสมาช่วยกล่อมเกลาจิตใจของสาวรุ่นเจ้าอารมณ์ของเธอให้ละเอียดอ่อนขึ้น สิ่งที่มอริสเหลือทิ้งไว้ให้เธอก็คือ เขาเป็นแรงผลักดันทำให้เธอกล้าจะเดินตามฝันด้วยใจที่มุ่งมั่นมากขึ้น

หนังพาคนดูอยู่ในอารมณ์ เหงา เศร้า โหวงๆ ไม่ต่างจากชีวิตคนแก่ที่ไร้สีสัน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นแห่งมิตรภาพระหว่าง มอริสกับภรรยาเก่า, มอริสกับเอียน เพื่อนซี้คู่รู่งคู่โรย และเจสซี่ก็คือ คนที่มาทำให้ช่วงโค้งสุดท้ายของมอริสไม่ราบเรียบจนน่าเบื่อจนเกินไป และเมื่อเขาได้สัมผัสหยาดน้ำค้างสุดท้ายของชีวิตแล้ว เขาก็พร้อมที่จะจากไปอย่างมีความสุข

นี่เป็นหนังดรามาเหงาเศร้าแต่อบอุ่นและงดงาม ที่จะเป็นเหมือนบทเตือนใจให้คุณได้ฉุกคิดว่า แก่อย่างไรให้มีความสุข
เตรียมตัวกันไว้ก่อน จะได้ไม่พลาดตอนแก่

Cr.สยามรัฐ-movie.mthai.com