รีวิว Metamorphosis จุดจบของความไว้ใจ

Metamorphosis คือหนังสยองขวัญในกลุ่ม “หนังไล่ผี” ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากหนังฝั่งตะวันตกอย่าง The Exorcist หรือกระทั่ง The Conjuring ซึ่งให้ความแปลกใหม่ร่วมสมัย โดยจุดเด่นสำคัญในหนังกลุ่มนี้คือตัวละครกลุ่มหลักของเรื่องจะต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายหรือปีศาจที่มาอาศัยร่างมนุษย์เพื่อแสดงออกถึงความชั่วร้าย ผู้ที่มาปราบปีศาจมักจะเป็นบาทหลวงหรือนักไล่ผีที่เป็นตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้าตามความเชื่อของศาสนาคริสต์

Metamorphosis

เรื่องราวใน Metamorphosis เปิดฉากขึ้นที่จุงซู (เบ ซองอู) บาทหลวงที่เคยทำพิธีไล่ผี แต่เกิดความผิดพลาดระหว่างทำพิธี ส่งผลให้เหยื่อที่เป็นเด็กสาวเสียชีวิต ตราบาปดังกล่าวไม่ได้แค่เพียงทำให้เขาจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกผิด แต่สิ่งดังกล่าวยังส่งผลเสียมาถึงครอบครัวของเขา เมื่อบรรดาสมาชิกในครอบครัวถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดของสังคมไปจนถึงมีส่วนรู้เห็นกับอาชญากรในคราบนักบุญเลยทีเดียว

หลังจากเหตุการณ์ไล่ผีที่ผิดพลาดครอบครัวของคังกูตัดสินใจย้ายบ้านเพราะทนสภาพแวดล้อมและสายตาของคนรอบตัวที่มองพวกเขาเหมือนตัวประหลาดไม่ไหว แต่กลายเป็นว่าหลังจากที่เขาย้ายมาที่บ้านหลังใหม่ พวกเขากลับเริ่มต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ประหลาดเริ่มต้นตั้งแต่เพื่อนบ้านที่มีพฤติกรรมพิลึกพิลั่น เขาชอบลุกขึ้นมาชำแหละบางสิ่งบางอย่างกลางดึกจนทำให้สมาชิกในครอบครัวคังกูนอนไม่หลับ หรือการจอดรถขวางทางเข้าบ้านคนอื่น จนคังกูหมดความอดทนแล้วบุกเข้าไปหาชายคนดังกล่าว ทันทีที่เขาเหยียบย่างเข้าไปในบ้านหลังนั้น เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อในห้องโถงเต็มไปด้วยซากสัตว์ที่โดนชำแหละเต็มไปด้วยคราบเลือด ไม่นานนักหลังจากที่คังกูกลับบ้าน เขาก็เริ่มพบถึงเหตุการณ์ประหลาดอีกทั้งสมาชิกในบ้านก็เริ่มเกิดหวาดระแวงกันโดยไม่มีสาเหตุ

ฉากที่โดดเด่นที่สุดใน Metamorphosis คือฉากที่สองพี่น้องซังวู (คิม ฮเย-จุน) และฮยุนจู (โช ยี-ฮยุน) ที่กำลังปรึกษาถึงพฤติกรรมแปลกๆของพ่อตัวเอง ทันใดนั้นคังกู ก็บุกเข้ามาให้ห้องของลูกสาวแล้วจู่โจมพวกเธอ อย่างน่าหวาดผวา เกมแมวไล่จับหนูเริ่มต้นขึ้น คังกูเดินไปหยิบค้อนมาไล่ทุบหัวลูกสาวตัวเอง ระหว่างที่ซังวูและฮยุนจูหวาดผวาและกรีดร้อง ทันใดนั้นคังกูตัวจริงได้เดินขึ้นบันไดมาด้วยความฉงนว่าลูกสาวตัวเองเป็นอะไร สายตาของลูกๆที่แทบไม่เชื่อตาของตัวเอง ทันใดนั้นมยุงจู (จาง ยังนัม) ก็ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยท่าทีเคร่งเครียดและหยิบค้อนที่หล่นอยู่มาไล่ฟาดสมาชิกคนอื่นในบ้านต่อ

จุดเด่นของปีศาจใน Metamorphosis คือการปั่นหัวสมาชิกในครอบครัวของคังกูให้เกิดความหวาดระแวงไม่เชื่อใจกันเอง ก่อนที่หนังจะเล่นงานพวกเขาและทำให้คนดูได้เห็นช่องโหว่ของความสัมพันธ์ในครอบครัวนี้ แม้ทุกอยู่อาจจะดูเป็นไปตามสูตรสำเร็จแบบหนังไล่ผีที่เราคุ้นตามาก่อน แต่เมื่อกลายมาเป็นหนังสัญชาติเกาหลีแล้ว ความเป็นเอเชียที่คนในภูมิภาคนี้จะเชื่อมโยงเรื่องความผูกพันของคนในครอบครัว จึงทำให้ประเด็นในหนังเรื่องนี้ดูใกล้ตัวคนดูมากกว่าที่คิด

Cr.www.sanook.com

รีวิว Polaroid ถ่ายติดตาย ความสยองขวัญที่ยังคงความจำเจ

ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเพียงเรื่องเดียวที่เข้าฉายในสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับ Polaroid ถ่ายติดตาย ผลงานการกำกับเรื่องแรกของ ลาร์ส เคลฟเบิร์ก (Lars Klevberg) ที่กำลังจะมีภาพยนตร์รีบูต Child’s Play คลั่งฝังหุ่น เข้าฉายในบ้านเราติดต่อกันในเดือนหน้า โดยในเรื่องนี้ รอย ลี (Roy Lee) โปรดิวเซอร์จาก It (2017), The Ring (2002) มาอำนวยการสร้างให้ พร้อมด้วยทีมนักแสดง แคทรีน เพรสคอตต์ (Kathryn Prescott), ฮาเวียร์ โบเทต (Javier Botet) มาแสดงนำ

polaroid

Polaroid ถ่ายติดตาย ว่าด้วยเรื่องราวของ เบิร์ด ฟิทเชอร์ ได้พบกับกล้องโพลารอยด์ตัวหนึ่งในร้านขายของเก่า แต่แล้วเธอกลับพบว่าผู้ที่ถูกถ่ายด้วยกล้องตัวนี้ล้วนแต่จะต้องตายอย่างน่าสยดสยอง เธอและเพื่อนๆ จึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้ก่อนที่พวกเธอทุกคนจะถูกมันฆ่า

เรียกได้ว่าความสยองขวัญสุดสะพรึงจาก Polaroid นั้นถือว่าสร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึกจิกเบาะได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าหนังจะยังคงเป็นไปตามสูตรหนังสยองขวัญทั่วไปออกจะจำเจเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความตุ้งแช่ที่ทำออกมาถี่มาก บ้าคลั่งสุดๆ ประเดี๋ยวโดด ประเดี๋ยวตะครุบ ทำเอาหัวใจจะวาย ถึงเราจะจับทางถูกว่าเจ้าผีจากกล้องโบราณนี้จะออกมาตอนไหน แต่เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆ คนคงอดตกใจแทบตัวโยนไม่ได้เลย ถึงจะเป็นคอหนังผีก็เถอะ

นอกเหนือไปจากความสยองขวัญที่น่าจะถูกใจคอหนัง (บางส่วน) แล้ว หนังยังนำเสนอประเด็นใหญ่เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศจากคนในครอบครัวออกมาได้อย่างสะเทือนใจ แม้ว่าหนังจะเสนอเรื่องนี้ออกมาซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับทำให้เราแทบจะลืมความน่ากลัวของผีกล้องฟิล์มไปเลย

โดยรวมแล้วแม้หนังจะไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ ตัวละครก็ยังมีพฤติกรรมแบบไม่ค่อยเข้าท่า และขาดมิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังแนวนี้มากนัก แต่หากใครที่อยากพิสูจน์ความสะพรึงในครั้งนี้ก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะรสนิยมดูหนังของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว อย่างน้อยๆ หนังก็กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจได้ดีทีเดียว

รีวิว Monstrum พันธุ์อสูรกลาย หนังแอคชั่นสยองขวัญ

หลังจากเข้าฉายโกยรายได้กว่า 600 ล้านวอนในบ้านเกิดเกาหลีใต้ ล่าสุดก็เข้าฉายให้แฟนหนังบ้านเราได้ชมกันแล้ว สำหรับ Monstrum พันธุ์อสูรกลาย หนังแอคชั่นสยองขวัญผสมไซไฟผลงานการกำกับของ ฮูจองโฮ ที่ได้รวมเอานักแสดงมากฝีมือของวงการบันเทิงเกาหลีมาร่วมตามล่าอสูรร้ายในสมัยโชซอน นำโดย คิมมย็องมิน, ชเวอูชิก และ อีฮเยรี

Monstrum

Monstrum พันธุ์อสูรกลาย ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงราชวงศ์โชซอน โรคระบาดได้แพร่กระจายเข้าสู่ผู้คน เกิดภาวะแร้นแค้นทั่วทั้งเมือง ผู้คนต้องตื่นตระหนกเมื่อมีข่าวลือถึงอสูรร้ายแห่งบรรพกาลออกมาไล่ฆ่ามนุษย์บนภูเขาอินวังซาน ชาวเมืองเริ่มต่อต้านองค์จักรพรรดิ เพราะคิดว่าพระองค์จะไม่สามารถปกป้องพวกตนได้ พระองค์จึงมอบหมายให้ ยุน กยอม อดีตองครักษ์ประจำราชวงศ์ ออกไปสืบหาความจริงและล่าอสูรร้ายตัวนั้นก่อนที่การต่อต้านจะรุนแรงเกินควบคุม แต่หารู้ไม่ว่าอสูรร้ายตัวนั้นอาจเป็นภยันตรายที่สามารถทำลายเมืองให้ย่อยยับ

เชื่อว่าใครที่ได้เห็นตัวอย่างหนังเป็นต้องอยากรู้ขึ้นมาทีเดียวว่าอสูรกลายใน Monstrum นั้นจะมีหน้าตาเป็นยังไง โหดร้ายแค่ไหน และมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งเราจะได้รู้คำตอบทุกคำถามเหล่านี้จากในหนังแน่นอน ซึ่งหนังได้เล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างชัดเจน สมเหตุสมผล และเข้าใจง่าย แม้ในตอนแรกอาจจะมีสับขาหลอกให้ผู้ชมได้เลือกข้างกันไม่ถูกบ้าง โดยเฉพาะการเล่นกับความเชื่อของคนที่มักจะเกรงกลัวสิ่งไม่เคยรู้มาก่อนและที่อยู่ในเงามืด

ด้วยเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในสมัยโชซอนทำให้เราได้เห็นภาพและฉากที่ค่อนข้างชินตา เนื่องจากสมัยนี้ซีรีส์เกาหลีก็มักจะมีให้เห็นอยู่ตลอด และขอชื่นชมในเรื่องคอสตูมของนักแสดงที่จัดออกมาได้สวยงามและเป็นธรรมชาติ ที่แม้ว่าจะช่วงต้นของหนังจะได้เห็นความอัตคัดของตัวเอกไปบ้าง แต่พอพวกเขาทั้งหลายได้กลับสู่เมืองและเริ่มต้นภารกิจเราก็ได้เห็นความงดงามในเรื่องของการแต่งกายอย่างที่ควรจะเป็น

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ชมไม่ได้ก็คืองานวิชวลเอฟเฟกต์ซีจีที่สมจริงมาก ถึงแม้ว่าอาจจะไม่เท่างานสร้างฮอลลิวูด แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้น่าดู เป็นธรรมชาติ และมีความสมจริงมากทีเดียว โดยเฉพาะตัวอสูรที่ดูแล้วน่าเกลียดน่าขยะแขยงมากๆ เลย ประกอบกับความสนุกครบรส ดรามา โรแมนติกนิดๆ และฉากแอคชั่นสุดสยองที่อยู่ในหนังแทบทั้งเรื่องนั้นเรียกได้ว่าทำออกมาสนุกและโหดจัดเต็มมาก เลือดสาดแทบทะลุออกมานอกจอเลยทีเดียว ซึ่งหากได้ดูในระบบ 4DX น่าจะถึงใจถึงอารมณ์เสมือนเป็นตัวละครในเรื่องเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่านอกจากเราจะได้สนุกไปกับเรื่องราวการตามล่าหาอสูรกลายที่ทำออกมาได้มันส์สุดๆ แล้ว เรายังได้เห็นภาพสะท้อนทางการเมืองที่มีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันอย่างดุเดือด พร้อมทั้งเรื่องราวของการเป็นผู้นำที่ยังคงมีแง่คิดที่ทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนหนังเกาหลีและแอคชั่นแบบโหดๆ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง