รีวิว Glass คนเหนือมนุษย์

หลังจากเคยได้รับชม Unbreakable (2000) และ Split (2016) ในจักรวาลคนแปลกของ ผู้กำกับ เอ็ม. ไนต์ ชยามาลาน (M. Night Shyamalan) มาก่อนหน้านี้ในที่สุดก็ได้ค้นพบว่ามันคือเรื่องราวมาสู่จุดเริ่มต้นของ Glass คนเหนือมนุษย์ ภาพยนตร์ที่จะปิดไตรภาคของจักรวาลนี้ แน่นอนว่าผลงานของผู้กำกับคนนี้มักเป็นที่จับตามองเสมอ และส่วนใหญ่มักจะได้คะแนนวิจารณ์ที่ดี ผิดจากเรื่องนี้ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ถึงอย่างไรก็ตามแต่หนังก็ยังสามารถกวาดรายได้ไปมากเกินกว่าที่คาดคิด

Glass

Glass คนเหนือมนุษย์ ว่าด้วยเรื่องราวของ เดวิด ดันน์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องใช้พลังความสามารถที่เหนือธรรมชาติของเขาติดตามแกะรอยหนุ่ม เควิน เวนเดล ครัมบ์ ชายผู้มี 24 บุคลิกในตัวเอง ก่อนจะถูกหน่วยงานหนึ่งจับเขาทั้งสองมาไว้ เพื่อพิสูจน์ว่าความสามารถเหนือมนุษย์ที่พวกเขามีนั้นเป็นเพียงสิ่งที่คิดไปเอง และเดวิดก็ได้พบกับ อีไลจาห์ ไพรส์ คู่ปรับเก่าที่จะมาสร้างความปั่นป่วนในระหว่างการพิสูจน์หาความจริงในเรื่องนี้

ต้องบอกกันตั้งแต่ต้นว่าหากใครที่ไม่เคยได้ดู Unbreakable และ Split มาก่อนขอแนะนำว่าควรไปดูทั้งสองมาก่อนที่จะมาดู Glass เพราะนอกจากเรื่องราวมันจะมีความต่อเนื่องกันแล้ว เรายังจำเป็นต้องรู้เรื่องราวภูมิหลังของตัวละครทั้งสามเพื่อที่จะได้เกิดความสนุกและรู้เท่าทันพฤติกรรมของตัวละครที่ถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างออกมา ซึ่งแน่นอนว่ามันจะช่วยทำให้เราผู้เป็นชมเกิดอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งต่างๆ ในภาพยนตร์

นอกจากการสร้างพล็อตหนังที่ดูแล้วก็พอจะสรุปได้ว่า Glass คือภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องหนึ่งที่มีวิธีการเล่าเรื่องเฉพาะตัวและต่างจากไปซูเปอร์ฮีโร่ของ ดีซี หรือ มาร์เวล ที่เราเคยรู้จัก เนื่องจากเรื่องราวในหนังนั้นเป็นเพียงการเล่าจุดเริ่มต้นไปอย่างช้าๆ ของการพิสูจน์ว่าซูเปอร์ฮีโร่มีจริง และกำลังจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนโดยจอมบงการอย่าง อีไลจาห์ ไพรส์ ซึ่งรับบทโดย ซามูเอล แอล. แจ็กสัน (Samuel L. Jackson) และฮีโร่ตัวจริงอย่าง เดวิด ดันน์ รับบทโดย บรูซ วิลลิส (Bruce Willis) ก็ต้องออกโรงมายับยั้งเหตุการณ์ครั้งนี้ ก่อนที่ตัวร้าย เควิน เวนเดล ครัมบ์ ตัวละครของ เจมส์ แม็กอะวอย (James McAvoy) ในบทบาทชายผู้มี 24 บุคลิกในตัวเองจะงัดเอาอสูรในร่างมาสร้างความหายนะแก่โลก

จากที่ดูๆ ไปในตอนแรกก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะถูกดำเนินไปตามสูตรหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป ที่ท้ายที่สุดคนบนโลกใบนี้จะได้เห็นว่ามีวายร้ายและซูเปอร์ฮีโร่ออกมาสู้กันเพื่อปกป้องภยันตรายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหากจะจบแบบนี้ก็ไม่ใช่แนวของ เอ็ม. ไนต์ ชยามาลาน แน่นอน เพราะเจ้าตัวได้ใส่จุดหักมุมที่จะทำให้คนดูได้รู้สึกตื่นตะลึงอย่างที่คาดไม่ถึงเอาไว้ บอกได้เลยว่านอกเหนือไปจากการแสดงอันยอดเยี่ยมของทั้งสามนักแสดงนำแล้ว จุดนี้เองที่ทำเอาคนดูอยู่หมัดและทำให้จุดประกายความเชื่อเล็กๆ บางอย่างในใจเรา

ท้ายที่สุดแล้วนอกจากเราจะได้เห็นเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่สู้กับเหล่าร้ายอันเป็นเรื่องที่ถูกเล่าซ้ำไปซ้ำมา วนไปอยู่อย่างนั้น เพียงแต่จะมีวิธีการเล่าเรื่องที่ต่างกันออกไป จากจุดจบของ Glass (ที่อยากให้มีภาคต่อไปอีก) เรายังได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างนอกเหนือไปจากการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ การผดุงความยุติธรรมให้อยู่คู่โลก ซึ่งก็คือสิ่งเล็กๆ เช่นการรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าเราเป็นใคร มีคุณค่ามากแค่ไหน และจะทำอะไรบ้าง โดยหนังเรื่องนี้ทำให้เราได้ย้อนกลับมาคิดทบทวนตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง เชื่อว่าน่าจะเป็นการได้ค้นพบสิ่งที่พิเศษมากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

Glass คนเหนือมนุษย์ 8.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์