รีวิวหนัง UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นผจญภัยมิวสิกเคิลที่มีต้นกำเนิดสุดโรแมนติกของคู่รักต่างแดน จากตุ๊กตาที่หวังให้แฟนหนุ่มแปลกใจเล่นๆ จนมาสู่ธุรกิจหลายร้อยล้านเหรียญ จนมาภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เตรียมมาขโมยหัวใจของแฟนๆ

UglyDolls

ซึ่งงานนี้หนังได้เหล่านักร้องมาพากย์เสียงมากมาย นำโดย เคลลี คลาร์กสัน (Kelly Clarkson), พิตบูล (Pitbull), นิก โจนาส (Nick Jonas), บีบี เรจา (Bebe Rexha), หวัง ลีฮอม (Wang Leehom) และ เบลก เชลตัน (Blake Shelton) โดยในเวอร์ชั่นไทยก็ได้นักร้องเสียงดีมาให้เสียงพากย์ ไม่ว่าจะเป็น นิว นภัสสร, จิ๋ว ปิยนุช, ทีเจ จิรายุทธ, โมสต์ วิศรุต และ มีน พีรวิชญ์ เรียกว่าเรื่องร้องเพลงไม่มีห่วงเลย

UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์ ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอักลีวิลล์ เมืองที่รวบรวมเอาตุ๊กตาที่แสนน่าเกลียดและแปลกประหลาด แต่เต็มไปด้วยความมนต์วิเศษและแสนน่ารัก ม๊อกซี และผองเพื่อนอยู่ในโลกที่เปี่ยมไปด้วยความสดใสและจินตนการแห่งนี้ แต่เมื่อม๊อกซีเกิดสงสัยว่ามีอะไรอยู่ข้างนอกเมืองที่เธออยู่

เธอจึงชักชวนเพื่อนๆ ร่วมออกเดินทาง เพื่อไปพบเจอกับเมืองเพอร์เฟ็กชั่น เมืองที่เป็นสถานที่เตรียมความพร้อมสำหรับตุ๊กตาสุดสมบูรณ์ โดยมีเป้าหมายคือการเรียนจบออกไปพบกับโลกที่แท้จริง และกลายเป็นตุ๊กตาที่รักของเด็กๆ ม๊อกซีและผองเพื่อนจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเธอนั้นมีคุณค่าพอที่จะเข้าไปสู่โลกที่แท้จริงนั้นได้หรือไม่

จะเห็นได้ว่าพล็อตเรื่องของ UglyDolls นั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างหรือแหวกแนวไปจากหนังแอนิเมชั่นเรื่องอื่นๆ มากนัก ไม่ว่าจะเป็นความต้องการจะพิสูจน์ตัวเองของเหล่าตุ๊กตาน่าเกลียด (แต่น่ารักในสายตาเรา) ความพยายามเอาชนะข้อจำกัดต่างๆ รวมไปถึงการต่อสู้เพื่อความฝัน สิ่งที่ดูเหมือนะจะซ้ำๆ เหล่านี้เองที่ทำให้หนังนั้นมีคุณค่า เพราะไม่ได้ให้แค่ความสนุกเพลิดเพลินเพียงอย่างเดียว

โดยเฉพาะทัศนคติของตัวละครในเรื่องอย่าง ม๊อกซี ซึ่งได้นักร้องสาวเสียงดี นิว นภัสสร มาให้เสียงพากย์ มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ เรียกได้ว่าหากพาลูกๆ หลานๆ ไปดูก็น่าจะทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต แน่นอนว่าหนังไม่ได้จงใจสร้างตัวละครน่ารักๆ มาเพื่อเด็กๆ เท่านั้น เชื่อว่าทุกเพศทุกล้วนแล้วแต่จะได้รับพลังงานดีๆ หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้แน่นอน

ในแง่ของข้อคิดคติเตือนใจต่างๆ ที่หนังได้สร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้แฟนๆ ที่เข้าไปชมได้เป็นอย่างดีแล้ว ในเรื่องของโปรดักชั่นงานสร้างก็ล้วนแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง เช่น การให้เสียงพากย์ของนักร้องตัวจริงที่มาถ่ายทอดบทบาทของตัวละครได้อย่างน่าทึ่ง ฟังแล้วรื่นหูไม่มีติดขัด ยิ่งเวลาเข้าสู่พาร์ทที่ต้องร้องเพลงนั้นก็ทำได้ดีแทบไม่มีที่ติเลย ฟังแล้วฮึกเหิมปลุกพลังนักสู้ดีมาก เรียกได้ว่าการตีตั๋วเข้าไปชม UglyDolls ไม่มีเสียดายเงินแน่นอน แถมดูจบแล้วน่าจะอยากได้ตุ๊กตาจากเมืองอักลีวิลล์ไปเป็นเจ้าของสักตัวเลย

รีวิวหนัง เกมเมอร์เกมแม่ – Mother Gamer หนังแอคชั่นไทย

Mother Gamer เรื่องราวการแข่งขันของคนสองรุ่น ระหว่างแม่-ลูก เมื่อฝ่ายลูกอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับประเทศ แต่ฝ่ายแม่กลับไม่เห็นด้วย เลยวางแผนตั้งทีม ROV มาดับฝันลูก! นำแสดงโดย อ้อม-พิยดา, ตน ต้นหน, เติร์ด ลภัส, วี วีรยา, นนท์ สุจวัจน์, เตชินท์ ณัฐชนน

Mother Gamer

นี่น่าจะเป็นหนังไทยเรื่องแรก ๆ ที่หยิบเกมมาเป็นธีมในการเล่าเรื่องแบบเต็มรูปแบบ ในยุคที่ e-sport กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว กับเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง เบญ คุณแม่ผู้คาดหวังในตัวลูกชายว่าเขาจะเติบโตไปในแบบที่เธอคาดหวัง กับ โอม ลูกชายผู้มีมุมที่แอบซ่อนนั่นก็คือการเป็นสตรีมเมอร์และเป็นนักกีฬา ROV มืออาชีพสังกัดทีมดัง ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้เบญต้องพยายามขัดขวางการเป็นนักกีฬาอาชีพของลูกเธอทำให้แม่เบญต้องไปรวบรวมเด็กที่เป็นมือฉมังในวงการนี้ตั้งทีมเพื่อโค่นล้มทีมของลูกชายเธอให้ได้

คือถ้ามองจากพล็อตเรื่องคร่าว ๆ ผมเชื่อว่าเราอาจจะพอเห็นปัญหาอยู่บ้างนั่นก็คือวิธีการที่หนังผูก conflict หรือความขัดแย้งที่มันอาจจะดูย้อนแย้งไปหน่อยแต่ถ้าได้ดูมันก็มีการลบรอยแผลที่อาจจะทำให้พอเข้าใจได้ สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้คือมันไปสุดดีนะในเรื่องของการนำเสนอความสนุกในการเล่นเกม การทำซีจี การดีไซน์ฉาก กิมมิคเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าใครก็ตามที่อยู่ในวงการอยู่แล้วอาจจะเข้าใจและสนุกไปกับหนังได้ไม่ยากเลย น่าจะชอบกันมาก ๆ ด้วยแต่ในขณะเดียวกันแม้ว่าตัวหนังจะดูพยายามอธิบายแล้วก็ตามแต่ผมก็ยังพบว่าหนังเองยังไม่ได้เป็นมิตรหรือ friendly ต่อผู้ชมที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวในโลก ROV หรือ e-sport อยู่แล้ว เพราะแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีสปีดในการปรับตัวหรือพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งต่าง ๆ เท่ากับตัวละครขอแม่เบญเหมือนในหนังอยู่แล้ว ขนาดตัวผมเองที่เป็นคนเล่นเกมก็ยังพอรู้สึกถึงเรื่องนี้ได้ เรียกได้ว่าถ้าเกิดใครตกขบวนนี้ขึ้นมาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็จะไม่ได้ทำให้ผู้ชมสนุกอีกต่อไปในทันที ซึ่งตรงนี้เป็นความน่าเสียดายอย่างแรงของหนัง มันอาจจะเป็นข้อเสียที่แทบจะเป็นอย่างเดียวเลยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ใหญ่พอที่จะทำให้เรามองข้ามข้อดีอื่น ๆ ของหนังไปเลย อย่างเช่นความสนุกความน่าสนใจของโลก e-sport การแสดงของพี่อ้อมที่เล่นดีมาก บทหนังเองก็ไม่ได้ส่งให้ตัวละครของพี่อ้อมเป็นอะไรที่เวอร์วังเกินไปด้วย ซึ่งตรงนี้เลยยิ่งดีมาก

โดยรวมแล้วผมว่าตัวหนังค่อนข้างดูเพลินในระดับนึง ทำออกมาได้น่าสนใจเพียงแต่ว่าถ้าเกิดคุณไม่ใช่คนที่ไม่ได้อินหรือไม่รู้จักวงการ e-sport อาจจะต้องตั้งสมาธิแบบเน้น ๆ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ให้ได้ในรอบเดียวเพื่อที่จะไปต่อกับเรื่องราวที่เหลือของหนัง และในขณะเดียวกันหากคุณชอบ e-sport หรือยิ่งเล่น ROV อยู่แล้วผมว่าน่าจะชอบหรือสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากนัก

รีวิวหนัง The Secret Garden – มหัศจรรย์ในสวนลับ หนังดราม่า

หนัง The Secret Garden เรื่องราวของ Mary Lennox เด็กกำพร้าที่สูญเสียครอบครัวไปและจำต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านลุงของเธอในประเทศอังกฤษ ซึ่งในเวลาต่อมาเธอได้ค้นพบกุญแจลึกลับที่พาเธอไปสู่สวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้นมากมาย

 The Secret Garden

The Secret Garden บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปและจำใจต้องย้ายไปอยู่บ้านของลุงเธอในประเทศอังกฤษ แต่มีอยู่วันหนึ่ง เธอได้พบกุญแจปริศนาที่นำเธอไปสู่สวนมหัศจรรย์

หากดูตัวอย่างหรืออ่านเรื่องย่อ แม้กระทั่งคำโปรยของหนัง “Unlock Your Imagination” ก็ทำให้ชวนคิดไปได้ว่ามันอาจเป็นเรื่องราวแฟนตาซีเหนือจินตนาการตระกาลตาอะไรทำนองนั้น หากแต่ว่าเนื้อแท้จริงๆ แล้ว มันคือเรื่องราว coming of age การก้าวผ่านความเจ็บปวดของเด็กสาว

การดำเนินเรื่องของเรื่องนี้ใช้คำว่าน่าเบื่อเลยทีเดียว ยืดยาด ชวนง่วง และดูจืดชืดสุดๆ ไม่ได้มีจุดน่าสนใจที่คอยดึงคนดูให้อยู่กับเรื่องได้เลย บทก็พยายามทำให้ตัวละครไปเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ สลับกับย้อนเหตุการณ์ความสัมพันธ์ของแม่กับเด็กสาว พยายามให้ซึ้ง ให้ดราม่า ก็ยังไม่สามารถสร้างดราม่า สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้เลยจริงๆ

บทหลายๆ อย่างก็งง ชวนสงสัย ชวนเอ๊ะ และบางเรื่องก็ไม่เคลียร์ การไปเจอหมา เจอเด็ก เจอสวน มันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวน่าสนใจขึ้นมามากกว่าเดิมแต่อย่างใด เพราะตัวละครแต่ละตัวก็ดูจืดชืดไม่แพ้กัน สีสันเดียวที่หนังพอจะให้ได้คือสวน ที่ดูงดงาม แฟนตาซี เพียงเท่านั้น

จริงๆ ไม่ติด ที่หนังไม่ได้แฟนตาซีแบบคำโปรยหรือตัวอย่าง แต่ติดตรงที่มันไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูร่วมหรือเข้าไปสัมผัสตัวละครหรือสิ่งที่ตัวละครเจอได้เลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคงเป็นการแสดงของ Colin Firth ที่ออกมาน้อย และใช้เฮียแกได้ไม่คุ้มเลย เอาจริงๆ ถ้าจะมีแค่นี้เอาคนอื่นมาเล่นก็น่าจะได้นะ

The Secret Garden จึงกลายเป็นแค่หนังภาพสวยที่จืดชืด…ไร้รสชาติเพียงเท่านั้น