รีวิว Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ความเฮี้ยนเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วใน Annabelle: Creation (2017) ล่าสุดก็กลับมาสร้างความหลอนอีกครั้งใน Annabelle Comes Home ซึ่งเรื่องนี้หนังได้ แกรี ดาวเบอร์แมน (Gary Dauberman) คนร่วมเขียนบทจากภาคที่แล้วมาขึ้นแท่นกำกับหนังครั้งแรกด้วยตัวเอง แน่นอนว่าหนังก็ยังได้ เจมส์ วาน (James Wan) มาช่วยดูแลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้ตัวละครจากจักรวาล The Conjuring ครอบครัววอร์เรนมาถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนี้

Annabelle Comes Home

Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์สยองขวัญใน The Conjuring เพียงไม่นาน เมื่อตุ๊กตาเด็กสาวที่สองสามีภรรยา เอ็ด วอร์เรน และ ลอว์เรน วอร์เรน ขังเอาไว้ในห้องเก็บของลึกลับนั้น ได้ถูกวิญญานร้ายตนใหม่เข้าสิง แอนนาเบลล์ ที่หลับใหลจึงถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายของจอมปีศาจนั้นไม่ใช่สองสามีภรรยาวอว์เรน แต่กลับเป็น จูดี วอร์เรน ลูกสาวสุดที่รักรวมถึงกลุ่มเพื่อนสนิทและพี่เลี้ยงของเธอ

เรียกว่าเปิดฉากแรกมาตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ ก็แสดงพลังความเฮี้ยนออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าบรรยากาศในเรื่องก็ชวนขนหัวลุกมากๆ ประกอบกับการได้สกอร์หนังที่มาช่วยเร่งความหลอนก็ยิ่งทำให้เราลุ้นตัวเกร็งกันว่านางตุ๊กตาผีจะออกฤทธิ์ตอนไหน ซึ่งเชื่อว่าคนที่เป็นคอหนังผีน่าจะจับทางกันได้ เพราะมันก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่ไปจากเรื่องอื่นๆ ในจักรวาลนี้มากนัก

โดยในภาคนี้ถือว่า แอนนาเบลล์ ได้ออกฤทธิ์ออกเดชนำทางให้ผีตัวอื่นๆ ที่ถูกสองสามีภรรยาวอร์เรนจับมากักขังไว้ออกมาอาละวาดหลายต่อหลายตัวเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละตัวนั้นก็มีดีกรีความน่ากลัวแตกต่างกันออกไป โผล่มาแต่ละทีแทบปิดตาไม่ทันเลยทีเดียว แถมงานนี้ไม่ได้มีแค่ผีร้ายๆ เท่านั้น แต่ยังมีผีดีๆ มาช่วยชี้ทางสว่างให้กับตัวละครในเรื่องไปอีก ดูไปดูมาชักไม่แน่ใจว่านี่หนังผีหรือหนังตลกกันแน่

เอาเป็นว่าหากใครอยากไปลิ้มลองความเฮี้ยนของ แอนนาเบลล์ ก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะดูเหมือนว่าหนังจะปูทางให้ผีหลายๆ ตัวไปปรากฏในจักรวาล The Conjuring ต่อไป ซึ่งดูแล้วก็น่าจะมีอะไรให้เล่นได้อีกเยอะทีเดียวโดยเฉพาะเรื่องราวของครอบครัววอร์เรน แม้สองสามีภรรยาจะไม่ได้มามีบทบาทมากในเรื่องนี้ แต่ก็น่าติดตามต่อไปว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป

Annabelle Comes Home ตุ๊กตาผีกลับบ้าน 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิวหนัง City Hunter สายลับคาสโนเวอร์

นับว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถูกสร้างมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังมาหลายครั้งหลายเวอร์ชั่น สำหรับ City Hunter ที่ล่าสุดฝรั่งเศสนำมาสร้างใหม่ในชื่อ Nicky Larson et le parfum de Cupidon หรือชื่อไทยที่ว่า สายลับคาสโนเวอร์ งานกำกับจากฝีมือ ฟิลลิเป ลาโชว์ (Philippe Lacheau) ที่นั่งแท่นกำกับและแสดงนำด้วยตัวเอง โดยงานนี้แฟนชาวไทยไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา ไม่ต้องอ่านซับ เพราะสหมงคลฟิล์มได้ น้าต๋อย เซมเบ้ และ พันธมิตร มาร่วมให้เสียงพากย์ในครั้งนี้ เชื่อว่าความตลกไม่แพ้ต้นฉบับแน่นอน

City Hunter

City Hunter สายลับคาสโนเวอร์ ว่าด้วยเรื่องราวของ นิกกี ลาร์สัน บอดี้การ์ดขั้นเทพ และเป็นนักสิบเอกชนฝีมือฉมัง เขาได้รับการติดต่อให้รับภารกิจสุดอันตรายในการนำน้ำหอมแห่งคิวปิดกลับคืนมา ว่ากันว่าน้ำหอมนี้จะทำให้ผู้ใช้เกิดความหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น งานนี้ไม่ธรรมดาเพราะต้องพบกับศัตรูฝีมือฉกาจจะฮาและเพี้ยนแค่ไหนมาดูกัน

เรียกได้ว่า City Hunter ในเวอร์ชั่นนี้ถือเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงที่สนุกมากที่สุดอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง เนื่องจากองค์ประกอบหลายๆ อย่างนั้นถือว่ามีความพอเหมาะพอดี โดยเฉพาะในเรื่องของความตลกที่ได้จากการพากย์เสียงของ น้าต๋อย เซมเบ้ และ พันธมิตร ที่มีความลงตัวไม่ได้ล้นเกินไป ทำให้ภาพรวมของหนังออกมาฮาอย่างที่หวัง ถึงแม้ว่าบางมุกมันจะเฉิ่มเชยไปบ้างก็ตาม

อีกหนึ่งอย่างที่เป็นจุดขายของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ ฉากแอคชั่นที่หลุดโลกหาได้ยากในหนังเรื่องอื่น กฏฟิสิกส์หรือทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ทั้งหลายไม่สามารถนำมาใช้กับหนังเรื่องนี้ได้ รวมทั้งของสำคัญในเรื่องอย่างน้ำหอมที่เรียกได้ว่าเป็นตัวชูโรงสร้างความเพลิดเพลินได้มากโข เรียกว่าเป็นความบ้าบอที่มาพร้อมความสนุกแบบไม่สนความเป็นจริง เชื่อว่าใครที่อยากคลายเครียดไปดูเรื่องนี้แล้วจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

และสิ่งสำคัญหนังยังคงคาแรคเตอร์ของพระเอกผู้เป็นสายลับไว้อย่างดี ค่อนข้างเคารพต้นฉบับ โดยเฉพาะความเจ้าชู้ประตูดินและหื่นฮาแบบจัดเต็ม เว้นเสียแต่รูปลักษณ์ของตัวละครที่ขึ้นอยู่กับชาติพันธุ์ ซึ่งหากมองข้ามประเด็นนี้ไปเชื่อว่าแฟนหนังน่าจะสนุกไปกับเรื่องราวป่วนๆ เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ขอแนะนำว่าอย่าไปคิดอะไรมาก ดูเอาแค่สนุกก็ตอบโจทย์สุดๆ แล้ว

ปล. หนังอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน เพราะมีความรุนแรงและโป๊เปลือยมากทีเดียว

City Hunter สายลับคาสโนเวอร์ 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.mthai.com

รีวิว The LEGO Movie 2: The Second Part

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ The LEGO Movie 2: The Second Part ภาพยนตร์แอนิเมชั่นผจญภัยภาคต่อจาก 5 ปีที่แล้ว ซึ่งหนังทำรายได้ถล่มทลายอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง กลับมาภาคนี้แน่นอนว่าก็ยังคงได้ คริส แพรตต์ (Chris Pratt) ให้เสียงภาคเป็นพระเอกเหมือนเดิมเช่นเดียวกับตัวละครอื่นๆ เพิ่มเติมคือผู้กำกับคนใหม่ซึ่งได้ ไมค์ มิตเชล (Mike Mitchell) มาสานต่อเรื่องราวของเหล่าเลโก้ฮีโร่ตัวจิ๋วอีกครั้ง

The LEGO Movie 2: The Second Part

The LEGO Movie 2: The Second Part ว่าด้วยเรื่องราวการมารวมตัวกันของฮีโร่บริคส์เบิร์ก ในการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้รูปแบบใหม่เพื่อปกป้องเมืองอันเป็นที่รักของพวกเขา ซึ่งเป็นเวลา 5 ปีแล้วที่ทุกสิ่งช่างดูสวยหรู และตอนนี้เหล่าประชาชนต้องพบกับภัยร้ายครั้งใหญ่รูปแบบใหม่จาก เลโก ดูโพล ผู้บุกรุกจากนอกอวกาศ ทำลายล้างทุกอย่างได้รวดเร็วกว่าที่พวกเขาจะกลับมาสร้างใหม่ได้

ในการเอาชนะคู่ต่อสู้และทวงคืนความสามัคคีของจักรวาลเลโก้ เอมเม็ต, ลูซี, แบทแมน และผองเพื่อนของพวกเขาต้องเดินทางไปยังโลกที่ห่างไกลที่ไม่คุ้นตา รวมถึงกาแล็กซีประหลาดที่ทุกอย่างเป็นเสียงดนตรี ซึ่งนี่จะเป็นการทดสอบความกล้าหาญ ความสร้างสรรค์ และความสามารถด้านการก่อสร้างขั้นสูงของพวกเขา และจะได้เห็นกันว่าจริงๆ แล้วพวกเขามีความพิเศษมากขนาดไหน

เรียกได้ว่ากว่าแฟนๆ จะได้ชมภาคต่อก็ต้องรอคอยกันนานถึง 5 ปี เลยทีเดียว สำหรับ The LEGO Movie 2: The Second Part เชื่อว่าบางคนอาจจะจำเรื่องราวในภาคแรกไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะหนังได้ปูเรื่องราวมาให้คร่าวๆ แล้วว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างและไม่ใช่เรื่องซับซ้อนยากที่จะเข้าใจ ถือได้ว่าการผจญภัยของเหล่าเลโก้ในภาคนี้ได้ยกระดับความอันตรายมากขึ้นไปหลายเท่า เพราะตัวละครทุกตัวนั้นล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่แฝงมาด้วยความบ้องแบ๊ว ทำเอาคนดูอย่างเราอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้เลย

นอกจากนั้นหนังก็ยังความขี้แซะไว้เหมือนเดิมแทบไม่มีผิดเพี้ยน เว้ยเสียแต่ว่าจะเพิ่มมุกใหม่ตามจำนวนหนังของ DC Comic, Fox และ Warner Bros. ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากใครที่ไม่เคยดูหนังของค่ายนี้มาก่อนก็อาจจะไม่ค่อยเข้าใจในหลายๆ มุก เพราะแต่ละมุกที่ยิงมานั้นต้องเป็นคนที่เคยดูหนังมาแล้วถึงจะเข้าใจจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นหนังขี้แซะแห่งปีเลยก็ว่าได้ ในส่วนของเพลงประกอบภาพยนตร์ก็ถือว่าทำออกมาได้สร้างสรรค์ไม่แพ้ภาคแรก โดยเฉพาะในเอนด์เครดิตที่เชื่อว่าหลายจะต้องดูจนจบแน่นอน

แน่นอนว่าหนังไม่ได้ให้แค่ความสนุกและตลกโปกฮาอย่างเดียว แต่ยังแฝงเรื่องราวความสัมพันธ์ของเหล่าเลโก้ที่มีความทับซ้อนกับโลกมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งยังได้เห็นถึงพัฒนาการ, ความเปลี่ยนของชีวิตที่มีทั้งเรื่องดีและร้าย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่ให้บทเรียนให้เรานั้นได้เรียนรู้ที่จะยอมรับและสิ่งไหนที่ไม่ดีก็ต้องหาทางป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

The LEGO Movie 2: The Second Part 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Cr.movie.mthai.com