รีวิวหนังน่าดูปี 2020 เรื่อง Dolittle หนังฟอร์มยักษ์

นักแสดง: Robert Downey Jr., Tom Holland, Rami Malek, Ralph Fiennes, John Cena, Selena Gomez ผู้กำกับ: Stephen Gaghan (Gold, Syriana)ระดับความน่าดู: 7/10 กะโหลก

Dolittle

หลังประกาศจบการศึกษาจากจักรวาล Marvel Robert Downey Jr. จะมีผลงานการแสดงเรื่องต่อไปเป็น Dolittle กำกับโดยผู้กำกับสายเครียด Stephen Gaghan ผู้เคยเขียนบทหนังอย่าง Syriana (2005) หรือหนัง 4 รางวัลออสการ์เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดอย่าง Traffic (2000) ที่พลิกแนวอย่างหนักมาสายตลกแทน สมทบด้วยนักแสดงแถวหน้าที่ยกขบวนมาให้เสียงเป็นสิงสาราสัตว์เช่น Tom Holland (Spider-Man ที่ได้โคจรมาเจอ Tony Starks อีกครั้ง) นักแสดงรางวัลออสการ์ Rami Malek (Bohemian Rhapsody และตัวร้ายใน 007 ตอนล่าสุดที่จะออกฉายปี 2020 เช่นกัน) Ralph Fiennes (Voldemort จาก Harry Potter และ M จาก 007) โดย Dolittle ในฉบับนี้จะย้อนกลับไปเล่าเรื่องในสมัย Victorian ของอังกฤษซึ่งจะเหมือนกับหนังฉบับปี 1967 มากกว่า 1998 บอกเล่าเกี่ยวกับภารกิจของ “ดูลิตเติ้ล” ที่ต้องร่วมมือกับสิงสาราสัตว์ออกเสาะหาสมุนไพรมาเพื่อช่วยชีวิตของพระราชินี

รีวิวหนัง Soul – อัศจรรย์วิญญาณอลเวง หนังการ์ตูน หนังใหม่

หนัง Soul หรือชื่อไทยว่า อัศจรรย์วิญญาณอลเวง เรื่องราวของครูสอนดนตรีคนหนึ่งที่ได้เกิดอุบัติเหตุจนทำให้วิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างมายังดินแดนอันแสนอลเวงและน่าอัศจรรย์ ทำให้เขาต้องหาทางกลับร่างพร้อมๆ กับการเรียนรู้ถึงชีวิตของตัวเองที่เคยผ่านมา

Soul

หนังอนิเมชันส่งท้ายปีส่งตรงจาก Pixar กับเรื่อง Soul หรือชื่อไทยว่าอัศจรรย์วิญญาณอลเวง บอกเล่าเรื่องราวของ Joe ชายวัยกลางคนผู้มีความฝันอยากเป็นนักดนตรีแจ๊สมาโดยตลอด แต่ความจริงเขาก็เป็นเพียงครูประถมสอนดนตรีทั้งนั้น แต่โชคชะตาก็ให้โอกาสเขาได้ไปร่วมวงดนตรีแจ๊สชื่อดัง แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับเขาอีกครั้ง เมื่อเขาดันพลาดตกท่อทำให้เขาโคม่าวิญญาณออกจากร่างไปสู่ภพภูมิสุดอัศจรรย์ ที่จะพาไปรู้จักกับคำว่า ชีวิต

ท้ายปีคงไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะเยียวยาจิตใจและส่งมอบความสุขได้เท่าเรื่องนี้แล้วแหละ เป็นการฮีลเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาทั้งปีจริงๆ อาจจะช่วยไม่ได้ไปตลอดหรอก แต่มันเป็นช่วงเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาทีที่คุ้มค่าจริงๆ

ถือว่าเป็นหนัง Pixar ที่มีความเป็นผู้ใหญ่พอตัวเลยแหละ ประเด็นในเรื่องต่างๆ มันเป็นประเด็นจริงจัง กับการตามหาความหมายของการมีชีวิต แต่หนังก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ความเฮฮาและความน่ารักเอาไว้เฉกเช่นเดิม ที่สำคัญยังคงทัชใจคนดูได้เช่นกัน

ตัวบทถือว่าทำออกมาได้ในระดับโอเค มันมีบางส่วนยังคงไม่สมเหตุสมผล เกิดการตั้งคำถามอยู่บ้าง ทิ้งค้างคาไว้บ้าง (เรื่องนักเรียน, เรื่องเพื่อน, เรื่องแม่) คือถ้าตอนท้ายเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาเป็นภาพเล่านิดๆ หน่อยๆ มันจะลงตัวมากเลย และหลายๆ ครั้งมันก็ราบรื่นเกินไป หาทางลงง่ายเกินไปและดูรีบๆ ไปเสียหน่อย แต่ในภาพรวมมันก็ยังน่าติดตาม และพาคนดูไปเอ็นจอยกับมันได้ไม่ยาก เพราะมันยังคงสนุก ดูง่าย

งานด้านภาพนี่เรียกได้ว่างดงามสุดๆ ทั้งในพาร์ทของวิญญาณที่สร้างสรรค์ อาจดูเป็นตัวละครง่ายๆ เป็นมิตรและสบายตาสุดๆ แต่มันเต็มไปด้วยรายละเอียดงดงามเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือแบบเหมือนกาแล็กซี่ไหลๆ ไปที่เส้น อธิบายไม่ถูก 5555 ส่วนในพาร์ทของคนท่ามกลางเมืองใหญ่นี่ก็สวยแบบไร้ที่ติจริงๆ

ชอบความที่หนังค่อยๆ พยายามให้เรารับรู้ เรียนรู้ และสอนเราถึงสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อ โดยไม่ต้องให้เหล่าตัวละครมาพูดคำคมหรือยัดเยียดให้เราคล้อยตาม แต่หนังดำเนินมาเรื่อยๆ เรียบง่าย ค่อยเป็นค่อยไป จนมาถึงตอนท้ายเราคล้อยตามและเห็นด้วยกับบทสรุปของหนังอย่างไม่รู้ตัว

ลองหยุดพัก ลองใช้เวลาช้าๆ มองไปรอบๆ เอ็นจอยกับสิ่งเหล่านั้น มันมีความสุขอยู่ทุกมุมมองนั่นแหละ หากถามว่าชีวิตคืออะไร มีชีวิตเพื่ออะไร…มันคือการได้ใช้ชีวิตนี่แหละ

รีวิวหนัง The Croods A New Age – เดอะครู้ดส์ ตะลุยโลกใบใหม่

หนัง The Croods A New Age หรือชื่อไทยว่า เดอะครู้ดส์ ตะลุยโลกใบใหม่ ครอบครัวก่อนประวัติศาสตร์กลุ่มแรกที่ออกเดินทางท่องโลกเพื่อหาสถานที่ที่ปลอดภัยพอที่พวกเขาจะเรียกว่าบ้าน ไม่นานพวกเขาก็ค้นพบสวรรค์ที่มีกำแพงล้อมรอบ และคิดว่าปัญหาของเขาหมดไปแล้ว แต่ปัญหาก็คือมีครอบครัวนึงอาศัยอยู่ที่นั่นแล้ว พวกเขาอยู่บนลำดับขั้นที่สูงกว่าเหล่า Croods และพวก Croods ก็ได้เป็นแขกรับเชิญคนแรกของโลก

The Croods A New Age

ภาคต่อจากอนิเมชั่นสุดฮาภาคแรกคือเรื่องราวของครอบครัวยุคหินที่อาศัยอยู่ในถ้ำแต่การย่ำอยู่ที่เดิมอีกทั้งการมาของ กาย หนุ่มคนนอกที่มากับไฟทำให้พวกเขาร่วมมือกันเอาชนะอุปสรรคและออกเดินทางเพื่อค้นหาแผ่นดินและสถานที่ใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ มาต่อกันที่ภาคนี้ตระกูลครู้ดส์ก็ออกเดินทางจนมาเจอกับสถานที่ที่พวกเขาต้องการ ที่นี่มีทุกอย่างที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ทั้งอาหาร ที่อยู่ ลำธาร แต่ติดปัญหานึงคือที่นั่นมีคนอาศัยอยู่แล้ว และพวกเขาดูจะมีอารยธรรมที่ก้าวหน้ากว่าด้วย

ถ้าว่ากันตามตรงภาคนี้ในภาพรวมยังไม่กลมกล่อมเท่าภาคแรก แต่เรื่องของความสนุกดูเพลินและมุกตลกโบ๊ะบ๊ะดูจะจัดเต็มไม่แพ้เดิม เป็นหนังอนิเมชั่นที่ย่อยง่ายและการสร้างสัญญะมาล้อกับวัฒนธรรมยุคปัจจุบันก็ออกแบบมาได้น่าสนใจ แถม The Croods มีจุดเด่นในเรื่องของงานออกแบบที่สร้างสรรค์ สวยงามไปตั้งแต่ฉาก และตัวละครอยู่แล้วภาคนี้มีงานออกแบบที่ทำได้ดีไม่แพ้ภาคแรกเลย โดยเฉพาะหมาแมงมุมนี่คือน่ารักมาก

ด้วยความที่หัวใจหลักของหนังคือเรื่องของครอบครัว ภาคแรกที่ว่าเล่นประเด็นความขัดแย้งของพ่อลูกไปแล้ว ภาคนี้เขาก็ยังเก่งที่หาประเด็นครอบครัวมาเล่าได้ดีเหมือนเดิม แถมยังเพิ่มเติมความรัก ความเป็นวัยรุ่น เข้ามาด้วย ชมไปเยอะมากแล้วแต่หนังก็ยังมีแผลอยู่บ้างอย่างเช่นการที่ภาคนี้มีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่ด้วยเวลาหนังที่ไม่เยอะก็อาจจะทำให้ตัวละครหลายตัวบทไปไม่ถึง อีกทั้งการคลายปมของภาคนี้มันดูง่ายดายเกินไปหน่อยหากเทียบกับภาคแรก การขาดสมดุลตรงนี้นี่แหละที่ทำให้ตัวหนังไม่บาลานซ์ ไม่กลมกล่อมเท่าเดิม

แต่ภาพรวมแล้ว The Croods ภาค 2 นี้ก็ยังเป็นงานอนิเมชั่นที่ดูเพลิน ด้วยความยาวหนังไม่มากทำให้มันค่อนข้างกระชับ เดินเรื่องเร็ว และย่อยง่ายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ใครจะพาลูกพาหลานไปดูนี่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ