หนัง The Angry Birds Movie 2 – แอ็งกรีเบิร์ดส 2 เดอะมูวี่

หนัง The Angry Birds Movie 2 หรือชื่อไทยว่า แอ็งกรี เบิร์ดส เดอะ มูวี่ 2 เมื่อเกาเหลา ต้องกลายเป็นเกลอรัก จากคู่อริสุดแสบ สู่มิตรแท้สุดฮา #TheAngryBirds2 #แอ็งกรีเบิร์ดส์2 เปิดรอบพิเศษวันที่ 5-8 ธันวาคมนี้ ฉายจริง 10 ธันวาคมนี้ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

The Angry Birds Movie 2

ผมเองก็เป็นคนนึงที่ค่อนข้างเฉยๆกับภาคแรกเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ภาคแรกนั้นดำเนินเรื่องสไตล์หนังเด็ก ที่แทบไม่แคร์ผู้ใหญ่เลย ทำให้ก่อนไปชมภาคนี้นั้นทำใจและเลิกที่จะคาดหวังในตัวหนังก่อนไปชม ผลสุดท้ายที่ได้มาคือกลับสนุกและเอ็นจอยกับภาคนี้ไปซะแบบงงๆ

เรื่องรางในภาคนี้จะดำเนินต่อจากภาคก่อนซึ่ง ทั้งนกและหมูต่างเป็นศตรูคู่แค้น โจมตีเมืองกันไปมาระหว่าง 2 เกาะจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว จนมาวันนึงได้มีอุกาบาติน้ำแข็งลูกยักษ์ ถูกยิงเข้าหาทั้ง 2 เกาะ ทำให้ทั้งแก๊งน้องนกและหมูได้เริ่มต้นค้นหาที่มาของอุกาบากต์น้ำแข็งอันนี้ จนไปพบกับเกาะใหม่ซึ่งเป็นที่อยู่ของเผ่าพันธุ์นกอินทรีย์ ซึ่งจ้องจะทำลายทั้ง 2 เกาะเพื่อที่จะยึดเอาเกาะทั้ง 2 มาเป็นของตัวเอง ทำให้ทั้งนกและหมูต้องพักรบชั่วคราวเพื่อรวมมือกันต่อกรกับศตรูคนเดียวกันจากเกาะอันห่างไกล

ด้วยความที่ก่อนไปดูผมเองนั้นก็ได้เลิกที่จะคาดหวังในตัวหนังไปหมดแล้ว ผลสุดท้ายคือสนุกและเอ็นจอยไปกับหนังเอามากๆ ตัวหนังนั้นจะมีการแบ่งพาร์ทการดำเนินเรื่องคล้ายๆกับเรื่อง Ice Age ซึ่งจะแบ่งเส้นเรื่องเป็น 2 เส้นเรื่องคือ เรื่องราวของตัวละครหลัก และเส้นเรื่องรองของแก๊งลูกนก 3 ตัวที่ออกผจญภัยตามเอาไข่นกกลับบ้านให้ได้ (ดูเหมือนว่าพาร์ทรองจะสนุก ฮาแซงหน้าเนื้อเรื่องหลักไปแล้ว) แต่พาร์ทที่เป็นเส้นเรื่องหลักก็ยังสนุกอยู่ก็ตาม

สรุปแล้วนั้นถ้าใครที่อยากหาหนังที่เบาสมอง ดูได้แบบไม่ต้องคิดอะไร ผมขอแนะนำให้มาชมเรื่องนี้จริงๆ เพลินๆฆ่าเวลาได้ดีเลยทีเดียว 7.5/10

Cr.movie.thaiware.com

รีวิวหนัง Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน

เชื่อว่าใครที่เป็นหนังของนักแสดงสาวมากความสามารถ ไชลีน วูดลีย์ จะต้องไม่พลาดผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน ของเธอแน่นอน หลังจากที่หายหน้าหายตาไปกว่า 2 ปี ในที่สุดแฟนๆ ก็ได้ชื่นชมผลงานของเธอเสียที แม้ว่างานนี้จะไม่ได้มาในแนวแอคชั่นอย่าง Divergent (2014) หรือระทึกขวัญอย่าง Snowden (2016) และ White Bird in a Blizzard (2014) แต่เชื่อว่าน่าจะออกมาประทับใจไม่แพ้กัน

Adrift

Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน ว่าด้วยเรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริงสุดประทับใจของสองหัวใจอิสระที่พบกันโดยบังเอิญจนเกิดเป็นความรัก นำไปสู่การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ในชีวิตสองนักเดินเรือที่พร้อมจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทร แทมี โอลด์แฮม และ ริชาร์ด ชาร์ป ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกเขากำลังล่องเรือเข้าสู่หนึ่งในพายุเฮอริแคนที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังจากพายุพัดผ่าน แทมีตื่นขึ้นมาพบว่าริชาร์ดบาดเจ็บสาหัสและเรือของพวกเขาเหลือแต่ซาก เมื่อไม่สามารถหวังให้ใครมาช่วยได้ แทมีต้องหาทางรวบรวมสติและความแข็งแกร่งเพื่อช่วยชีวิตชายคนเดียวที่เธอรัก

แม้ว่าตัวอย่างหนังรวมไปถึงข้อมูลคร่าวๆ จะไม่ได้ทำออกมาให้น่าสนใจมากนัก เมื่อได้ไปดูหนังจริงๆ ก็พบว่าเซอร์ไพรส์พอสมควร เริ่มตั้งแต่งานสร้างที่มีความสมจริงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฉากที่อยู่ในทะเลนั้นทำออกมาได้ดีแทบไม่มีที่ติ ฉากพายุก็น่ากลัวเหมือนของจริงรวมไปถึงบรรยากาศในเกาะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีความแปลกตาเห็นแล้วก็อยากตามรอยเที่ยวเลยทีเดียว

ด้วยความที่หนังสร้างมาจากเรื่องจริงของคู่รักนักเดินเรือหากเล่าเรื่องตามไทม์ไลน์ก็ออกจะน่าเบื่อไม่น้อย ยังดีที่หนังใช้วิธีการเล่าตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ก่อนเกิดพายุและหลังเกิดพายุที่ตัวเอกต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดจากสถานการณ์คับขัน หนังได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตรักของพระนางออกมาได้เรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา อาจจะน่าเบื่อไปบ้าง แต่พอมาถึงจุดไคล์แม็กซ์ของเรื่องที่ถือว่าพีคพอสมควร ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงความโดดเดียวที่ตัวละครต้องเผชิญจนอดเศร้าไม่ได้

อีกทั้งการแสดงของ ไชลีน วูดลีย์ นั้นก็สามารถดึงอารมณ์คนดูได้อยู่หมัด เธอกลายร่างเป็นสาวสวยผู้รักการเดินทางและเข้มแข็งได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าในเรื่องนี้เธอปล่อยของออกมาอย่างเต็มที่ ไม่มีหมกเม็ด ซึ่งก็ทำเอา แซม คลาฟลิน กลายเป็นตัวประกอบไปเลย แต่ก็เป็นตัวประกอบที่มีคุณภาพเพราะสามารถถ่ายทอดความเป็นคนรัก นักผจญภัย และที่เติมพลังใจได้ดีกว่าที่คิด

เอาเป็นว่าหากใครอยากหาหนังรักไว้ดูกับแฟน เชื่อว่า Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน แม้หนังอาจจะมีความดรามาผสมกับการเอาชีวิตแต่ก็สอนใจได้ดีไม่น้อย ซึ่งการใช้ชีวิตก็เหมือนการลอยเรืออยู่ในทะเล บางครั้งเราอาจจะเจอปัญหาเหมือนพายุเฮอร์ริเคนถาโถมเข้ามาจนทำให้ต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง แต่เมื่อคลื่นลมสงบเราก็ได้เห็นท้องฟ้าที่สดใสอีกครั้ง ยังมีความหวังและสู้ต่อไป

Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com

รีวิวหนัง ไทบ้านเดอะซีรีส์ x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้

หนัง Thai Ban x BNK48 หรือชื่อไทยว่า ไทบ้านเดอะซีรีส์ x BNK48 โปรเจคการร่วมมือกันระหว่างไทบ้านเดอะซีรีส์และ BNK48 เรื่องราวของกลุ่ม BNK48 ทั้ง 8 คน ได้รับมอบหมายให้ไปทำเพลงหมอลำ จึงทำให้ถูกส่งไปศึกษาและใช้ชีวิตอยู่กับคนอีสานเพื่อที่จะได้เข้าใจวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต เพื่อที่จะได้นำมาสื่อออกเป็นเพลงให้ได้ดีที่สุด

Thai Ban x BNK48

หนังแต่ละเรื่องของไทบ้าน ที่โด่งดังและได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาตลอด มันมีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่ และยิ่งได้ BNK48 มาร่วมโคจรในจักรวาลนี่ นับว่ายิ่งเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความน่าสนใจเข้าไปอีก กับพล็อตเรื่องที่น่าติดตามว่า จะเป็นอย่างไร หาก BNK48 จะไปทำเพลงอีสาน!? แค่ไอเดียนี้ก็ซื้อคนดูทั้งแฟนคลับ BNK48 และแฟนคลับไทบ้านเข้าไปดูได้มากมายแล้ว แถมยังมีการปล่อยเพลง “โดดดิด่ง” ออกมาให้ได้ฟัง เรียกแขกกันตั้งแต่หนังยังไม่เข้า มันยิ่งฉุดความสนใจให้คนอยากเข้าไปดูมากขึ้นไปอีก

แต่น่าเสียดายแบบสุดๆ หนังนำเสนอออกมาไม่ดีจริงๆ ทั้งๆ ที่มีไอเดียและวัตถุดิบที่น่าจะปังขนาดนั้น ไม่สุดสักทาง หาจุดร่วมไม่ได้ แถมยังเหมือน งงๆ หลงๆ ลืมๆ การเล่าในบางจุดไปอีก มันเลยกลายเป็นความไม่กลมกล่อมเอาซะเลย

หนังเปิดเรื่องได้รวดเร็วมาก ดำเนินเรื่องเร็วอีกต่างหาก จนเราไม่ได้เห็นความที่แบบ คนกรุงใช้ชีวิตแบบบ้านนอก BNK48 ต้องมาเปลี่ยนวิถีชีวิตอะไรแบบนี้ มันมีแหละ แต่มันน้อยและเบาบางมากจริงๆ แถมในพาร์ทการทำเพลงที่แทบจะไม่ได้เห็นอะไรเลย เท่านั้นยังไม่พอ มันยังใช้เพลงประกอบน้อยมากๆ โดยเฉพาะเพลง “โดดดิด่ง” ที่เหมือนจะเอามาขาย เป็นเพลงสำคัญ แต่จริงๆ ในหนังกลับปล่อยหายไปดื้อๆ แบบงงๆ แถมยังไม่ใช้เป็นเพลงหลักซะด้วย จนตัวเราเองสงสัยว่า เอ๊า! เพลงนี้มันหายไปไหนฟะ เอาจริงๆ หนังมันแทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับการทำเพลงเลยด้วยซ้ำ เน้นขายโมเม้นท์ BNK48 จริงๆ

ความงงมันยังไม่จบแค่นี้ บางทีตัวละครเพิ่งทะเลาะกันคอขาดบาดตาย ตัดมาอีกฉากดีกันเฉย แบบดีกันเลยอะ ไม่มีฉากคืนดีหรืออะไรให้เห็นถึงความขุ่นเคืองกันแม้แต่น้อย มีฉษกแบบนี้เยอะมาก บทช่วงท้ายก็แบบ ห๊ะ อย่างนี้ก็ได้หรอวะ เรื่องใหญ่นะนั่น เหมือนตัวหนังมีความสับสนแบบแปลกๆ ลืมนู่น ลืมนี่ จะเล่านู่น จะเล่านี่ มันเลยไม่อินหรือสัมผัสอะไรได้สักเท่าไหร่จากตัวหนังเลย เนื้อเรื่องมันเบาบางมากเหลือเกิน

ทางด้านตัวละคร สารภาพว่าเราก็ไม่รู้หรอกว่า BNK48 แต่ละคนในเรื่องนี้เป็นยังไง และนิสัยจริงๆ เป็นยังไง น้องๆ จะแสดงได้เป็นตัวเอง หรือแสดงในบทบาทที่ได้รับ ตอบไม่ได้จริงๆ แต่ยอมรับว่าเนยก็เล่นได้ในระดับที่โอเค แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ได้มีฉากให้แต่ละคนโชว์ทักษะด้านการแสดงอะไรเท่าไหร่เลย การแบ่งบทในเรื่องนี้ถือว่าทำได้แย่ เพราะ BNK48 บางคนนี่เราแทบจะไม่รู้เลยว่าชื่ออะไร ตัวประกอบมากๆ เอาจริงๆ ตัวละครทั้งวงต่างก็ไม่มีมิติเอาซะเลย หลายๆ ฉากแบบเหมือนจับยัดบทใส่ปากมาก ส่วนตัวละครที่เราคิดว่าล้นมาก เกินเบอร์มากคือ ก้อง ห้วยไร่ คือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรับบทเป็นกะเทยเล่นใหญ่ขนาดนั้น จากที่ฮาๆ กลายเป็นน่ารำคาญเสียมากกว่า รวมถึงตัวจ๊อบซังที่ใส่มาเยอะเกินความจำเป็นจริงๆ ส่วนทางด้านฝั่งไทบ้าน ก็เล่นได้ตามมาตรฐานและยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติ เรียกเสียงหาได้แบบง่ายๆ แต่ก็ยังน่าประทับใจอยู่ดี

นอกเหนือจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ถ้ามองไปที่การขายโมเม้นท์ BNK48 ที่จากเมืองกรุงไปบ้านนอกก็ดูน่ารักๆ ดี มีฉากให้ยิ้มๆ และน่าจะถูกใจแฟนคลับพอสมควร แต่พอมาเป็นหนังมองในภาพรวมแล้ว มันกลับไม่ลงตัวเลย แทนที่จะได้เห็นความเป็นไทบ้านในคราบ BNK48 มันกลับจางหายไปอย่างน่าเสียดาย

สรุปแล้ว ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ถือว่าเป็นหนังที่น่ารักดี แต่น่าเสียดายที่หยิบไอเดียและวัตถุดิบต่างๆ มาเล่าได้ไม่ดีเอาซะเลย ดูแล้วแทนที่จะอยากติดตามต่อ กลับอยากไปดูไทบ้านที่ผ่านๆ มาเสียมากกว่า

Cr.movie.thaiware.com