รีวิว Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา

เรียกได้ว่า Cinderella and the Secret Prince หรือชื่อไทยว่า ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา เรื่องนี้นั้นไม่ได้ถูกสร้างจากดิสนีย์ดังที่เราเคยรู้เรื่องราวของเจ้าหญิงคนนี้มาตลอด ด้วยชื่อหนังก็อาจจะทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดไปได้เหมือนกัน แต่จะว่าไปจุดกำเนิดเรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเวอร์ชั่นเดิมเอาไว้อยู่ เพียงแต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ถูกเติมแต่งมากขึ้น

Cinderella and the Secret Prince

Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา ว่าด้วยเรื่องราวของ เอลลา สาวสวยผู้อยู่ในบ้านร่วมกับแม่เลี้ยงและพี่สาวนอกไส้สองคน ด้วยความช่วยเหลือจากหนูเพื่อนรัก 3 ตัว จึงทำให้เธอได้พบกับ คริสตัล นางฟ้าแม่ทูนหัวฝึกหัดที่เสกให้เอลลามีทุกอย่างเพื่อเข้างานเลี้ยงจนได้เข้าไปเต้นรำกับเจ้าชาย แต่แล้วเธอกลับพบความลับว่าเจ้าชายตัวจริงถูกสาปเป็นหนู ส่วนที่อยู่ในปราสาทเต้นรำกับเธอนั้นเป็นตัวปลอม

ฝ่ายแม่มดก็ประกาศออกตามล่าเอลลาและเพื่อนๆ ในที่สุดพวกเธอก็ค้นพบวิธีที่จะช่วยเจ้าชายกลับคืนร่างเดิน โดยเดินทางไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพบแหวนเวทมนตร์ปริศนา หลังจากหาวิธีเพื่อช่วยให้เจ้าชายที่ถูกสาปกลับคืนร่างเป็นมนุษย์ ด้วยพลังของแหวนเวทมนตร์ เจ้าชายบุกไปยังปราสาทเพื่อจัดการกับแม่มดผู้ชั่วร้าย และทวงปราสาทของตัวเองคืน ระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด แม่มดร่ายเวทมนตร์ใส่เอลลา สาปให้กลายเป็นหิน เจ้าชายต้องเลือกที่จะยกแหวนเวทมนตร์เพื่อถอนคำสาปช่วยเหลือเอลลา แลกกับการที่ตัวเองต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง หรือเอลลาจะต้องเป็นหินไปตลอดกาล

จะสังเกตเห็นได้ว่าตั้งแต่เรื่องย่อเราก็พอจะทราบแล้วว่า ซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นนี้มีความเหมือนกับแอนิเมชั่นจากดิสนีย์เรื่องอื่นๆ ไม่น้อย ใครที่เคยดูหรือ่านหูผ่านตามาก่อนก็จะรู้ว่านี่มันจงใจสร้างมาล้อเลียนหนังเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ ทั้งคำพูดคำจา หรือแม้แต่พล็อตเรื่อง ซึ่งจะว่าไปมันก็อาจจะเป็นส่วนดีที่ทำให้เราเปิดกว้าง ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน และได้เห็นอะไรใหม่ๆ แหวกแนวไปบ้าง

แม้ว่าเรื่องราวมันต่างไปจากเวอร์ชั่นเดิมมากแค่ไหน แต่ถ้างานสร้างไม่ได้เนี๊ยบเท่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่สร้างมาก็น่าเสียดายไม่น้อย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเวอร์ชั่นนี้ เรียกได้ว่าโปรดักชั่นไม่ค่อยโอเคเท่าที่หวัง การดีไซน์ตัวละครมีบางตัวก็ดี และในหลายๆ ตัวก็ดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด หรืออาจจะเพราะเราชินตากับลายเส้นของค่ายอื่นอยู่แล้ว พอมาดูเรื่องนี้มันก็ให้ความรู้สึกอีกแบบ ยิ่งมาเจอการพากย์เสียงของตัวนางเอกบอกเลยว่าปวดหูมาก (จะแหลมไปไหน)

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากอยากจะลองชมซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นนี้บ้าง ก็ถือว่าไม่ได้เสียหายอะไร เพราะจะว่าไปมันคงขึ้นอยู่กับรสนิยมความชอบของแต่ละบุคคล เพราะท้ายที่สุดแล้วหนังก็ได้ให้ความบันเทิงและข้อคิดดีๆ ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ของคน เพียงแต่มันอาจจะไม่เท่าที่เราคาดหวังไว้ก็ตาม

Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา 6.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com

รีวิวหนัง Back Street Girls : Gokudols ไอดอลสุดซ่าป๊ะป๋าสั่งลุย

เรียกว่าเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นจากญี่ปุ่นที่แฟนๆ ตั้งตารอคอยมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับ Back Street Girls: Gokudols ไอดอลสุดซ่าป๊ะป๋าสั่งลุย จากมังงะสุดฮิตยอดขายถล่มทลายของ จัสมิน กิวห์ สู่ทีวีซีรีส์และล่าสุดกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ต้องยกให้เป็นหนังฮาสุดกาวของปีนี้ แถมยังได้สามสาว โอคาโมโตะ นัตซุมิ, มัตซุดะ รุกะ และ ซากาโนะอุเอะ อากาเนะ มารับบทบาทยากูซ่าแปลงเพศกลายเป็นไอดอลสาวสวย

Back Street Girls: Gokudols

Back Street Girls: Gokudols ไอดอลสุดซ่าป๊ะป๋าสั่งลุย ว่าด้วยเรื่องราวของ 3 หนุ่มจากแก๊งยากูซ่า เคนทาโร (ลูกพี่), เรียว (รองหัวหน้า) และ คาสุฮิโกะ ที่ดันไปทำเรื่องไม่ดีเข้า จนหัวหน้าของพวกเขารู้สึกไม่พอใจจนอยากจะสั่งฆ่าตัดตอนลูกกระจ๊อกทั้ง 3 คน แต่ด้วยไอเดียบรรเจิดของหัวหน้าที่พวกเขาเรียกว่า ป๊ะป๋า ที่เคยเห็นวงไอดอลอย่าง AKB48 ประสบความสำเร็จ เขาจึงสั่งให้พวกเขาเลือกว่าจะยอมตายหรือจะไปผ่าตัดแปลงเพศที่ประเทศไทย แล้วกลายเป็นไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร้องเพลงอยู่บนเวที 3 หนุ่มเลยจำใจเลือกอย่างหลัง แล้วก็เกิดเป็นกลุ่มไอดอลที่ชื่อว่า โกคุดอลส์

ต้องบอกกันตามตรงว่าสิ่งที่คาดหวังจากหนังเรื่องนี้คืออยากเห็นยากูซ่าทั้งสามมาผ่าตัดแปลงเพศที่ไทยว่าจะออกมาเป็นยังไง เมื่อได้ไปเห็นในหนังแล้วก็พบว่าค่อนข้างผิดหวัง เพราะหนังทำออกมาแบบที่ไม่คาดคิดว่าจะกล้าทำแบบนี้ แต่ก็สมกับความฮาที่มาพร้อมกับความบ้าหลุดโลกจริงๆ แน่นอนว่าหากยึดเอาหลักความเป็นจริงเรื่องราวเหล่านี้มันก็คงเกิดขึ้นได้ยาก ฉะนั้นทางเดียวที่จะทำให้เราสนุกไปกับหนังได้คือการไม่ต้องคิดอะไรเลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้เราสามารถจดจ่อไปกับเรื่องราวสุดกาวของ Back Street Girls: Gokudols นั้นคือสามสาวและสามหนุ่มที่สามารถถ่ายทอดความฮาแบบเพี้ยนๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี จังหวะการตบมุกตลกก็แทบกลั้นขำไม่อยู่ ยิ่งมาเจอพฤติกรรมการพยายามทำตัวเป็นไอดอลแล้วบอกเลยว่ารั่วหนักมาก แฟนๆ ที่ตามมาตั้งแต่มังงะและอนิเมะ น่าจะชอบได้ไม่ยากเลย

และส่วนที่ดีที่สุดอีกอย่างนอกเหนือไปจากความเฮฮาบ้าบอแล้วก็คือเพลงประกอบภาพยนตร์ที่สามสาวร้องในเรื่องนั้นทำออกมาดีมากๆ ไม่เสียชื่อญี่ปุ่นจริงๆ เพลงเพราะความหมายดี (ยกเว้นเพลงตัดนิ้วนะ 555) ทำนองฟังแล้วติดหูเพลินมาก เชื่อว่าแฟนหนังที่ติดตามไอดอลน่าจะอินกันสุดๆ เนื่องจากหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอน จัดมาเฉพาะแฟนๆ เลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันหนังยังมีความดรามาให้เราได้สัมผัสอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หนักหน่วงจนเกินจะรับไหว เอาเป็นว่าใครที่ชอบหนังแนวแบบที่ไม่ต้องคิดอะไรมากก็น่าจะไม่ผิดหวังกับเรื่องนี้แน่นอน

Back Street Girls: Gokudols ไอดอลสุดซ่าป๊ะป๋าสั่งลุย 7/10 คะแนน เข้าฉายในไทย 27 มิถุนายน 2019

Cr.movie.mthai.com

รีวิว Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ความเฮี้ยนเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วใน Annabelle: Creation (2017) ล่าสุดก็กลับมาสร้างความหลอนอีกครั้งใน Annabelle Comes Home ซึ่งเรื่องนี้หนังได้ แกรี ดาวเบอร์แมน (Gary Dauberman) คนร่วมเขียนบทจากภาคที่แล้วมาขึ้นแท่นกำกับหนังครั้งแรกด้วยตัวเอง แน่นอนว่าหนังก็ยังได้ เจมส์ วาน (James Wan) มาช่วยดูแลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้ตัวละครจากจักรวาล The Conjuring ครอบครัววอร์เรนมาถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนี้

Annabelle Comes Home

Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์สยองขวัญใน The Conjuring เพียงไม่นาน เมื่อตุ๊กตาเด็กสาวที่สองสามีภรรยา เอ็ด วอร์เรน และ ลอว์เรน วอร์เรน ขังเอาไว้ในห้องเก็บของลึกลับนั้น ได้ถูกวิญญานร้ายตนใหม่เข้าสิง แอนนาเบลล์ ที่หลับใหลจึงถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายของจอมปีศาจนั้นไม่ใช่สองสามีภรรยาวอว์เรน แต่กลับเป็น จูดี วอร์เรน ลูกสาวสุดที่รักรวมถึงกลุ่มเพื่อนสนิทและพี่เลี้ยงของเธอ

เรียกว่าเปิดฉากแรกมาตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ ก็แสดงพลังความเฮี้ยนออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าบรรยากาศในเรื่องก็ชวนขนหัวลุกมากๆ ประกอบกับการได้สกอร์หนังที่มาช่วยเร่งความหลอนก็ยิ่งทำให้เราลุ้นตัวเกร็งกันว่านางตุ๊กตาผีจะออกฤทธิ์ตอนไหน ซึ่งเชื่อว่าคนที่เป็นคอหนังผีน่าจะจับทางกันได้ เพราะมันก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่ไปจากเรื่องอื่นๆ ในจักรวาลนี้มากนัก

โดยในภาคนี้ถือว่า แอนนาเบลล์ ได้ออกฤทธิ์ออกเดชนำทางให้ผีตัวอื่นๆ ที่ถูกสองสามีภรรยาวอร์เรนจับมากักขังไว้ออกมาอาละวาดหลายต่อหลายตัวเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละตัวนั้นก็มีดีกรีความน่ากลัวแตกต่างกันออกไป โผล่มาแต่ละทีแทบปิดตาไม่ทันเลยทีเดียว แถมงานนี้ไม่ได้มีแค่ผีร้ายๆ เท่านั้น แต่ยังมีผีดีๆ มาช่วยชี้ทางสว่างให้กับตัวละครในเรื่องไปอีก ดูไปดูมาชักไม่แน่ใจว่านี่หนังผีหรือหนังตลกกันแน่

เอาเป็นว่าหากใครอยากไปลิ้มลองความเฮี้ยนของ แอนนาเบลล์ ก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะดูเหมือนว่าหนังจะปูทางให้ผีหลายๆ ตัวไปปรากฏในจักรวาล The Conjuring ต่อไป ซึ่งดูแล้วก็น่าจะมีอะไรให้เล่นได้อีกเยอะทีเดียวโดยเฉพาะเรื่องราวของครอบครัววอร์เรน แม้สองสามีภรรยาจะไม่ได้มามีบทบาทมากในเรื่องนี้ แต่ก็น่าติดตามต่อไปว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป

Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์