รีวิวหนัง The Travelling Cat Chronicles

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา ภาพยนตร์ดรามาเรียกน้ำตาที่สร้างจากหนังสือนวนิยายในชื่อเดียวกัน อันเป็นผลงานการกำกับของ มิกิ โคอิจิโร่ ซึ่งได้นักแสดงหนุ่มสุดฮอต ฟุคุชิ โซตะ มาแสดงนำร่วมกับเจ้าแมวเหมียว ทอม หรือ นานะ แมวจอมหยิ่งที่จะมาสร้างความประทับใจให้เหล่าทาสแมวทั้งหลายได้มีความสุข

The Travelling Cat Chronicles

The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา ว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางของสองชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของทั้งคู่ไปตลอดกาล ห้าปีก่อนมีแมวจรจัดผู้น่าสงสารอยู่ตัวหนึ่ง จนกระทั่งมันถูก ซาโตรุ รับมาเลี้ยง เขาตั้งชื่อให้แมวตัวนั้นว่า นานะ แม้ว่าเจ้าแมวจะไม่ชอบชื่อนี้นักก็ตาม ซาโตรุคือชายหนุ่มจิตใจดีที่ใส่ใจคนรอบข้าง ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตลอดตามประสาคนกับแมว

ห้าปีต่อมาซาโตรุขับรถพานานะออกเดินทาง เขาแวะเยี่ยมเยือนบรรดาเพื่อนเก่าพร้อมกับวานฝากเจ้านานะให้เลี้ยง ด้วยเหตุผลที่นานะเองก็ไม่รู้ว่าทำไม และซาโตรุก็ไม่เคยเอ่ยปากออกมา ด้วยความผูกพันทำให้นานะไม่อยากให้เขาทิ้งมันไปไหน นานะอยากจะเป็นแมวของซาโตรุเท่านั้น ขณะที่ปริศนาบางอย่างเริ่มคลี่คลายระหว่างการเดินทาง

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังรวมไปถึงเหล่าทาสแมวไม่ควรพลาดจริงๆ สำหรับ The Travelling Cat Chronicles แน่นอนว่าเราจะได้เห็นความน่ารักน่าชัง อุปนิสัยใจคอของเจ้าแมวเหมียวผ่านเสียงพากย์ของคน ซึ่งถือว่าสื่อสารออกมาได้ดี ตรงอารมณ์ของเจ้าตัวสุดๆ หากใครที่เป็นทาสก็ยิ่งหลงมากขึ้นไปอีก ส่วนใครที่ไม่ชอบแมวเชื่อว่าจะต้องเปลี่ยนใจแน่นอน

ที่สำคัญขอชื่นชมทีมผู้สร้างที่คัดเลือกเจ้าแมวเหมียวออกได้มาถูกตัว และสามารถกำกับออกมาได้เข้าจังหวะ จึงทำให้ภาพรวมในส่วนของนักแสดงซึ่งเป็นแมวนั้นพอเหมาะพอดี ไม่ได้มีความโอเวอร์แอคติ้งเหมือนของนักแสดงที่เป็นคนจริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในส่วนของนักแสดง (ที่เป็นคน) มีการแสดงที่เกินจริงไปเสียหมด โดยเฉพาะพระเอก ซาโตรุ ของเรา ซึ่งรับบทโดย ฟุคุชิ โซตะ นั้นได้ถ่ายทอดบทบาทความเป็นทาสแมวได้ดี พอเข้าพาร์ทดรามาก็ชวนให้น้ำตาซึมไปกับชะตาชีวิตของเจ้าตัวที่ต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต

นอกเหนือไปจากเรื่องราวความดรามาของชีวิตมนุษย์อันรันทดหดหู่โดยเนื้อแท้ที่หนังถ่ายทอดออกมาให้ดูแบบสบายๆ แล้วเรายังได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตของคนกับสัตว์ผ่านการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความรักความผูกพันต่อกันเสมือนอยู่ในชีวิตจริง เชื่อว่าผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะซาบซึ้งไปกับเรื่องราวใน The Travelling Cat Chronicles ที่ไม่ทำให้เสียชื่อหนังสัญชาติญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

The Travelling Cat Chronicles ผม แมว และการเดินทางของเรา 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิวหนัง The Lingering – โรงแรมผีจอง (เวร) หนังผี

หนัง Lingering, The หรือชื่อไทยว่า โรงแรมผีจอง(เวร) ยูมี สำรวจโรงแรมของเพื่อนแม่ หลังจากที่ได้ไปส่งน้องสาวของเธอเข้าพัก และได้พบกับเรื่องประหลาดที่น่ากลัวในโรงแรมแห่งนั้น

The Lingering

The Lingering – โรงแรมผีจอง(เวร) เป็นเรื่องราวของ ยูมี ผู้หญิงคนนึงที่บังเอิญต้องเลี้ยงดูน้องสาว เพราะผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน แต่ยูมีไม่สามารถเลี้ยงได้ จึงจะฝากน้าให้เลี้ยงดูแทนเธอให้หน่อย ยูมีจึงเดินทางไปหาน้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่น้าเป็นเจ้าของเป็นสถานที่ที่คุ้นเคยของยูมีเพราะเธอเคยมาตั้งแต่เด็กๆ แต่การกลับไปของเธอในครั้งนี้ทำให้เธอต้องพบเจอกับเหตุการณ์สุดประหลาดและน่าสยดสยอง

หากดูแต่ตัวอย่างและอ่านเพียงเรื่องย่อ คุณอาจจะเข้าใจว่ามันคือหนังผีที่สิงในโรงแรม นางเอกต้องไปเจอผีหลอกหลอนที่โรงแรมแห่งนี้แน่นอน มันก็ใช่…แหละ เพียงแต่ว่ามันใช้วัตถุดิบความเป็นโรงแรมได้ไม่ดี ไม่คุ้มเอาซะเลย ด้วยความที่ตัวอย่างขายแบบนั้นด้วยแล้ว พอได้ดูจริงมันกลับน่าผิดหวัง

จริงๆ แนวคิดของหนังก็ดี เรียกได้ว่าน่าสนใจเลยแหละ แต่มันเล่าได้ไม่สนุกเลย เล่าได้น่าเบื่อมากถึงมากที่สุด ทำให้ความน่าสนใจทั้งหมดหดหายไปในทันที ปูเรื่องก็น๊านนาน

เท่านั้นยังไม่พอ หนังยังมีการพูดถึงเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ใช่แค่หนังผี มีพาร์ทของการสืบสวนสอบสวน ที่ไม่เวิร์ค และไม่เข้าใจถึงการมีอยู่เลยจริงๆ

เรื่องที่น่าหงุดหงิดก็ยังมีมากกว่านั้น คือตัวละครอื่นๆ ที่โผล่มานอกจากในตัวอย่างล้วงแล้วแต่ชวนให้งง ว่ามาทำไม มีอะไร เกี่ยวข้องยังไง บอกเล่าที่มาที่ไปน้อยมาก บางตัวนี่ไม่ได้พูดเลยว่าเป็นใครมาจากไหน มีความสัมพันธ์อะไรกับตัวละคร

ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านการเล่าเรื่อง บทยังน่าหงุดหงิดอีก ยิ่งช่วงหลังของหนังเต็มไปด้วยคำถาม ว่าอะไร? ทำไม? ยังไง? อย่างไร? ไม่ว่าจะเรื่องของแม่นางเอก, ตำรวจ, คนรับใช้, เจ้าของโรงแรม, ชุดแดง, เรื่องผี คือจนจบเรื่องประเด็นแต่ละอย่างก็ไม่เคลียร์ ไม่เข้าใจอะไรเลย สับสนไปหมด หลายๆ อย่างถูกใส่เข้ามาอย่างไม่มีเหตุเลย

ไม่รู้จะเขียนบอกเล่าจุดไหนเลย ตัวหนังมันสะเปะสะปะจนเขียนไม่ถูกเหมือนกัน จุดที่พอจะชื่นชมคงมีความพยายามที่จะเป็นหนังที่มากกว่าความเป็น Horror บรรยากาศความน่ากลัวก็พอได้อยู่ แต่ทำออกมาได้ไม่ดีเอาซะเลย ที่เหลือก็…นางเอกใส่ชุดแดงสวยดี แค่นั้นแหละ 5555

สรุปแล้ว The Lingering – โรงแรมผีจอง(เวร) เป็นหนังผีที่…นั่นแหละไม่รู้จะพูดไรแล้ว 555

รีวิวหนัง Papillon ปาปิยอง หนีตายแดบดิบ

นับว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่เหมาะกับคอหนังสายดราม่ามากเลยทีเดียว สำหรับ Papillon ปาปิยอง หนีตายแดบดิบ ที่สร้างมาจากหนังสือชื่อดังที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงจากชีวประวัติของ อองรี ปาปิยอง ชาร์เรียร์ ชายผู้หลบหนีออกจากคุกกลางมหาสมุทรที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะมีใครสามารถหนีออกมาได้ จนได้กลายเป็นตำนานเล่าขานตราบจนถึงยุคปัจจุบัน

Papillon

โดยหนังได้พระเอกหนุ่ม ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) จาก King Arthur (2017) มาแสดงนำ ร่วมด้วย รามิ มาเล็ก (Rami Malek) ผู้โด่งดังจากซีรีส์สุดฮิตอย่าง Mr. Robot (2015) และกำลังจะก้าวไปรับบทบาท เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องผู้ล่วงลับในภาพยนตร์อัตถชีวประวัติ อย่าง Bohemian Rhapsody ที่มารับบท หลุยส์ เดกา ตัวละครสำคัญในเรื่อง ภายใต้การกำกับของ ไมเคิล นัวร์ (Michael Noer) ผู้กำกับชาวเดนมาร์กที่เคยฝากผลงานไว้ใน R (2010), Nordvest (2013)

หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าเรื่องราวของ Papillon นั้นเคยถูกสร้างมาแล้วในปี 1973 ซึ่งก็ผ่านมาแล้วกว่า 45 ปี คาดว่าเรื่องราวคงไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เว้นเสียแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการสร้างการถ่ายทำที่มีความทันสมัยมากขึ้น ด้วยความที่ส่วนตัวไม่ได้ตั้งความหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้มากนัก ทำให้ถึงเวลาได้ดูหนังจริงๆ แล้วพบว่ามันยังคงเป็นเรื่องราวที่ดี และให้อะไรมากกว่าที่คิด

นอกจากเราจะได้สภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในคุกที่หาสิ่งดีๆ แทบไม่ได้แล้ว เรายังได้เห็นมิตรภาพของมนุษย์ที่แม้ว่าจะไม่ได้เริ่มด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาชีวิตและจิตใจให้มีความหวังอยู่รอดต่อไป ประกอบกับการแสดงของพ่อหนุ่ม ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) ที่เห็นได้ชัดว่าเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจในการรับบทบาทนี้ โดยเฉพาะเรื่องกายภาพที่เห็นพัฒนาการทางด้านร่างกายอย่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนติดคุกที่มีหุ่นล่ำอย่างหล่อ จนค่อยๆ ผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกให้สมกับกับเป็นนักโทษติดคุกมืดหลายปี ยอมใจในความทุ่มเทนี้จริงๆ

ฝ่ายนักแสดงมากความสามารถอย่าง รามิ มาเล็ก (Rami Malek) ก็ถือว่าถ่ายทอดบทบาทออกมาได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากที่ทั้งคู่ตัวติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด อาจจะทำให้แฟนหนังสายวายหรือชาย-ชาย คิดเกินเลยไปบ้าง เพราะบางทีก็แอบคิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองตัวละครนั้นน่าจะมีอะไรมากกว่าแค่เป็นเพื่อนกัน (แต่จริงๆ มันไม่มีอะไรเลย) อีกทั้งหนังยังแฝงนัยยะไว้หลายอย่าง ใครที่ได้ดูน่าจะพอตีความออกมาได้ ส่วนจะเหมือนหรือไม่เหมือนกันนั้นก็ต้องแล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน

แน่นอนว่าใครที่คาดหวังความดิบเถื่อนจากหนังเรื่องนี้นั้นไม่มีผิดหวังจริงๆ เพราะหนังเสิร์ฟความดิบ เถื่อน โหด จัดเต็มชนิดที่ว่าถ้าเราเป็นตัวละครในเรื่องคงยอมตายด้วยกิโยตินไปเสียดีกว่า แต่อย่างที่บอกหนังได้สื่อให้เห็นถึงเรื่องความหวังออกมาเป็นหลัก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ลำบากลำบนแค่ไหน เชื่อว่าใครที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอน

Papillon ปาปิยอง หนีตายแดบดิบ 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์