รีวิว Monstrum พันธุ์อสูรกลาย หนังแอคชั่นสยองขวัญ

หลังจากเข้าฉายโกยรายได้กว่า 600 ล้านวอนในบ้านเกิดเกาหลีใต้ ล่าสุดก็เข้าฉายให้แฟนหนังบ้านเราได้ชมกันแล้ว สำหรับ Monstrum พันธุ์อสูรกลาย หนังแอคชั่นสยองขวัญผสมไซไฟผลงานการกำกับของ ฮูจองโฮ ที่ได้รวมเอานักแสดงมากฝีมือของวงการบันเทิงเกาหลีมาร่วมตามล่าอสูรร้ายในสมัยโชซอน นำโดย คิมมย็องมิน, ชเวอูชิก และ อีฮเยรี

Monstrum

Monstrum พันธุ์อสูรกลาย ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงราชวงศ์โชซอน โรคระบาดได้แพร่กระจายเข้าสู่ผู้คน เกิดภาวะแร้นแค้นทั่วทั้งเมือง ผู้คนต้องตื่นตระหนกเมื่อมีข่าวลือถึงอสูรร้ายแห่งบรรพกาลออกมาไล่ฆ่ามนุษย์บนภูเขาอินวังซาน ชาวเมืองเริ่มต่อต้านองค์จักรพรรดิ เพราะคิดว่าพระองค์จะไม่สามารถปกป้องพวกตนได้ พระองค์จึงมอบหมายให้ ยุน กยอม อดีตองครักษ์ประจำราชวงศ์ ออกไปสืบหาความจริงและล่าอสูรร้ายตัวนั้นก่อนที่การต่อต้านจะรุนแรงเกินควบคุม แต่หารู้ไม่ว่าอสูรร้ายตัวนั้นอาจเป็นภยันตรายที่สามารถทำลายเมืองให้ย่อยยับ

เชื่อว่าใครที่ได้เห็นตัวอย่างหนังเป็นต้องอยากรู้ขึ้นมาทีเดียวว่าอสูรกลายใน Monstrum นั้นจะมีหน้าตาเป็นยังไง โหดร้ายแค่ไหน และมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งเราจะได้รู้คำตอบทุกคำถามเหล่านี้จากในหนังแน่นอน ซึ่งหนังได้เล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างชัดเจน สมเหตุสมผล และเข้าใจง่าย แม้ในตอนแรกอาจจะมีสับขาหลอกให้ผู้ชมได้เลือกข้างกันไม่ถูกบ้าง โดยเฉพาะการเล่นกับความเชื่อของคนที่มักจะเกรงกลัวสิ่งไม่เคยรู้มาก่อนและที่อยู่ในเงามืด

ด้วยเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในสมัยโชซอนทำให้เราได้เห็นภาพและฉากที่ค่อนข้างชินตา เนื่องจากสมัยนี้ซีรีส์เกาหลีก็มักจะมีให้เห็นอยู่ตลอด และขอชื่นชมในเรื่องคอสตูมของนักแสดงที่จัดออกมาได้สวยงามและเป็นธรรมชาติ ที่แม้ว่าจะช่วงต้นของหนังจะได้เห็นความอัตคัดของตัวเอกไปบ้าง แต่พอพวกเขาทั้งหลายได้กลับสู่เมืองและเริ่มต้นภารกิจเราก็ได้เห็นความงดงามในเรื่องของการแต่งกายอย่างที่ควรจะเป็น

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ชมไม่ได้ก็คืองานวิชวลเอฟเฟกต์ซีจีที่สมจริงมาก ถึงแม้ว่าอาจจะไม่เท่างานสร้างฮอลลิวูด แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้น่าดู เป็นธรรมชาติ และมีความสมจริงมากทีเดียว โดยเฉพาะตัวอสูรที่ดูแล้วน่าเกลียดน่าขยะแขยงมากๆ เลย ประกอบกับความสนุกครบรส ดรามา โรแมนติกนิดๆ และฉากแอคชั่นสุดสยองที่อยู่ในหนังแทบทั้งเรื่องนั้นเรียกได้ว่าทำออกมาสนุกและโหดจัดเต็มมาก เลือดสาดแทบทะลุออกมานอกจอเลยทีเดียว ซึ่งหากได้ดูในระบบ 4DX น่าจะถึงใจถึงอารมณ์เสมือนเป็นตัวละครในเรื่องเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่านอกจากเราจะได้สนุกไปกับเรื่องราวการตามล่าหาอสูรกลายที่ทำออกมาได้มันส์สุดๆ แล้ว เรายังได้เห็นภาพสะท้อนทางการเมืองที่มีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันอย่างดุเดือด พร้อมทั้งเรื่องราวของการเป็นผู้นำที่ยังคงมีแง่คิดที่ทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนหนังเกาหลีและแอคชั่นแบบโหดๆ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

รีวิว Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ความเฮี้ยนเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วใน Annabelle: Creation (2017) ล่าสุดก็กลับมาสร้างความหลอนอีกครั้งใน Annabelle Comes Home ซึ่งเรื่องนี้หนังได้ แกรี ดาวเบอร์แมน (Gary Dauberman) คนร่วมเขียนบทจากภาคที่แล้วมาขึ้นแท่นกำกับหนังครั้งแรกด้วยตัวเอง แน่นอนว่าหนังก็ยังได้ เจมส์ วาน (James Wan) มาช่วยดูแลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้ตัวละครจากจักรวาล The Conjuring ครอบครัววอร์เรนมาถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนี้

Annabelle Comes Home

Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์สยองขวัญใน The Conjuring เพียงไม่นาน เมื่อตุ๊กตาเด็กสาวที่สองสามีภรรยา เอ็ด วอร์เรน และ ลอว์เรน วอร์เรน ขังเอาไว้ในห้องเก็บของลึกลับนั้น ได้ถูกวิญญานร้ายตนใหม่เข้าสิง แอนนาเบลล์ ที่หลับใหลจึงถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายของจอมปีศาจนั้นไม่ใช่สองสามีภรรยาวอว์เรน แต่กลับเป็น จูดี วอร์เรน ลูกสาวสุดที่รักรวมถึงกลุ่มเพื่อนสนิทและพี่เลี้ยงของเธอ

เรียกว่าเปิดฉากแรกมาตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ ก็แสดงพลังความเฮี้ยนออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าบรรยากาศในเรื่องก็ชวนขนหัวลุกมากๆ ประกอบกับการได้สกอร์หนังที่มาช่วยเร่งความหลอนก็ยิ่งทำให้เราลุ้นตัวเกร็งกันว่านางตุ๊กตาผีจะออกฤทธิ์ตอนไหน ซึ่งเชื่อว่าคนที่เป็นคอหนังผีน่าจะจับทางกันได้ เพราะมันก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่ไปจากเรื่องอื่นๆ ในจักรวาลนี้มากนัก

โดยในภาคนี้ถือว่า แอนนาเบลล์ ได้ออกฤทธิ์ออกเดชนำทางให้ผีตัวอื่นๆ ที่ถูกสองสามีภรรยาวอร์เรนจับมากักขังไว้ออกมาอาละวาดหลายต่อหลายตัวเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละตัวนั้นก็มีดีกรีความน่ากลัวแตกต่างกันออกไป โผล่มาแต่ละทีแทบปิดตาไม่ทันเลยทีเดียว แถมงานนี้ไม่ได้มีแค่ผีร้ายๆ เท่านั้น แต่ยังมีผีดีๆ มาช่วยชี้ทางสว่างให้กับตัวละครในเรื่องไปอีก ดูไปดูมาชักไม่แน่ใจว่านี่หนังผีหรือหนังตลกกันแน่

หากใครติดตามมาตั้งแต่ Annabelle: Creation หรือได้ดูตัวอย่างหนังก็น่าจะรู้ดีว่าเรื่องราวของผีที่ออกมาหลอกหลอนทุกคนจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีเด็กสอดรู้สอดเห็นมาเป็นผู้เปิดทาง ซึ่งในเรื่องนี้ก็ยังมีตัวละครที่ทำเรื่องน่าหมั่นไส้เหล่านี้อยู่ จะว่าไปก็อดถอนใจไม่ได้ว่าจะมามุกนี้อีกแล้วเหรอ แต่ก็อย่างที่บอกถ้าไม่มีความอยากรู้อยากเห็นมันก็คงไม่เกิดเรื่องราวชวนลุ้นและขนหัวลุกแบบนี้แน่นอน

เอาเป็นว่าหากใครอยากไปลิ้มลองความเฮี้ยนของ แอนนาเบลล์ ก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะดูเหมือนว่าหนังจะปูทางให้ผีหลายๆ ตัวไปปรากฏในจักรวาล The Conjuring ต่อไป ซึ่งดูแล้วก็น่าจะมีอะไรให้เล่นได้อีกเยอะทีเดียวโดยเฉพาะเรื่องราวของครอบครัววอร์เรน แม้สองสามีภรรยาจะไม่ได้มามีบทบาทมากในเรื่องนี้ แต่ก็น่าติดตามต่อไปว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป

Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิว The Hustle โกงตัวแม่

ใครที่คอหนังคอมเมดี้คงไม่พลาด The Hustle โกงตัวแม่ ที่เข้าฉายในบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าแค่เห็นหน้านักแสดงนำอย่าง เรเบล วิลสัน ( Rebel Wilson) ก็เตรียมรับความฮาได้เลย แถมงานนี้ยังได้นางเอกสาวสวยมากความสามารถ แอน แฮธาเวย์ (Anne Hathaway) มาสวมบทบาทสิบแปดมงกุฎหลอกต้มคนอีกด้วย หลังจากเคยรับบทแนวๆ นี้แต่เป็นการจารกรรมเพชร ใน Ocean’s 8

The Hustle

The Hustle โกงตัวแม่ ว่าด้วยเรื่องราวเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวของสาวสวยมิจฉาชีพมือโปรที่ใช้เสน่ห์หลอกลวงคนในสังคมชั้นสูง ซึ่งจะมาถ่ายทอดวิชา 18 มงกุฎให้กับมือใหม่อนาคตไกล แต่มีเหตุการณ์บางอย่างผิดพลาด ทั้งมือเก๋าและมือใหม่ต้องมาร่วมมือกันล้มตัวพ่อจอมลวงในวงการ

ต้องบอกก่อนว่าเรื่องราวใน The Hustle นั้นมันไม่ได้มีพล็อตเรื่องที่แตกต่างไปจากหนังสิบแปดมงกุฎหลอกต้มตุ๋นเรื่องอื่นๆ มากนัก เว้นเสียแต่นักแสดงที่เรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์มากทีเดียว โดยเฉพาะ แอน แฮธาเวย์ ที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าตัวจะสามารถปรับบทบาท บุคลิก และสำเนียงภาษาออกมาได้อย่างหลากหลาย แถมยังมีเสน่ห์มากๆ ตบมุกความฮาเข้ากับ เรเบล วิลสัน ได้ดีอย่างลงตัว

ส่วนสาวอวบอ้วนอย่าง เรเบล วิลสัน ก็ถือเป็นตัวหลักที่สร้างความฮาได้ดีสุดๆ เรียกว่ายิงมุกมาร้อยก็เข้าเป้าไปแล้วตั้งเก้าสิบ เรียกว่าเธอเหมาะกับหนังคอมเมดี้จริงๆ ต่อไปถ้าเดินทางสายนี้รุ่งแน่นอน ยิ่งเห็นฉากการปฏิบัติภารกิจชิงแหวนครองพิภพที่อยู่เรื่อง ยิ่งทำให้ประทับใจมากๆ แทบหยุดหัวเราะไม่ได้เลย

นอกเหนือไปจากการแสดงของสองสาวที่เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้ว ต้องขอปรบมือให้ผู้กำกับที่สามารถร้อยเรียงเรื่องเชื่อมต่อกันได้อย่างไหลลื่น โดยเฉพาะสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ตัวละครมาเจอกัน จนเกิดเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮาให้ผู้ชม แถมยังมีการหักมุมให้เราได้สนุกกับความเป็นมืออาชีพของตัวละคร ปั้นหน้าแสดงเรื่องหลอกคนต่อไปอีก

อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะสร้างความตลกเฮฮาได้มากแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็ยังมีหลายๆ ส่วนที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่อยู่ในหลักความเป็นจริงก็หลายอย่าง แต่ถ้ามองข้ามไปเสพเอาแค่ความฮาเพื่อคลายเครียดก็น่าจะคุ้มค่าเงินที่ตีตั๋วเข้าไปชมแน่นอน

The Hustle โกงตัวแม่ 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์