รีวิวหนัง The Secret Garden – มหัศจรรย์ในสวนลับ หนังดราม่า

หนัง The Secret Garden เรื่องราวของ Mary Lennox เด็กกำพร้าที่สูญเสียครอบครัวไปและจำต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านลุงของเธอในประเทศอังกฤษ ซึ่งในเวลาต่อมาเธอได้ค้นพบกุญแจลึกลับที่พาเธอไปสู่สวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้นมากมาย

 The Secret Garden

The Secret Garden บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปและจำใจต้องย้ายไปอยู่บ้านของลุงเธอในประเทศอังกฤษ แต่มีอยู่วันหนึ่ง เธอได้พบกุญแจปริศนาที่นำเธอไปสู่สวนมหัศจรรย์

หากดูตัวอย่างหรืออ่านเรื่องย่อ แม้กระทั่งคำโปรยของหนัง “Unlock Your Imagination” ก็ทำให้ชวนคิดไปได้ว่ามันอาจเป็นเรื่องราวแฟนตาซีเหนือจินตนาการตระกาลตาอะไรทำนองนั้น หากแต่ว่าเนื้อแท้จริงๆ แล้ว มันคือเรื่องราว coming of age การก้าวผ่านความเจ็บปวดของเด็กสาว

การดำเนินเรื่องของเรื่องนี้ใช้คำว่าน่าเบื่อเลยทีเดียว ยืดยาด ชวนง่วง และดูจืดชืดสุดๆ ไม่ได้มีจุดน่าสนใจที่คอยดึงคนดูให้อยู่กับเรื่องได้เลย บทก็พยายามทำให้ตัวละครไปเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ สลับกับย้อนเหตุการณ์ความสัมพันธ์ของแม่กับเด็กสาว พยายามให้ซึ้ง ให้ดราม่า ก็ยังไม่สามารถสร้างดราม่า สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้เลยจริงๆ

บทหลายๆ อย่างก็งง ชวนสงสัย ชวนเอ๊ะ และบางเรื่องก็ไม่เคลียร์ การไปเจอหมา เจอเด็ก เจอสวน มันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวน่าสนใจขึ้นมามากกว่าเดิมแต่อย่างใด เพราะตัวละครแต่ละตัวก็ดูจืดชืดไม่แพ้กัน สีสันเดียวที่หนังพอจะให้ได้คือสวน ที่ดูงดงาม แฟนตาซี เพียงเท่านั้น

จริงๆ ไม่ติด ที่หนังไม่ได้แฟนตาซีแบบคำโปรยหรือตัวอย่าง แต่ติดตรงที่มันไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูร่วมหรือเข้าไปสัมผัสตัวละครหรือสิ่งที่ตัวละครเจอได้เลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคงเป็นการแสดงของ Colin Firth ที่ออกมาน้อย และใช้เฮียแกได้ไม่คุ้มเลย เอาจริงๆ ถ้าจะมีแค่นี้เอาคนอื่นมาเล่นก็น่าจะได้นะ

The Secret Garden จึงกลายเป็นแค่หนังภาพสวยที่จืดชืด…ไร้รสชาติเพียงเท่านั้น

รีวิวหนัง The Travelling Cat Chronicles

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา ภาพยนตร์ดรามาเรียกน้ำตาที่สร้างจากหนังสือนวนิยายในชื่อเดียวกัน อันเป็นผลงานการกำกับของ มิกิ โคอิจิโร่ ซึ่งได้นักแสดงหนุ่มสุดฮอต ฟุคุชิ โซตะ มาแสดงนำร่วมกับเจ้าแมวเหมียว ทอม หรือ นานะ แมวจอมหยิ่งที่จะมาสร้างความประทับใจให้เหล่าทาสแมวทั้งหลายได้มีความสุข

The Travelling Cat Chronicles

The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา ว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางของสองชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของทั้งคู่ไปตลอดกาล ห้าปีก่อนมีแมวจรจัดผู้น่าสงสารอยู่ตัวหนึ่ง จนกระทั่งมันถูก ซาโตรุ รับมาเลี้ยง เขาตั้งชื่อให้แมวตัวนั้นว่า นานะ แม้ว่าเจ้าแมวจะไม่ชอบชื่อนี้นักก็ตาม ซาโตรุคือชายหนุ่มจิตใจดีที่ใส่ใจคนรอบข้าง ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตลอดตามประสาคนกับแมว

ห้าปีต่อมาซาโตรุขับรถพานานะออกเดินทาง เขาแวะเยี่ยมเยือนบรรดาเพื่อนเก่าพร้อมกับวานฝากเจ้านานะให้เลี้ยง ด้วยเหตุผลที่นานะเองก็ไม่รู้ว่าทำไม และซาโตรุก็ไม่เคยเอ่ยปากออกมา ด้วยความผูกพันทำให้นานะไม่อยากให้เขาทิ้งมันไปไหน นานะอยากจะเป็นแมวของซาโตรุเท่านั้น ขณะที่ปริศนาบางอย่างเริ่มคลี่คลายระหว่างการเดินทาง

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังรวมไปถึงเหล่าทาสแมวไม่ควรพลาดจริงๆ สำหรับ The Travelling Cat Chronicles แน่นอนว่าเราจะได้เห็นความน่ารักน่าชัง อุปนิสัยใจคอของเจ้าแมวเหมียวผ่านเสียงพากย์ของคน ซึ่งถือว่าสื่อสารออกมาได้ดี ตรงอารมณ์ของเจ้าตัวสุดๆ หากใครที่เป็นทาสก็ยิ่งหลงมากขึ้นไปอีก ส่วนใครที่ไม่ชอบแมวเชื่อว่าจะต้องเปลี่ยนใจแน่นอน

ที่สำคัญขอชื่นชมทีมผู้สร้างที่คัดเลือกเจ้าแมวเหมียวออกได้มาถูกตัว และสามารถกำกับออกมาได้เข้าจังหวะ จึงทำให้ภาพรวมในส่วนของนักแสดงซึ่งเป็นแมวนั้นพอเหมาะพอดี ไม่ได้มีความโอเวอร์แอคติ้งเหมือนของนักแสดงที่เป็นคนจริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในส่วนของนักแสดง (ที่เป็นคน) มีการแสดงที่เกินจริงไปเสียหมด โดยเฉพาะพระเอก ซาโตรุ ของเรา ซึ่งรับบทโดย ฟุคุชิ โซตะ นั้นได้ถ่ายทอดบทบาทความเป็นทาสแมวได้ดี พอเข้าพาร์ทดรามาก็ชวนให้น้ำตาซึมไปกับชะตาชีวิตของเจ้าตัวที่ต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต

นอกเหนือไปจากเรื่องราวความดรามาของชีวิตมนุษย์อันรันทดหดหู่โดยเนื้อแท้ที่หนังถ่ายทอดออกมาให้ดูแบบสบายๆ แล้วเรายังได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตของคนกับสัตว์ผ่านการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความรักความผูกพันต่อกันเสมือนอยู่ในชีวิตจริง เชื่อว่าผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะซาบซึ้งไปกับเรื่องราวใน The Travelling Cat Chronicles ที่ไม่ทำให้เสียชื่อหนังสัญชาติญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิวหนังเรื่อง คุณนายโฮ แรงไม่เลิก!! ฉลุยผ่าน 60 ล้าน หนังสนุก

พี่ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ กลายเป็นผู้กำกับที่มีรูปแบบการทำหนังเฉพาะเป็นของตัวเอง ผลงานที่ผ่านมาหลากหลายเรื่องทำให้สไตล์การกำกับชัดเจนและแข็งแกร่ง ซึ่งสร้างฐานแฟนคลับที่ชอบหนังแนวคอมเมดี้ สนุกๆ ที่เป็นแนวหนังที่คนไทยส่วนใหญ่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ด้วยรายได้ที่น่าพอใจของหนังทุกเรื่องที่ออกมา จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นผลงานพี่ยอร์ชเป็นประจำทุกปี และเช่นเดียวกับปีนี้ ผลงานล่าสุด คุณนายโฮ ที่เพียงตัวอย่าง กับประโยคขายอย่าง ?ทำไมผู้หญิงชอบร้องไห้? ก็สามารถเรียกความสนใจจากผู้ชมโดยเฉพาะผู้ชมผู้หญิงได้แล้ว แม้สุดท้ายตัวหนังจะอ่อนเรื่องบทและความต่อเนื่องของเรื่องราว แต่มุขตลกในการเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ชมยังสามารถทำได้อย่างเต็ม ที่!

คุณนายโฮ

คุณนายโฮ เล่าเรื่องราวของ สาวน้อยโฮ ที่เพื่อนๆ มักเรียก คุณนายโฮ (ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต) ผู้ใฝ่ฝันอยากมีลูกมาตั้งแต่เด็ก! และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ การตัดผมหน้าม้าเต่อ และที่พิเศษจนน่ารำคาญคือ สามารถร้องไห้ได้ง่ายมากๆ แค่เพียงมีอะไรมาสะกิดความรู้สึกเพียงนิดเดียว? คุณนายโฮ อาศัยอยู่กับพ่อ ผู้กองบูรพา (น้าค่อม ชวนชื่น) อดีตนายทหาร ผู้มีนิสัยชอบพลางตัว และหวังว่าสักวันจะได้พลีชีพเพื่อชาติในสนามรบ! และมีน้องชายชื่อนาวา ที่เจ้าตัวอยากเป็นน้องสาวมากกว่่าในชื่อ นานา (โก๊ะตี้ อารามบอย) ความต้องการที่อยากให้ลูกชายมีความสมชายทำให้ คุณนายโฮหนักใจและเสียน้ำตากับความไม่ลงรอยของพ่อและน้อง

ยังดีที่คุณนายโฮมีกลุ่มเพื่อนสาว และ ด็อก (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กที่ปัจจุบันเป็นหมอ คอยรับฟังและคอยปลอบใจในทุกๆ เรื่อง แต่แล้วจุดหักเหของชีวิตคุณนายโฮก็เกิดขึ้น เมื่อ คุณนายโฮ ต้องตรวจสุขภาพเพื่อนำใบรับรองไปประกอบการเดินทางไปต่างประเทศ และได้พบความจริงว่าเธอเป็น โรคมดลูกเก่า! และอาจหมดอายุได้ทุกเมื่อ ทำให้ความฝันอันสูงสุดที่จะมีลูกของเธอนั้นต้องหมดไป เธอต้องรีบแต่งงานและมีลูกก่อนที่มดลูกจะหมดอายุ แต่เธอก็ไม่มั่นใจว่า บอย แฟนหนุ่มชาวร็อคแห่งร้านบีบีกัน (เรย์ แมคโดนัลด์) จะใช่คนที่เธอรักจนพร้อมจะมีลูกกับเขาจริงๆ หรือไม่! หรือใจของเธอกำลังรอใครบางคนอยู่กันแน่!!

หากมองด้านความบันเทิง คุณนายโฮ คือภาพยนตร์ที่ทำได้ถึงในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังไม่ใช่ดีที่สุด ด้วยมุขตลกที่ได้ น้าค่อม ในบทพ่อ และ โก๊ะตี๋ ในบทน้องชายที่อยากเป็นน้องสาว! สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ทุกครั้งที่ปรากฎตัวในฉาก สังเกตเรื่องนี้ว่าตัวละครที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี คือนักแสดงสมทบทั้งนั้น ทั้งน้องที่แสดงเป็นเพื่อนของนานาที่ชื่อ ซาบรีน่า ที่แสดงเป็นเด็กสาว! ได้เนียนตาดีจริงๆ เช่นเดียวกับ เรย์ แมคโนนัลด์ ที่ได้รับบทที่รั่วที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา และเขาก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างน่าประทับใจ

แต่กับพระเอก ธีรเดช เมธาวรายุทธ ที่ถูกคาดหมายว่าจะแจ้งเกิดกับภาพยนตร์เรื่องนี้ และได้โอกาสเข้าฉากกับ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่รับบทเป็นคุณนายโฮ กลับไม่สามารถฉายแววความโดดเด่นได้เลย อาจเป็นเพราะบทของด็อกนั้นไม่มีอะไรโดดเด่นและราบเรียบเกินกว่าจะเป็นพระเอก ในส่วนของ ชมพู่ สามารถเอาตัวรอดไปได้ด้วยใบหน้าสวยๆ ที่รับกับผมสั้นม้าเต่อ ทำให้เราสามารถติดตามเรื่องราวของเธอไปได้ตลอด

ปัญหาที่สำคัญใน คุณนายโฮ คือ ความไม่ปะติดปะต่อของเรื่องราวและการไม่มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายของประเด็นที่ ตัวหนังได้เปิดไว้อย่างเด่นชัดตั้งแต่หนังตัวอย่าง ในประเด็นเรื่องการร้องไห้ของผู้หญิง ที่ในตัวอย่างและในช่วงต้นของเรื่องแสดงให้เห็นว่า มันมีหลายปัจจัยที่มากระทบทำให้เกิดน้ำใสๆ ไหลออกมาจากตา แต่หนังกลับไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ว่าเหตุใดน้ำตากับผู้หญิงจึงเป็นของคู่กัน จนทำให้ตัวละครคุณนายโฮก็แค่สาวขี้แยทั่วๆ ไป ที่อย่าไปสนใจเลยว่า เธอจะร้องไห้เพราะฟีลลิ่งหรือเพราะอะไรกันแน่!

รวมถึงไปถึงการสร้างสถานการณ์ในเรื่องขึ้นมาแต่ไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างที่สุด เช่น การเดินทางไปต่างประเทศของคุณนายโฮ ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายพอสมควรจนเกิดความลังเลว่าจะไปดีหรือไม่ การเปิดประเด็นนี้ทิ้งไว้ ทำให้เข้าใจว่าจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิสูจน์ความรักระหว่างคุณนายโฮกับด็ อก หรือเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จะช่วยให้พ่อและน้องกลับมาเข้าใจกันเหมือนเดิม แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ จนเมื่อเปิดประเด็นโรคมดเก่าที่คุณนายโฮต้องเจอ ประเด็นเรื่องเดินทางไปต่างประเทศก็เหมือนถูกลักพาตัวหายไปจากเรื่อง!! โดยหันมาเล่าเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกในด้านความรักแทน!

อย่างไรก็ดี คุณนายโฮ ก็ยังคงเอกลักษณ์ที่ทำให้มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบการกำกับของ พี่ยอร์ช ฤกษ์ชัย จะชอบหนังเรื่องนี้ได้อยู่ ทั้งการสร้างสถานการณ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อสาดมุขเข้าใส่ผู้ชมโดยเฉพาะ ซึ่งก็สามารถทำหน้าที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี และแน่นอนมุมมองคมๆ ที่ทำให้เกิดประโยคโดนๆ ยังคงมีอยู่เช่นเดิม!

แม้เรื่องราวของ คุณนายโฮ จะเสียเวลาไปกับการนำเสนอเรื่องราวความไม่ลงรอยกันของพ่อและน้องของคุณนายโฮ พอสมควร แต่นั่นก็นำมาซึ่งมุมมองด้านความสัมพันธ์ระหว่าง ?คนที่สำคัญ กับ คนที่จำเป็น? ซึ่งเป็นจุดที่เราสามารถนำมาคิดต่อหนังจากออกจากโรงหนังได้ว่า คนที่สำคัญและคนที่จำเป็นของเราคือใคร ในทางกลับกันตัวของเรานั้นเป็นคนสำคัญหรือคนที่จำเป็นของใครหรือเปล่า? ซึ่งตัวหนังก็ได้ให้คำตอบในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าฟังและน่าจะกระทบใจกับคน ที่เคยมีปัญหาด้านความสัมพันธ์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งคนรัก

การสรุปเรื่องราวที่ค่อนข้างลงตัว พร้อมกับฉากเครดิตที่ถือเป็นการปล่อยของปิดท้าย ทำให้ภาพรวมของ คุณนายโฮ เป็นภาพยนตร์ที่มอบความบันเทิงได้ในระดับที่น่าพอใจ (แบบฉิวเฉียด!)

คุณนายโฮ ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาวครับ)