รีวิวหนัง Jumbo – รักฉันมันจัมโบ้หนังดราม่า

หนัง Jumbo Jeanne หญิงสาวผู้อาศัยอยู่กับแม่ เป็นผู้ดูแลสวนสนุกขี้อายที่ชื่นชอบม้าหมุน และหลงไหลในเครื่องเล่นภายในสวนสนุก จนกระทั่งเธอเริ่มชื่นชอบเครื่องเล่นหนึ่งเป็นพิเศษที่ชื่อว่า Jumbo จนมันก่อตัวเป็นความผูกพัน และเกิดเป็นความรัก ราวกับทั้งคู่เป็นคู่รักกัน

Jumbo

Jumbo – รักฉันมันจัมโบ้ เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพัง ได้มาทำงานในสวนสนุก และตกหลุมรักกับเครื่องเล่นชิ้นหนึ่งและตั้งชื่อให้มันว่า Jumbo ที่สำคัญหนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงของคนที่ตกหลุมรักกับเครื่องเล่นในสวนสนุกจริงๆ (ชายผู้ตกหลุมรัก Rollercoaster, หญิงสาวกับเครื่องเล่นในสวนสนุก หรือหญิงผู้แต่งงานกับหอไอเฟล)

มองแค่โครงเรื่องและข่าวที่ได้ยินมามันอาจจะฟังดูแปลก แลดูเป็นเหมือนคนบ้า แต่จริงๆ แล้วมันมีโรคชนิดนี้อยู่จริงๆ ที่ถูกเรียกว่า Object Sexuality หรือ Objectophilia และหนังเรื่องนี้ก็นำเรื่องราวนี้มาถ่ายทอดอย่างเข้าใจ กับเรื่องราวความรักอันบริสุทธิ์ มันคือหนังรักธรรมดาๆ เรื่องนึงนี่แหละ หากเพียงแต่เปลี่ยนจากรักคน มารักสิ่งของเท่านั้น

หนังพาให้เราเข้าใจตัวละคร Jeanne ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่เธอเริ่มรู้จัก Jumbo จนเกิดเป็นความผูกพัน จนในที่สุดเรียกมันว่าความรักได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ซึ่งในระหว่างทางนั้น หนังยังนำพาสถานการณ์ต่างๆ ที่ Jeanne ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว หรือหัวหน้าที่ทำงานของเธอ และทั้งหมดนั้นมันคือตัวหล่อหลอมให้คำว่ารักอันแสนงดงามของ Jeanne ต่อ Jumbo มันชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

หากใครคิดว่ามันจะเป็นหนังแบบแปลกมีเพศสัมพันธ์วาบหวิวกับเครื่องเล่นแบบนั้นบอกเลยว่าไม่ใช่ แต่มันมีฉากนึงน่าชื่นชมจริงๆ คือซีนอีโรติก orgasm ของตัว Jeanne ที่นำเสนอออกมาได้ดูยอดเยี่ยมจริงๆ ถึงแม้ว่าตัวละครจะเปลือยช่วงบนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ชวนให้คิดไปในทางอนาจารเลยแม้แต่น้อย

มากไปกว่าเรื่องราวความรัก หนังยังการนำเสนอสอดแทรกเรื่องราวของปัญหาครอบครัว ความเข้าอกเข้าใจกันระหว่างแม่และลูกสาวอีกด้วย

หนังเรื่องนี้มีงานภาพและเสียงที่งดงามมาก ฉากระหว่าง Jeanne กับ Jumbo คือสวยงามจริงๆ สวยงามทั้งมุมภาพ การถ่ายทำ หรือแม้กระทั่งเสียง แถมตัวหนังยังมีความ Fantasy ที่ตัวเราไม่ได้รู้สึกว่ามันประหลาดเลย แต่กลับรู้สึกดีและงดงามมากกว่า

และสิ่งที่น่าชื่นชมสุดๆ ไม่แพ้กันคือการแสดงของ Noémie Merlant ที่ถ่ายทอดตัวละคร Jeanne ออกมาได้โคตรดี ซีนอารมณ์เธอที่แสดงออกมาในฉากต่างๆ เล่นได้ถึงมาก ซีนดราม่าต่างๆ เรียกว่าเอาอยู่และชวนคนดูอินตามสุดๆ และซีนกับ Jumbo ที่ต้องแสดงกับสิ่งไม่มีชีวิต เธอกลับเล่นมันออกมาได้มีชีวิตชีวาแบบสุดๆ

นักแสดงคนอื่นๆ ก็ยังเล่นได้ดีไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะบทแม่ที่แสดงโดย Emmanuelle Bercot ที่อาจจะไม่ได้มีซีนอารมณ์เยอะมากแบบ Noémie Merlant แต่ทุกฉากที่เธอแสดงก็เอาอยู่จริงๆ

สรุปแล้ว Jumbo คือหนังคนรักสิ่งของที่ดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่าแปลกเลย มันกลับเป็นหนังรักที่ชวนเข้าใจและดูจริงใจเสียมากกว่า ก็อย่างคำกล่าวที่หลายคนคงเคยได้ยิน “รักมันสวยงามเสมอแหละ” แม้จะเกิดกับสิ่งของก็ตาม

รีวิวหนัง Black Christmas – คริสต์มาสเชือดสยอง

หนัง Black Christmas 19 หรือชื่อไทยว่า คริสต์มาสเชือดสยอง พบกับเรื่องสยองขวัญสุดคลาสสิคที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดคริสต์มาส เมื่อมีนักฆ่าปรากฏตัวขึ้นในมหาวิทยาลัย แม้ว่าช่วงวันหยุด มหาวิทยาลัยฮอว์ธอร์นจะมีความเงียบสงบ แต่กลุ่มเพื่อนสาวชาวหอมูคัปป้าเอปซิลอนซึ่งประกอบด้วย ไรลีย์ สโตน (อิโมเจน พุทส์ จาก Green Room) มาร์ตี้ สาวนักกีฬา (ลิลี่ โดโนฮิว จาก Jane the Virgin) คริส สาวหัวรั้น (อเลส แซนนอน จาก Charmed) เจสซี่ สาวนักกิน (บริททานีย์ โอเกรดี้ จาก Star) ก็ยังคงอยู่ตกแต่งหอพักเตรียมรับปาร์ตี้ในช่วงคริสต์มาส ในช่วงเวลานั้น ก็มีคนโรคจิตที่ชอบแอบสะกดรอยตามเริ่มไล่ฆ่านักศึกษาสาวในสโมสรนักศึกษาทีละคน เมื่อเริ่มมีคนเสียชีวิตมากขึ้น ไรลีย์และเพื่อน ๆ เริ่มสงสัยผู้ชายใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็น เนท แฟนหนุ่มของมาร์ตี้ (ไซม่อน มีด จาก Same But Different: A True New Zealand Love Story) แลนดอน หนุ่มที่มาชอบไรลีย์ (คาเล็บ อีเบอร์ฮาร์ดส์ จาก Mozart in the Jungle) หรือ ศาสตราจารย์ เกลสัน (แครี เอลเวส) ไม่ว่าใครจะเป็นคนฆ่า เขาควรจะรู้ว่าสาว ๆ กลุ่มนี้จะไม่ตกเป็นเหยื่อของเขาอย่างแน่นอน

Black Christmas

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมตั้งตารอ หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนัง เป็นการหยิบเอาหนังไล่เชือดมาผสมไว้ในเทศกาลคริสต์มาส เอาใจเพื่อนหญิงพลังหญิงมาก ที่ตัวอย่างแจ้งไว้ชัดเจนว่าพวกเธอหลังจากที่ถูกตามฆ่า เธอจะกลับมาเป็นฝ่ายล่าและล้างแค้นเอง

หลังจากได้ดูจบต้องบอกเลยว่า เป็นอะไรที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ตัวหนังนั้นมี Concept ที่ดูดีน่าสนใจ โทนหนังในตัวอย่างก็น่าติดตาม กลับกลายเป็นว่า 80% ของหนังถูกยัดลงในตัวอย่างหมดแล้ว และอีก 20% ที่เหลือของเรื่องก็แทบจะไม่ได้ช่วยให้หนังดูดีและน่าสนใจใดๆ เลย

เป็นหนังไล่เชือดที่แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากฉากหวาดเสียวเลยดูแล้วชินชาและเฉยชาจนผิดคาดไปอย่างมาก จนผมเองถึงกับต้องไปหาอ่านข่าวว่าเรื่องนี้มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า จนได้ไปสะดุดอยู่กับข่าวนึงที่แหล่งปล่อยออกมาซักพักแล้ว ข่าวนั้นว่าด้วยโปรเจค Black Christmas เดิมทีจะถูกสร้างให้เป็นหนังเรท R จนแล้วจนรอดไม่รู้อะไรดลใจให้ถูกปรับลดเรทความรุนแรงลง เหลือแค่ PG-13 (เด็กดูได้แต่ต้องมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ) มิน่าถึงได้จืดชืดแบบนี้

ตอนนี้ผมก็ได้แต่หวังว่าตอนลงแผ่น คงจะมีเวอร์ชั่นเต็ม หรือเวอร์ชั่น Un-Rated เพิ่มฉากหวาดเสียวๆเข้ามาเยอะๆ กว่าที่มีอยู่หน่อย หนังน่าจะดูดีกว่านี้ 6/10 ไม่แปลกใจที่เรื่องนี้หาดูยากมาก ฉายจำกัดโรงแบบโคตรๆ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะไม่มีคนดูนั่นเอง

รีวิวหนัง เกมเมอร์เกมแม่ – Mother Gamer หนังไทย

นี่น่าจะเป็นหนังไทยเรื่องแรกๆ ที่หยิบเกมมาเป็นธีมในการเล่าเรื่องแบบเต็มรูปแบบ ในยุคที่ e-sport กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว กับเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง เบญ คุณแม่ผู้คาดหวังในตัวลูกชายว่าเขาจะเติบโตไปในแบบที่เธอคาดหวัง กับ โอม ลูกชายผู้มีมุมที่แอบซ่อนนั่นก็คือการเป็นสตรีมเมอร์และเป็นนักกีฬา ROV มืออาชีพสังกัดทีมดัง ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้เบญต้องพยายามขัดขวางการเป็นนักกีฬาอาชีพของลูกเธอทำให้แม่เบญต้องไปรวบรวมเด็กที่เป็นมือฉมังในวงการนี้ตั้งทีมเพื่อโค่นล้มทีมของลูกชายเธอให้ได้

เกมเมอร์เกมแม่

คือถ้ามองจากพล็อตเรื่องคร่าวๆ ผมเชื่อว่าเราอาจจะพอเห็นปัญหาอยู่บ้างนั่นก็คือวิธีการที่หนังผูก conflict หรือความขัดแย้งที่มันอาจจะดูย้อนแย้งไปหน่อยแต่ถ้าได้ดูมันก็มีการลบรอยแผลที่อาจจะทำให้พอเข้าใจได้ สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้คือมันไปสุดดีนะในเรื่องของการนำเสนอความสนุกในการเล่นเกม การทำซีจี การดีไซน์ฉาก กิมมิคเล็กๆ น้อยๆ อะไรต่างๆ ผมคิดว่าใครก็ตามที่อยู่ในวงการอยู่แล้วอาจจะเข้าใจและสนุกไปกับหนังได้ไม่ยากเลย น่าจะชอบกันมากๆ ด้วยแต่ในขณะเดียวกันแม้ว่าตัวหนังจะดูพยายามอธิบายแล้วก็ตามแต่ผมก็ยังพบว่าหนังเองยังไม่ได้เป็นมิตรหรือ friendly ต่อผู้ชมที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวในโลก ROV หรือ e-sport อยู่แล้ว เพราะแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีสปีดในการปรับตัวหรือพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ เท่ากับตัวละครขอแม่เบญเหมือนในหนังอยู่แล้ว ขนาดตัวผมเองที่เป็นคนเล่นเกมก็ยังพอรู้สึกถึงเรื่องนี้ได้ เรียกได้ว่าถ้าเกิดใครตกขบวนนี้ขึ้นมาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็จะไม่ได้ทำให้ผู้ชมสนุกอีกต่อไปในทันที ซึ่งตรงนี้เป็นความน่าเสียดายอย่างแรงของหนัง มันอาจจะเป็นข้อเสียที่แทบจะเป็นอย่างเดียวเลยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ใหญ่พอที่จะทำให้เรามองข้ามข้อดีอื่นๆ ของหนังไปเลย อย่างเช่นความสนุกความน่าสนใจของโลก e-sport การแสดงของพี่อ้อมที่เล่นดีมาก บทหนังเองก็ไม่ได้ส่งให้ตัวละครของพี่อ้อมเป็นอะไรที่เวอร์วังเกินไปด้วย ซึ่งตรงนี้เลยยิ่งดีมาก

โดยรวมแล้วผมว่าตัวหนังค่อนข้างดูเพลินในระดับนึง ทำออกมาได้น่าสนใจเพียงแต่ว่าถ้าเกิดคุณไม่ใช่คนที่ไม่ได้อินหรือไม่รู้จักวงการ e-sport อาจจะต้องตั้งสมาธิแบบเน้นๆ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลต่างๆ ให้ได้ในรอบเดียวเพื่อที่จะไปต่อกับเรื่องราวที่เหลือของหนัง และในขณะเดียวกันหากคุณชอบ e-sport หรือยิ่งเล่น ROV อยู่แล้วผมว่าน่าจะชอบหรือสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากนัก